We have no responsibility for the contents in this web community!

ถ้าเข้ามาแล้วพบว่ากระทู้ไม่เรียงตามวัน/เวลา ให้คลิ๊กตรงคำว่า Date/Time ที่อยู่ตรงแถบสีม่วงๆ นะครับ


ห้ามลงประกาศโฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ยกเว้นสปอนเซ่อร์!!!!!

*** ห้ามใช้เนื้อที่บอร์ดเพื่อแอบแฝงขายบริการทางเพศ ***

RBR Section


Register
สมัครสมาชิก


What's RBR?
ต่ออายุสมาชิก

**** ส่วนบริการเข้าบอร์ดลับเฉพาะสำหรับสมาชิก RBR (บอร์ดรูป Devil), (บอร์ดวีดีโอ Zombie) ต้องการติดต่อสอบถาม ส่งเมลล์ที่ ryubedroom@yahoo.com เท่านั้น ****

กรุณาคลิ๊กที่นี่และ Bookmark ไว้ด้วยครับ

PalmPlaza.us

Subject: "เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"     Previous Topic | Next Topic
Printer-friendly copy     Email this topic to a friend    
Conferences Story Club Topic #504
Reading Topic #504
romanrome
Guest

"เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
 
20-Nov-12, 11:45 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีพี่ๆน้องๆชาวปาล์มฯที่น่ารักน่าใคร่ทุกๆท่านนะครับ ผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย ความจริงก็แฝงตัวในบอร์ดปาล์มมานานแล้วครับ แต่อยู่ในห้องอื่น

นิยายเรื่องนี้ ผมเคยโพสมาแล้วครั้งหนึ่งในเว็บไซด์แห่งหนึ่ง แต่โพสเรื่องไม่จบ เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคนิดหน่อย (ตอนนั้นคอมเจ๊ง+งานยุ่ง+ขี้เกียจ แต่อย่างหลังเยอะที่สุด)

มาตอนนี้เวลาและโอกาสอย่างลงตัว เลยขอนำมาโพสที่เว็บปาล์มฯ อีกรอบ และจะพยายามเขียนเรื่องจนจบนะครับ ยังไงขอกำลังใจด้วยนะครับ โพสแสดงความคิดเห็นและวิพากวิจารณ์กันเข้ามาเยอะ ผมจะได้มีกำลังเขียนเรื่องต่อ

...............................................................


เรื่องเกิดขึ้นสมัยที่ผมเพิ่งเข้าเรียนมหา'ลัยใหม่ๆ (ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด บ้านเกิดเมืองนอนของผมอยู่ที่อำเภอเล็กๆในจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคเหนือตอนบน)

หลายคนคงจะสงสัยว่า ทำไมช่วงชีวิตที่เรียนมัธยมผมถึงไม่มีประสบกามตรงอะไรเหมือนกับคนอื่นบ้าง? ทำไมถึงได้ข้ามช่องว่างระหว่างเวลามาเล่าสมัยมหา'ลัย????

ผมขอตอบว่า "ไม่มีครับ" สาเหตุนั้นก็คือ ในสมัยเรียนมัธยมตั้งแต่ต้นยันปลายนั้น รูปร่างและหน้าตาของผมไม่ได้ดูดีเป็นที่สะดุดตาและสะดุดเป้าของใครต่อใครเหมือนกับสมัยที่เข้าเรียนมหา'ลัย

ช่วงเรียนมอต้นยันปลาย ผมเป็นคนอ้วน(ยิ่งตอนที่เรียนม.3 - ม.4 เรียกว่าอ้วนขั้นอิ่มตัวได้เลย น้ำหนักก็ประมาณ 66-70 กิโล สำหรับเด็กอายุ 14-15 ปี ความสูงยังไม่เด่นชัดมากเพราะร่างกายยังไม่โตเต็มที่ ลองจินตนาการดูเอาเองนะครับ ว่าจะจ้ำม่ำขนาดไหน!!!!) เวลาที่เริ่มแตกเนื้อหนุ่มใหม่ๆก็อาศัยหนังสือปลุกใจชาวเราในสมัยนั้น เช่น มิถุนา มรกต นีออน วีคเอ็นเมน และอีกหลายต่อหลายเล่ม เป็นตัวปลุกเร้าอารมณ์ให้สามารถรีดน้ำอสุจิออกมาได้อย่างคล่องตัว (ผมมีความรู้สึกเริ่มว่าตัุวเองเริ่มชอบผู้ชายครั้งแรก ตอนป.6 เข้าสู่ ม.1 ตอนนั้นพอเห็นผู้ชายเวลายืนฉี่แล้วเห็นของลับด้วย ผมรู้สึกว่าอวัยวะเพศของผมเริ่มแข็งตัว และตัวเองยังรู้สึกตื่นเต้นอีกด้วย ยิ่งเวลาที่เห็นรูปโป๊ผู้ชาย อาการเริ่มออก สมัยเรียนผมก็มีเพื่อนและบรรดาคนรู้จักที่เป็นเกย์ กระเทย อยู่พอสมควร พวกเขาก็ไม่รู้ว่า ผมเป็นแอบจิต แต่มีบางคนที่พอจะดูออกว่าผมเป็น ) ครั้นจะไปหวังที่จะมีอะไรๆกับเพื่อนที่หน้าตาดีๆหรือไม่ก็คนหน้าตาดีที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ก็เป็นเรื่องยากเกินความสามารถ (ไม่มีใครอยากลองของแปลกอย่างผมเลย) มีแต่ตัวเราเท่านั้นที่ฝันลมๆแล้งๆไปแอบชอบเขาข้างเดียว

จนกระทั่งมาถึงวันสุดท้ายของการสอบไล่ระดับชั้นม. 4 หลังจากสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว เย็นวันนั้นผมเป็นไข้และลากยาวมาเกือบๆเดือน ปรากฏว่าผมเป็นอีสุกอีใส ระหว่างช่วงที่เป็นไข้ก็ยังมีกะจิตกะใจถ่อไปสมัครสอบเอ็นทร้านซ์ที่เชียงใหม่อีก (ตอนไปสมัครสอบฯ ผมใส่เสื้อกันหนาวตัวหนาๆและหมวกไหมพรมกันหนาว จนผู้คนข้างจ้องมองไม่ว่าตา พวกเขาคงจะคิดว่า ไอ้บ้านี่เป็นโรคติดต่ออะไรหรือเปล่า? ) พอใกล้จะหายก็ลากสังขารเดินทางตะลอนๆไปนอนค้างอ้างแรมเพื่อสอบเอ็นทร้านซ์ อีก4 วัน (ในสมัยนั้น ผมสอบเทียบได้ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ม.4)

พอสอบเอ็นทร้านซ์เสร็จแล้วก็เดินทางกลับบ้าน 2-3วันหลังจากกลับมาถึงบ้าน ผมก็ได้ไข้หวัดใหญ่มาเป็นของแถมตบท้ายต่ออีก นอนพักรักษาตัวเกือบร่วมเดือน (ช่วงนั้นสุขภาพย่ำแย่มาก เพราะเป็นหน้าอากาศเปลี่ยนต่อฤดูจากหนาวมาหาร้อน จำได้ว่าหน้าร้อนในปีนั้นร้อนมากๆจนติดสถิตอากาศร้อนสูงที่สุดในรอบ10 ปี) ตอนที่เป็นไข้นอนซมอยู่นั้น กินอะไรไม่ได้เลย กินแต่ข้าวต้มพุ้ยโรยหน้าด้วยหมูหยองทั้งเดือน อากาศร้อนๆทำให้ผมไม่อยากจะกินอาหารอะไรเลย นอกจากน้ำผลไม้ปั่น ผลไม้สุกๆหวานๆและอาหารจำพวกยำ ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่แห้ง

การป่วยครั้งนั้นได้ทำให้รูปร่างและหน้าตาของผมเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ชนิดที่เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมาก น้ำหนักลดไปเกือบๆ20 กิโล กางเกงจากที่เคยใส่เอว 31 ก็เปลี่ยนมาใส่เอว 26-27 เสื้อจากแต่เดิมเคยใส่ไซส์ L-XL ก็เปลี่ยนมาใส่ไซส์ S ส่วนรูปร่างหน้าตาจากเดิมที่หน้าบานแก้มยุ้ยทะลักเหมือนซาลาเปาผสมหมั่นโถว ก็กลายมาเป็นโครงหน้าตอบเรียวได้รูป พอดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอีกเยอะ แบบเรียกได้ว่า ควงไปวัดไปวาหรือควงไปออกงานได้

ส่วนข่าวดีที่มาพร้อมกับรูปร่างหน้าตาที่ดีขึ้น คือ ผมสามารถสอบเอ็นทร้านซ์เข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของภูมิภาคได้ (ทั้งๆที่ตอนสอบไม่ได้เตรียมอ่านหนังสืออะไรเลย เพราะป่วย มัวแต่นอนพักพื้นตลอดทั้งวันทั้งคืน) เรียกได้ว่าฟลุ๊คมากๆ

กว่าทางบ้านจะอนุญาติให้ผมเข้าเรียนในมหา'ลัยได้ ก็เล่นเอาผมรบเร้าซะเหนื่อย (นั่งบีบน้ำตาทำหน้าเศร้าทั้งวันจนตาบวม) สาเหตุที่ทางบ้านไม่อนุญาติให้ผมเรียนมหา'ลัย เพราะกลัวว่าผมเรียนตามเพื่อนร่วมรุ่นไม่ทัน ความรู้พื้นฐานของผมมีแค่ ม.4 เท่่านั้น จะไปเรียนสู้อะไรกับเด็กที่จบม.6 ได้

ใจจริงทางบ้านอยากจะให้ผมเรียนจนจบม.6 ก่อน เพื่อให้พื้นฐานแน่นๆ แต่สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าผมสามารถเอาตัวรอดในเรื่องเรียนได้ อีกเหตุผลเล็กๆที่เป็นผลพลอยได้ก็คือ ถ้าผมได้เข้าเรียนมหา'ลัย ถือเป็นการเปิดหูเปิดตาและเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้ไปเจอหนุ่มๆหล่อๆ ตักตวงเก็บเกี่ยวประสบกาม(ไม่ค่อยร่านเลยนะตรู 555) ผมไม่อยากกลับไปเรียนจนจบม.6 ขี้เกียจรอเวลาให้ผ่านไป (เพราะไม่แน่ใจว่า ตัวเองจะกลับมาอ้วนเหมือนเดิมอีก ยิ่งอยู่ที่บ้านอาหารการกินอุดสมบูรณ์มาก รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งช่วยกระตุ้นเพิ่มความขี้เกียจในการออกกำลังเป็นอย่างดี และตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะโชคดีสามารถสอบเอ็นทร้านซ์ติดเหมือนครั้งนี้หรือเปล่า?)

เวลานี้ หน้าตาและรูปร่างของผมไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว สิ่งนี้ได้สร้างความมั่นใจให้ตัวผมมากถึงมากที่สุด จากเดิมที่เป็นคนไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเองเลย เดิมก้มหน้าตลอด มิหนำซ้ำเพื่อนๆในโรงเรียนก็เรียกผมว่า "หมู" หรือไม่ก็ "หมูตอน" แทนชื่อเล่นของผม

..................................................................


"ไอ้หน้าหวาน ที่นั่งอยู่แถวหลังสุดทางขวามือ ยังไม่มีป้ายชื่อนี่หว่า ลุกขึ้นมานี่หน่อยซิ" เสียงของรุ่นพี่คณะที่เป็นหัวหน้ารับน้องใหม่ตะโกนเรียกผมออกมาข้างหน้าแถว

"ชื่ออะไรว่ะ?" รุ่นพี่เอ่ยถามผม

"กันต์ครับ" ผมตอบอย่างมั่นใจ

"อีกแล้วเหรอ!!! ทำไมชื่อเอ็งมันโหลยังงี้ นี่ก็ปาเข้าไป 3 กันต์แล้ว หน้าเอ็งหวานๆเหมือนหลินจื้ออิง งั้นเอ็งเอาชื่อนี้ ไปละกัน" รุ่นพี่จ้องมองหน้าผม พร้อมกับเขียนป้ายชื่อให้ (ที่ว่าผมหน้าตาเหมือนหลินจื้ออิง นี่ชมจากใจจริงหรือว่าพี่เขาเมาค้างจากเมื่อคืน? เลยมองเห็นอะไรผิดเพี้ยนจากความจริงไป แต่ก็ยังดีที่ยังอุตส่าห์ชมผมว่าหน้าเหมือนซุปเปอร์สตาร์หน้าหยกยุคนั้น)

หลังจากกิจกรรมรับน้องเสร็จสิ้นลงไปแล้ว ก่อนที่รุ่นพี่หัวหน้าจะบอกให้แยกย้ายกันกลับ ก็มีบรรดารุ่นพี่จากชมรมเชียร์ประมาณ 10 กว่าคน เข้ามาแนะนำชมรม พร้อมทั้งประกาศรายชื่อของนักศึกษาปี1 ทั้งหญิง-ชายที่หน้าตาเข้าข่ายหน้าสนใจ เพื่อเอามาคัดเลือกเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของคณะ โดยจะเรียกชื่อเล่นตา่มป้ายชื่้อที่แขวนคอ (ไม่รู้ว่าบรรดารุ่นพี่พวกนี้แอบมาเป็นแมวมองตั้งแต่เมื่อไหร่)

"น้องๆที่ถูกเรียกอย่าเพิ่งรีบกลับนะครับ อยู่รอพบพวกพี่ก่อน" เสียงของรุ่นพี่ผู้ชายที่เป็นตัวแทนชมรมพูดขึ้นมา

ผมจ้องมองรุ่นพี่เจ้าของเสียงอย่างไม่กระพริบตา พี่เขาจัดได้ว่าเป็นคนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง หน้าตาหล่อแบบไทยแท้ ตาโต คิ้วดกหนา (ไม่รู้ว่าส่วนอื่นจะดกหนาหรือเปล่านะ?) จมูกโด่งรับกับริมฝีปากอมชมพูรูปกระจับ ผิวสีน้ำผึ้ง สูงโปร่ง(ประมาณ 180 up)

"พี่คนนี้ไง ที่เป็นเดือนคณะปีที่แล้ว รู้สึกว่าเขาจะชื่อ ต่อ หล่อจังเลยแก" ยัยมิ้นท์ เพื่อนเมเจอร์(สาขาวิชา)เดียวกัน หันมากระซิบผม

ผมนั่งมองหน้าพี่ต่อ อย่างไม่วางตา โดยไม่ค่อยสนใจฟังประกาศรายชื่อเท่าไหร่เนื่องจากคิดว่าหน้าตาตัวเองไม่ได้มีคุณสมบัติหรือจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจพอที่จะได้รับการเสนอชื่อ

"น้องหลินจื้ออิง เมเจอร์....... " ชื่อตรูนี่หว่า ติดโผกับเขาด้วยนิ ผมรำพึงรำพันกับตัวเองเบาๆ

ผมและบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นที่ถูกขานชื่อ ต่างก็อยู่รอพบพวกรุ่นพี่ชมเชียร์เพื่อรอคัดตัวเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของคณะ จริงๆแล้วผมไม่ได้อยากจะเป็นเชียร์ลีดเดอร์หรอก แต่มีจุดประสงค์หลักแอบแฝงอยู่ นั่นคือ อยากจะรู้จักพี่ต่อ

หลังจากที่ประธานชมรมเชียร์ซึ่งเป็นรุ่นพี่ผู้หญิงกล่าวอธิบาย พร้อมทั้งให้บรรดาสมาชิกและเชียร์ลีดเดอร์คณะปีที่แล้ว สาธิตท่าเบื้องต้นของเชียร์ลีดเดอร์ เพื่อให้บรรดาน้องใหม่ฝึกทำตาม

ผมทำท่าพวกไปอย่างเก้ๆกังๆ มือไม้ของผมไม่สามัคคีกันเลย เทียบกับคนอื่นแล้ว พวกนั้นมือไม้สบัดพลิ้วไหวแกว่งไกวสวยงามมากกว่าผมเยอะ แล้วสิ่งที่ผมรอคอยก็ได้มาถึง พี่ต่อเดินเข้ามาหาผม

"มือไม้ยังแข็งอยู่นะเรา" พี่ต่อพูดขึ้น พร้อมกับจัดมือผมโบกไปมา

"หน้าตานายเหมือนหลินจื้ออิงจริงๆด้วย แต่ยังตี๋ไม่เท่าหลินจื้ออิงตัวจริง แล้วชื่อจริงๆของนายชื่ออะไร?" พี่ต่อก้มดูป้ายชื่อของผมอย่าขำๆ

"กันตพล ครับ" ผมตอบอย่างเขินๆ

"หมายถึงชื่อเล่น ล่อชื่อจริงเต็มยศเลย" พี่ต่อหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

เวลาที่พี่ต่อหัวเราะ ช่างดูมีเสน่ห์ยิ่งนัก โดยเฉพาะดวงตากลมโตที่สวยงามและดูทะเล้นนิดๆ

"ชื่อ กันต์ ครับ"

"กันต์ เป็นภาษาอังกฤษที่แปลว่า ปีน ใช่ไหม?" ว่าแล้ว พี่ต่อก็ลากมือทั้งสองผ่านสะดือ แล้ววกมาออกตรงบริเวณสะเอวของผมเพื่อจัดจังหวะในท่าเชียร์ลีดเดอร์

ผมรู้สึกเสียววาบๆอย่างบอกไม่ถูก ทันใดนั้นตรงบริเวณเป้ากางเกงของผมก็เริ่มตุงขึ้นมา เนื่องจากยังรู้สึกเสียวไม่หาย ผมไม่ทันได้ระวังตัวซักเท่าไหร่ มารู้ตัวอีกทีก็อายจนแทบช็อก พี่ต่อมานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเป้ากางเกงของผมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ (มาทราบภายหลังว่า พี่เขาคุกเข่านั่งเพื่อจะดูว่าผมยืนตัวตรงมากน้อยแค่ไหน ในขณะที่มือไม้พลิ้วไหวแกว่งไกว ลำตัวนิ่งมีความสง่างามไหม) อะไรมันจะบังเอิญได้จังหวะขนาดนั้น

"ปืนอย่างนายคงจะอัดลูกกระสุนไว้เต็มพิกัดพร้อมยิงเลยนะ ว่าแต่นายเป็นปืนอะไร?" พี่ต่อพูดยิ้มๆอย่ามีเลศนัย พร้อมกับจ้องดูเป้ากางเกงของผมที่นูนออกมาผิดปรกติ

ผมไม่พูดจาอะไร ผมอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ยิ่งอายปืนใหญ่ของผมก็ยิ่งชูชันไม่ยอมลดขนาดเสียที นี่แค่ขนาดโดนพี่ต่อลากมือผ่านบริเวณหน้าอกสะดือและรอบเอว ยังโ่ด่ซะขนาดนี้ ถ้าโดนมากกว่านี้มันจะขนาดไหนนี่ แค่คิดก็เสียวโว๊ย....

พี่ต่อคงรู้ว่าผมอาย เลยเปลี่ยนเรื่องคุยเป็นเรื่องอื่นแทน ระหว่างพักเพื่อรอการคัดตัว ผมได้คิวเกือบสุดท้าย ผมกับพี่ต่อคุยกันอย่างออกรส พี่ต่อเป็นคนคุยสนุก คุยได้ทุกเรื่อง ผมยังคุยกับพี่ต่อ จนกระทั่งถึงคิวของผมที่จะต้องไปแสดงท่าเชียร์ลีดเดอร์ต่อหน้าทุกคน พอประกาศผลว่าใครบ้างที่ได้รับการคัดเลือกเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของคณะ ปรากฏว่าผมไม่ได้รับการคัดเลือก (แอบดีใจนิดๆ เพราะไม่มีความอยากเป็นเลยแม้แต่น้อย ขี้เกียจแบ่งเวลามาซ้อม)

ผมเดินมาเอารถมอเตอร์ไซด์ที่จอดไว้ตรงลานจอดรถใกล้กับอ่างเก็บน้ำของมหาลัย ผมสตาร์ทรถอย่างหัวเสียอยู่เป็นเวลาพอสมควร

"ทำไมถึงสตาร์ทไม่ติดว่ะ เป็นอะไรอีกละมึง ตอนเช้าก็เติมน้ำมันให้ซะเต็มถังแล้ว จะเอาอะไรอีก" ผมบ่นกับรถมอเตอร์ไซด์อย่างหัวเสีย

จนในที่สุดผมก็ตัดสินใจเดินจูงมอเตอร์ไซด์จากลานจอดรถ กลับไปยังหอพัก โชคดีที่ผมอยู่หอพักชายในมหาลัย ซึ่งอยู่ไม่ค่อยไกลเท่าไหร่

ผมเดินจูงมอเตอร์ไซด์ไปได้ซัก10 เมตร ก็ได้ยินเสียงปีบแตรจากรถมอเตอร์ไซด์ที่กำลังวิ่งมาข้างหลัง ผมหยุดหันไปมอง มอเตอร์ไซด์คันนั้นก็เข้าจอดตรงข้างทางใกล้กับผม อะไรมันจะบังเอิญแบบจงใจเหมือนฉากในหนังตอนที่นางเอกรถเสียแล้วพระเอกมาช่วยไว้ทัน

"รถเป็นอะไร?" พี่ต่อถามผม

"ไม่รู้พี่ สตาร์ทกี่รอบไม่ยอมติด สงสัยหัวเทียนบอดแน่ๆ"

พี่ต่อช่วยสตาร์ทให้ผมไม่กี่ทีก็ยกธงขาว พี่ต่อเลยเสนอความคิดว่า ให้ผมเอารถไปจอดไว้ที่โรงรถในหอพักของผมก่อน แล้วพี่เขาจะพาช่วยผมเอารถมอเตอร์ไซด์ไปส่งร้านซ่อมในวันรุ่งขึ้น เพราะเวลานี้ก็ตกเย็นมากแล้ว ร้านซ่อมรถคงจะปิดกันหมด

พี่ต่อชวนผมไปทานข้าวเป็นเพื่อน(มีเหรอที่ผมจะไม่รับปาก) พี่ต่อบ่นหิวข้าวมาก ไม่ใช่แต่พี่เขาเท่านั้นที่หิว ผมก็หิวด้วย

ผมนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์พี่ต่อไปที่ถนนหลังมอ โดยบริเวณสองฝากถนนดังกล่าว มีร้านขายของกินจำพวกอาหารตามสั่ง (ซึ่งเปิดขายตลอดทั้งคืน) ขนม ผลไม้ ร้านเช่าหนังสือ เช่าการ์ตูน ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายของชำ และกิจการร้านค้าๆมากมาย

พี่ต่อพาผมมานั่งกินข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่ง เราทั้งสองสั่งอาหารได้ไม่กี่นาที อาหารก็มาเสิร์ฟตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

"โอ้โห กินเผ็ดขนาดนี้เลยเหรอ? เขาว่าคนที่ชอบกินเผ็ดจะเซ็กส์จัดนะ" พี่ต่อเห็นผมตักพริกป่นในพวงเครื่องปรุงโรยใส่บนหน้าข้าวผัดน้ำพริกเผาอย่างไม่ยั้งมือ

"ผมชอบกินรสจัด ส่วนเรื่องเซ็กส์จัดนั้น ผมไม่รู้เพราะยังไม่เคยเซ็กส์กับใครมาก่อน" ผมตอบพี่ต่ออย่างซื่อๆ(ความจริงแกล้งทำซื่อมากกว่า เพราะอยากจะหยั่งเชิงดู)

"จริงเหรอ? ไม่บอกไม่รู้นะ ว่านายยังบริสุทธิ์อยู่ แต่ก็อาจจะจริง หน้านายดูเด็กมาก ยังกะเด็กม.ต้น นายอายุเท่าไหร่แล้ว?) พี่ต่อมองหน้าผมอย่างยิ้มๆมีเสศนัย

"อายุ 16 ครับ หน้าตาอย่างผมจะมีใครเขาเอา? ถ้าหล่ออย่างพี่ก็ว่าไปอย่าง" ผมพูดอย่างตรงไปตรงมา

"16เองเหรอ!!! นายสอบเทียบมาละซิ เก่งนะ ตัวแค่นี้สามารถสอบเอ็นฯติด เฮ้ย....! หน้าอย่างนายนี่นะไม่หล่อ ยิ่งเหมือนหลินจื้ออิงด้วยแล้ว อย่าว่าแต่ยังไม่มีแฟนเลย ถ้าบอกว่ามีแฟนแค่คนเดียว พี่ก็ยังไม่เชื่อ"

เล่นแซวกันอย่างไม่บันยะบันยังเลยนะ คุณพี่ต่อ มือไม้ของผมสั่นไปหมดแล้ว ดูซิจับช้อนเข้าปากยังไม่ตรงจุดเลย

"เออ แล้วคืนนี้นายจะทำอะไร?" พี่ต่อถามขึ้นมา

"ยังไม่รู้เลยพี่ อาจจะดูทีวีแล้วก็เข้านอน"

"เห็นตอนที่คัดเชียร์ลีดเดอร์ นายบอกว่าติดละครเรื่อง ดาวพระศุกร์ ไม่ใช่เหรอ? พี่ก็ติดนะ แบบว่าทุกคืนวันศุกร์ยันอาทิตย์แทบจะไม่ออกไปไหน พรุ่งนี้และวันอาทิตย์นายยังไม่มีอะไรทำใช่ปล่าว?" พี่ต่อเริ่มเปิดทางถามคำถามที่ผมตั้งตารอ

"ครับ" ผมตอบสั้นๆ

"อย่างนั้นก็ดีแล้ว คืนนี้นายไปดูดาวพระศุกร์ที่บ้านพี่ และไปนอนค้างที่นั่นเลย พรุ่งนี้พี่จะมาส่งที่หอ หลังจากดูดาวพระศุกร์แล้ว จะได้ดูเรื่องมังกรหยก พี่มีวีดีโอเรื่องนี้ด้วย นายก็ชอบดูเรื่องนี้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?"

แล้วแจ๊คพ็อตก็แตกจนได้นะ นี่เป็นประโยคที่ผมอยากได้ยินมากที่สุดในตอนนี้ คุณพี่เล่นเปิดทางให้ซะขนาดนี้เลย ทางสะดวกเกินคาดจริงๆ คืนนี้แล้วซินะที่ผมจะได้เสียความบริสุทธิ์ให้กับคนที่ถูกใจ

"ไปตอนนี้เลยหรือพี่? ไปมันทั้งชุดนักศึกษานี่นะ? ผมยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย เสื้อผ้าที่จะเปลี่ยนก็อยู่ที่หอ น้ำก็ยังไม่ได้อาบไหนจะแปรงสีฟันและยาสีฟันอีก" ผมพูดไว้เชิงเพื่อไม่ให้ดูว่าตัวเอง "อยาก" จนเกินไป

"เออ เสื้อผ้านายใช้ของพี่ก็ได้ น้ำก็ไปอาบที่บ้านพี่ ส่วนแปรงสีฟันนั้น ที่บ้านพอจะมีอันใหม่สำรองอยู่ 1 อัน"

สวรรค์เลยตรู ผมทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะตอบตกลง ความจริงอยากจะตกลงตั้งแต่คุณพี่ต่อยังพูดไม่จบ ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องไปนั่งดูทีวีในห้องนั่งเล่นของหอพัก ซึ่งเป็นห้องแคบๆจุคนได้ไม่ถึง30 คน อีกอย่างทีวีก็เป็นจอ14 นิ้ว เล็กนิดเดียว ช่วงนั้นละครเรื่อง "ดาวพระศุกร์" เวอร์ชั่นศรราม-สุวนันท์ กำลังดัง ยิ่งวันไหนที่ละครเรื่องนี้ออกอากาศ แทบจะเรียกได้ว่าทั้งหอพักเงียบสนิท ทุกคนจะมาดูทีวีที่ห้องนั่นเล่นของหอ จนเต็มล้นออกมาข้างนอกถึงขนาดต้องเขย่งดูเลยทีเดียว ส่วนผลพลอยได้ก็คือ "อยากจะให้พี่ต่อเปิดซิงผม"

บ้านของพี่ต่ออยู่ในซอยหลังมหาลัย เป็นบ้านแบบทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น 2 ห้องนอน(ห้องหนึ่งเป็นห้องนอนของพี่ต่อ ส่วนอีกห้องใช้เป็นห้องเก็บเสื้อผ้า ทำงาน-อ่านหนังสือ และเก็บของต่างๆไปในตัว) 2 ห้องน้ำ

พี่ต่อเล่าให้ฟังว่า ทางบ้านซื้อบ้านหลังนี้เป็นของขวัญที่พี่ต่อสอบเอ็นทร้านซ์เข้ามหาลัยได้ (พี่ต่อเป็นคนกรุงเทพและจบจากโรงเรียนชายล้วนที่มีชื่อเสียง)

หลังจากที่ดูทีวีเสร็จเรียบร้อยแล้ว พี่ต่อก็พาผมไปนอน โดยนอนห้องเดียวเตียงเดียวกับพี่ต่อ เตียงของพี่ต่อเป็นเตียงนอนกว้าง

"นายนอนกรนไหม?" พี่ต่อถามผม

"เป็นบางครั้งครับ? แล้วพี่ต่อ?"

"เหมือนกันว่ะ แต่พี่เป็นคนนอนดิ้น ถ้านอนดิ้นไปทับนายก็อย่าถือสาอะไรนะ"

พูดเปิดทางเลยนะ คุณพี่

ผมพยายามข่มตาหลับ แต่มันก็ยังไม่หลับอยู่ ผิดกับพี่ต่อที่นอนนิ่งมาก ซักพักทั้งมือและขาของพี่ต่อเริ่มมาก่ายบริเวณตัวผม เวลานี้ตัวของผมเริ่มสั่นระรัวทันที

ผมมองหน้าพี่ต่อที่กำลังนอนหลับอยู่ ผมแอบใช้มือลูบไล้บริเวณไหล่ของพี่ต่ออย่างเบาๆเพราะกลัวพี่ต่อตื่น

เหมือนพี่ต่อจะรู้ พี่ต่อเริ่มใ้ช้มือที่ก่ายอยู่บนตัวผมกอดรัดผมเข้าหาตัวของพี่แก ลมหายใจอ่อนจากจมูกของพี่ต่อ รดลงบนแก้มของผมเบาๆ พร้อมกันนั้นพี่ต่อก็ใช้บริเวณหัวเข่าสัมผัสกับแท่งตอปิโดของผม จนมันเริ่มพองตัวขยายตัวออกทีละนิดๆ ส่วนผมเองก็ลองใช้นิ้วมือเลื่อนลงไปบนเสื้อของพี่ต่อตรงตำแหน่งหัวนม ผมใช้นิ้วมือละแลงเบาๆเป็นวงกลมบนตำแหน่งหัวนม

"เห็นตัวแค่นี้ ใหญ่เหมือนกันนะเรา" พี่ต่อกระซิบบอกผม และพี่แกไม่รอช้า รีบสอดมือลงไปในกางเกงของผมทันที

มือของพี่ต่อค่อยๆเข้าไปอยู่ในขอบกางเกงในกางเกงของผมอย่างช้าๆ นิ้วมือของแกจับและลูบไล้กับขนเพชรของผมอย่างทะนุถนอม จากนั้นมือของแกก็รวบจับแท่งตอปิดโดของผม พร้อมกับสาวขึ้นๆลงเป็นจังหวะ

ผมครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน พร้อมกับใช้มือถอดเสื้อของพี่ต่อออก ผิวของพี่ต่อเนียนลื่นมาก หุ่นก็ดี หัีวนมก็ตั้งชูชันนิดๆ ผมค่อยๆใช้ลิ้นเลียที่บริเวณหัวนมของพี่ต่อ

มือข้างหนึ่งของพี่ต่อรูดแท่งตอปิโดของผมอย่างสนุกสนาน ส่วนอีกข้างก็ใช้กดหัวผมแนบกับหัวนมของพี่แก

ซักพักผมเริ่มใช้มือดึงกางเกงนอนและกางเกงในของพี่ต่อลงไปพร้อมๆกัน และใช้มือของผมลูบไล้ลงไปในส่วนใต้สะดือของพี่แก ก่อนที่จะสัมผัสทักทายกับแท่งอ้อยที่ยาวแข็งชูชันนั้น มือของผมได้ลากผ่านป่าดงดิบอเมซอนอันดกดำของพี่ต่อ (คนอะไรหมอยขึ้นดกหนามาก)

พี่ต่อเปลี่ยนท่ามานอนทับลงบนตัวผม โดยใช้ริมฝีปากรูปกระจับอันสวยงามจูบลงบนริมฝีปากของผม เราทั้งสองแลกลิ้นกันอยู่พักหนึ่ง แล้วพี่ต่อก็เลื่อนปากลงมาไซร้ตรงซอกคอผม ผมรู้สึกจั๊กจี้ปนเสียวนิดๆ จากนั้นก็เลื่อนลงมาดูดบริเวณหัวนมของผม โดยมือของแกก็ยังรูดแท่งตอปิโดของผมอย่างเป็นจังหวะ

ก่อนที่พี่ต่อจะจัดการเขมือบแท่งตอปิโดของผม พี่แกใช้ปลายจมูกลูบไล้ตรงพวงสวรรค์ของผมอย่างเมามันส์ แล้วพี่ต่อก็ใช้ปลายลิ้นเลียตรงตอปิโดของผมบริเวณเส้นเสียวใต้รอยหัวหยัก จากนั้นก็ค่อยตวัดปลายลิ้นไปรอบๆหัวตอปิโดของผม เมื่อผมร้องครวญครางมากขึ้น พี่ต่อรีบอ้าปากครอบตอปิโดของผมจนมิดลำ พร้อมกับรูดขึ้นๆลงโดยใช้ริมฝีปากอย่างชำนาญ

ผมทนความเสียวไม่ไหวเลยเผลอตัวปล่อยน้ำอสุจิพุ่งเข้าไปในปากของพี่ต่ออย่างเต็มลูกสูบจนทะลักออกมาจากปาก พี่ต่อดูดกลืนอย่างไม่รังเกียจ แล้วใช้ลิ้นเลียรอบหัวตอปิโดของผม

ผมใช้มือผลักพี่ต่อลงนอนที่เตียงพร้อมกับใช้ปากดูดขยี้หัวนมของพี่แกอย่างเมามัน โดยมือข้างหนึ่งของผมก็รูดแท่งอ้อยของพี่แกขึ้นลง เมื่อดูดหัวนมเสร็จแล้ว ผมก็เปลี่ยนเป้าหมายมาลิ้มรสสัมผัสกับลูกเงาะทั้งสองพี่ต่อ (คนอะไรเซ็กส์ซี่จริงๆ ขนาดที่พวงสวรรค์ยังมีขนขึ้นดกหนา) ผมตวัดลิ้นไปรอบๆลูกเงาะแต่ละลูกอย่างเบาๆ พอเล่นกับลูกเงาะของพี่ต่อจนหนำใจแล้ว ผมก็เลื่อนปากขึ้นมาที่แท่งอ้อยอันโอชาของพี่ต่อดูบ้าง หัวถอกๆที่บานเป็นดอกเห็ดยิ้มแย้มรอให้ลิ้นของผมมาสัมผัส ผมอ้าปากและอมแท่งอ้อยของพี่ต่อไปเกือบสุดลำ ขนาดของแท่งอ้อยพี่ต่อใหญ่กำลังดี แต่ยาวได้ใจเหลือเกิน ผมใช้แรงดูดแท่งอ้อยของพี่แกไปเต็มลูกสูบ

"โอ๊ย เบาๆหน่อย อย่าใช้ฟันซิ" เสียงร้องของพี่ต่อดังขึ้น

"โทษครับพี่ นี่เป็นครั้งแรกของผม ผมยังไม่เคยดูดมาก่อน" ผมกล่าวขอโทษ

"พยายามใช้ลิ้นนะ ค่อยๆดูด ค่อยๆเลีย อย่ารีบ" พี่ต่อค่อยๆสอนผม

ผมก้มหน้าก้มตาดูดแท่งอ้ออย่างออกรสชาติย

"เออ.. ดี.. ดีมาก อย่างนั้นแหละ นายดูดเก่งมาก โคตรเสียวเลย" เสียงพี่ต่อครางออกมา

พี่ต่อดึงตัวผมขึ้นมา พร้อมกับกระซิบเบาๆที่หูของผมว่า

"นายอยากจะลองเอาตูดพี่ดูไหม? เสียวกว่านี้เยอะมาก"

"ครับผม ผมอยากจะเอาพี่มาก"

พี่ต่อลุกขึ้นไปหยิบวาสลีนที่ในห้องน้ำ พี่ต่อเปิดขวดวาสลีนพร้อมกับละแลงลงบนบริเวณประตูหลังของตัวเอง จากนั้นก็บีบขวดวาสลีนใส่มืออีกรอบ และเอามาทาที่แท่งตอปิโดของผมตั้งแต่หัวยันโคน

พี่ต่อลุกขึ้นนั่งโก่งโค้งหันหลังให้ผม และสั่งผมให้ค่อยๆใส่แท่งตอปิโดของผมเข้าไปในประตูหลังของพี่แก ผมรู้สึกเสียวซาบซ่านจากแรงดูดจากกล้ามเนื้อผนังประตูหลังของพี่แก พอเสียบจนมิดด้าม ผมกระเด้าซอยถี่ยิบอย่างไม่ยั้ง

"เบาๆหน่อยซิ พี่เจ็บ" เสียงพี่ต่อบอกผม จากนั้นพี่แกก็ครวญครางออกมาอย่างไม่เป็นภาษา

ประตูถ้ำของพี่่ต่อตอดเจ้าตอปิโดของผมแน่ดีแท้ ทำให้ผมรู้สึกเสียวเสียวไปทั่ว โดยเฉพาะบริเวณหัวกระดอและท้องน้อย

เสียงหน้าท้องของผมตบประสานกับตูดเนียนๆของพี่ต่อเป็นเสียงดัง "ป๊าบๆๆๆๆ........." ฟังแล้วยิ่งได้อารมณ์กำหนัดเพิ่มขึ้นมากมายขึ้นนัก ซักพักน้ำสีขาวข้นของผมก็แตกทะลักใส่ในถ้ำทองของพี่ต่อ ผมร้องเสียงหลงด้วยความเสียว

หลังจากผมถอนเจ้าแท่งตอปิโดออกจากถ้ำทองของพี่ต่อแล้ว ภาระกิจต่อไปของผมคือ ช่วยให้พี่ต่อถึงจุดสุดยอด

พี่ต่อลงจากเตียง ไปยืนอยู่ข้างขอบเตียง ผมตามลงไปนั่งคุกเข่าต่อหน้า โดยตำแหน่งแท่งอ้อยของพี่ต่อจ่ออยู่ตรงหน้าปากของผม

ผมใช้ปากรูดแท่งอ้อยของพี่ต่อขึ้นๆลงอย่างรวดเร็ว พี่ต่อครางเบาๆ และใช้มือกดศรีษะของผมแนบกับหัวหน่าวของพี่แก พร้อมกับกระเด้าแท่งอ้อยเข้าๆออกๆปากผมอย่างถี่รัว ผมแทบจะสำลักลำแท่งอ้อยของพี่แก

พี่ต่อจิกเส้นผมของผมอย่างแน่น 3-4 วินาทีถัดมา พี่แกก็ร้องเสียงหลงออกมา น้ำเมือกสีขาวขุ่นฉีดกระจายเข้าไปในปากผมอย่างล้นทำนบ ผมกลืนน้ำพิศวาสเข้าไปอย่างเต็มใจ รสชาติของมันเฟื่อนๆขาวๆเค็มๆหนืดๆลื่นๆอย่างบอกไม่ถูก

เปิดบริสุทธิ์ครั้งแรกของผม เป็นการเปิดบริสุทธิ์ที่สุดแสนจะเสียวและประทับใจมาก ตั้งแต่นั้นมาผมกับพี่ต่อก็กลายเป็นคู่ขาประจำ แบบว่าุถ้าว่างตรงกันเมื่อไหร่เป็นอันได้ฟาดฟันกันจนเป้าเปียก ทุกครั้งผมได้เรียนรู้กลเม็ดเด็ดสุดในการประลองยุทธบนเตียงจากพี่ต่อเยอะมาก


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP |
|
| 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน
Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top

 

Conferences | Topics | Previous Topic | Next Topic
romanrome
Guest

1. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #0
 
21-Nov-12, 00:07 AM (SE Asia Standard Time)
 
   ตอนเย็นวันพฤหัสบดี

“กันต์ ห้อง 325 รับโทรศัพท์ด้วยครับ” เสียงลำโพงบริเวณทางเดินภายในหอพักดังขึ้น

“ใครโทรมาตอนนี้? คงไม่ใช่ที่บ้านแน่ๆ เพราะเพิ่งจะโทรกลับไปเมื่อบ่ายนี้เอง” ผมบ่นพึมพำกับตัวเอง ในระหว่างที่รีบวิ่งลงไปรับโทรศัพท์ที่ตรงเค้าท์เตอร์ด้านล่างของหอพัก

“ฮัลโหล... กันต์พูดครับ ไม่ทราบว่าเป็นสายจากใคร?” ผมพูดทักทายทางโทรศัพท์

“กันต์เหรอ... พี่ต่อเอง ช่วงวันหยุดยาวนี้ กลับบ้านไหม?” พี่ต่อถามขึ้นมา

“ไม่กลับครับ ผมเพิ่งกลับไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง” ผมตอบไป

“วันพรุ่งนี้จนถึงวันจันทร์ว่างไหม?” พี่ต่อยิงคำถาม

“ว่างครับ มีอะไรหรือพี่?” ผมถามด้วยความสงสัย

“ดีแล้วพี่จะได้ไม่เหงา พรุ่งนี้มีเรียนไหม? เลิกเรียนกี่โมง?” พี่ต่อถามแบบคลุมเคลือ และย้อนถามผมอีก

“พรุ่งนี้ผมมีเรียนแค่ตอนเช้าตัวเดียว เรียน 8 โมง เลิก 9 โมง”

“ดีมากไอ้น้อง พรุ่งนี้พอเลิกเรียนแล้ว ไม่ต้องไปไหนนะ มาหาพี่ที่บ้านด่วนเลย” พี่ต่อสั่งกำชับผม

“ได้เลยพี่ ว่าแต่มีอะไรเหรอครับ?” ผมถามอย่างสงสัย

“เออ... น่า... เดี๋ยวก็รู้เอง อย่าลืมนะ เลิกเรียนแล้วมาที่บ้านพี่ทันที ตรงเวลาด้วย แค่นี้ก่อน เจอกันพรุ่งนี้เช้า” พอพูดจบ พี่ต่อก็รีบวางสายทันที

ผมงงเล็กน้อย มันอะไรกันนี่? พี่เขามาไม้ไหน? จะว่าพี่เขาเงี่ยนก็ไม่น่าจะใช่ ถ้าเงี่ยนมากคงไม่ต้องรอให้ถึงพรุ่งนี้หรอก เย็นนี้ผมก็พร้อมยินดีให้บริการอัดถั่วดำที่ถ้ำทองของพี่เขาอย่างเต็มลูกสูบ เวลานี้ผมรู้สึกเงี่ยนมากถึงมากที่สุด ไม่ได้เข้าไปสำรวจในถ้ำทองของพี่ต่อหลายอาทิตย์แล้ว เพราะเป็นช่วงของการสอบระหว่างภาค ต่างคนต่างก็ไม่ว่างด้วยกันทั้งคู่ ต้องอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ อีกทั้งพี่ต่อยังต้องทำกิจกรรม ควบคุมการซ้อมเชียร์ลีดเดอร์อีกด้วย

หลังจากสอบเสร็จ ผมก็ค่อยได้หายใจหายคอกับเขาได้บ้าง หลายคนอาจจะสงสัยว่า นี่ก็ปาเข้าไปตั้งกลางเทอมแล้ว ทำไมผมถึงได้กินหนุ่มหล่อแค่คนเดียวคือ พี่ต่อ ทั้งๆที่ในมหาลัยนั้น มีหนุ่มหล่อๆอยู่เต็มหลายคันรถบรรทุกสิบล้อ ไม่น่าจะอัตคัตขัดสนถึงเพียงนั้น

คำตอบ.... ขอไล่มาเป็นข้อๆนะครับ เพราะว่ายาวมาก

เริ่มจากข้อ...... 1. รูมเมทของผมทั้ง 2 คน ( หอพักในมหาลัย 1 ห้อง จะอยู่ด้วยกัน 3 คน) เป็นรุ่นพี่ปี4 ปี5 หน้าตาโหดๆเถื่อนๆ ผมยาวๆ เซอร์ๆ ซกมกๆ(ข้อนี้เยอะหน่อย) แค่เห็นหน้าก็ไม่รู้สึกมีอารมณ์อื่นใดเลย นอกจากอารมณ์หวาดกลัว ไม่ต้องบอกคณะ คงจะทายถูกกันนะครับว่าพวกพี่เขาอยู่คณะอะไร? ถ้ายังไม่รู้ ผมจะใบ้ให้อีกนิด คณะเกี่ยวกับการวาดๆเขียนๆ แต่พวกพี่เขานิสัยดีมาก ดูตรงข้ามกับรูปลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง
ส่วนใหญ่แล้ว นักศึกษาปี 1 ทางหอพักจะจัดให้อยู่ห้องเดียวกันหมด จะไม่แยกหรือคละปนกับรุ่นพี่ปีอื่นๆ เผอิญว่าวันที่ลงชื่อจองห้องพัก ผมไม่ได้มา พอมาขอลงชื่อทีหลังตอนใกล้เปิดเทอม ปรากฏว่า เหลือห้องว่างเพียงที่เดียว คือ ห้องที่ผมพักอยู่


2. เพื่อนๆหรือคนรู้จักในหอพักของผม ส่วนมากหน้าตาไม่สามารถปลุกอารมณ์ทางเพศได้เลย (ไม่รู้ทำไมถึงไม่ได้มีโอกาสรู้จักกับคนหล่อๆน่ารักๆกับเขาบ้างนะ)


3. คณะที่ผมเรียนอยู่ ไม่ค่อยมีผู้ชายแท้ๆ ซักเท่าไหร่ พวกออกสาวเยอะมากๆ ส่วนเกย์เก็กแมนที่ไม่ออกก็มีเยอะ สำหรับพวกเกย์ที่หล่อๆหน้าตาดีๆ ก็ถูกรุมจิกรุมทึ้งซะส่วนใหญ่ ผมไม่อยากจะไปทำศึกสงคราม แย่งชิงกับใคร ยังดีที่ได้ชิ้นปลามันอย่าง พี่ต่อ แม้ว่าปริมาณจะน้อย แต่คุณภาพคับตูดสุดๆ

4. สาขาวิชาของผมนั้น มีผู้หญิง 30 กว่าคน มีผู้ชายแค่ 3 คน เป็นชายแท้แค่คนเดียว ที่เหลือก็แอบจิตเก็กแมน และออกสาวอย่างเป็นทางการ


5. ในห้องเรียนที่จะต้องเรียนรวมกับนักศึกษาหลากหลายคณะและหลากหลายชั้นปีนั้น ผมก็มักจะได้เพื่อนร่วมห้องเรียนที่เป็นผู้หญิงซะเกือบยกชั้น หรือไม่ก็คู่รักที่ควงคู่ลงทะเบียนเรียนพร้อมกัน หรือไม่ก็แก็งค์สาว Rose paper (ใครที่เรียนอยู่ในช่วงเวลานั้น ไม่มีใครที่ไม่รู้จักกิตติศัพท์ชื่อเสียงเรียงนามของแก็งค์นี้ ออกจะดังไปทั่วมหาลัย) ลงทะเบียนเรียนยกแก็งค์

6. คณะที่เป็นศูนย์รวมของคนหล่อ ที่ติดอันดับต้นๆ มีอยู่ 2 คณะ คือ วิศวกรรมศาสตร์ และบริหารธุรกิจ ซึ่งผมเองไม่มีโอกาสได้ไปข้องเกี่ยวข้องแวะอะไรกับคณะพวกนี้เลย (หมายถึงเข้าไปทำธุระ หรือลงทะเบียนเรียนวิชาเลือกเสรีต่างๆของคณะพวกนี้) ทั้งๆที่อยากจะข้องแวะด้วยใจจะขาด

เซ็งเป็ดจริงๆเลยตรู แล้วจะไปหาคนหล่อๆน่ารักๆ กินได้ที่ไหน?? เพราะแบบนี้ ผมเลยต้องผูกปิ่นโตเป็นขาประจำของพี่ต่อ

......................................................................................................................

หลังจากเลิกเรียน ผมก็เบิ่งมอเตอร์ไซด์มาที่บ้านพี่ต่อทันที ผมฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี เพราะวันนี้จะได้ปลดปล่อยอารมณ์กำหนัดเสียที หลังจากที่ใช้บริการของน้องโป้ง ชี้ กลาง นาง ก้อย แก้ขัดมาหลายสัปดาห์

เมื่อขี่มอเตอร์ไซด์มาถึงหน้าบ้านพี่ต่อ สายตาของผมมองเห็นรถยนต์ BMW สีดำ จอดอยู่ภายในรั้วบ้าน ใกล้กับรถมอเตอร์ไซด์ของพี่ต่อ ผมเห็นแล้วรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็พยายามไม่สงสัยอะไร(ทั้งที่ใจแอบสงสัยว่า เจ้าของรถจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับพี่ต่อมากเป็นพิเศษ) ผมเปิดประตูรั้วบ้านพร้อมกับจูงมอเตอร์ไซด์เข้าไปอย่างปรกติ (ทุกครั้งที่มาบ้านพี่ต่อ ผมก็ทำแบบนี้อยู่เป็นกิจลักษณะ)

ในขณะที่ผมกำลังจอดมอเตอร์ไซด์ตรงข้างกระถางต้นไม้ติดกับขอบรั้ว ทันใดนั้น ประตูบ้านก็เปิดออกมา คนที่เปิดประตูบ้านออกมาไม่ใช่พี่ต่อ แต่เป็นผู้ชายอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับพี่ต่อ ผู้ชายคนนี้หน้าตาจัดได้ว่าหล่อมากๆ ความหล่อนี่ระดับดารานายแบบเลยก็ว่าได้ (หล่อกว่าพี่ต่อนิดหนึ่ง) ผิวขาว ดูสะอาดเกลี้ยงเกลา รูปร่างและส่วนสูงประมาณเท่ากับพี่ต่อ

ผมตกใจและตกตะลึงในความหล่อของผู้ชายคนนี้จนทำอะไรทำถูก พอรวบรวมสติได้ผมก็ยกมือไหว้ตามมารยาท

“ไม่ต้องไหว้ก็ได้ พี่ยังไม่แก่ขนาดนั้น ใช่น้องกันต์หรือเปล่า? หน้าเหมือนหลินจื้ออิงจริงๆด้วย” ผู้ชายคนนั้นยิ้ม และพูดกับผมอย่างเป็นกันเอง (แถมรู้จักชื่อผมอีกต่างหาก ไม่รู้ว่าพี่ต่อแอบไปเม้าท์อะไรเกี่ยวผมให้ผู้ชายคนนี้ฟัง??? )

“ครับผม แต่หน้าผมไม่เหมือนหลินจื้ออิงแน่ๆ พี่ก็ชมเกินไป เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าเขาจะหัวเราะเยาะผมเอา” ผมก้มหน้าพูดอย่างอายๆ ผมไม่กล้ามองหน้าหรือสบตาผู้ชายรูปหล่อ (ก็มันเขินจะให้ทำยังไง)

“ไม่ต้องพูดครับก็ได้ อยากพูดอะไรก็พูดมาเลย จะได้เป็นกันเอง พี่ชื่อ ที เป็นเพื่อนกับไอ้ต่อ เข้ามาข้างในก่อนซิ” ผู้ชายคนนั้นแนะนำตัวเอง พร้อมกับเชิญผมเข้าไปนั่งข้างในบ้าน

“พี่ต่ออยู่ไหนครับ?” ผมถามพี่ที

“มันอาบอยู่” พี่ทีตอบผมอย่างสั้นๆ

“มึงอาบน้ำโคตรนานจริงๆ ชักว่าวอยู่หรือเปล่าว่ะ?” พี่ทีตะโกนขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน

ผมนั่งคุยกับพี่ทีอยู่ที่โซฟาห้องรับแขกชั้นล่าง จากที่คุยกัน ทำให้ผมรู้รายละเอียดส่วนตัวของพี่ทีมากขึ้น

พี่ทีเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของพี่ต่อสมัยเรียนมัธยม พี่ทีอยู่กรุงเทพและเรียนอยู่ในมหาลัยชื่อดังระดับประเทศ อาทิตย์นี้เป็นวันหยุดยาว หรือ long week-end พี่ทีเลยขับรถขึ้นมาเที่ยวและเยี่ยมพี่ต่อที่เชียงใหม่

พี่ต่อเดินมายืนที่ระเบียงตรงบันได ในสภาพนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว ผิวเนียนๆเปียกน้ำหมาดๆเห็นแล้วน่าเอาลิ้นเข้าไปสัมผัสมากๆ

“มึงเผาอะไรกูต่อหน้าน้องเขา?” พี่ต่อหันไปถามพี่ที

“เปล่า... มึงก็ร้อนตัวไปได้ ชักว่าวเพิ่งเสร็จหรือไง?” พี่ทีแซวพี่ต่อ

“ไอ้ห่า พูดซะกูเสียหมด กูไม่หื่นเหมือนมึง ที่กรุงเทพคงจะตระเวนกินเขาไปทั่ว จนหาใครไม่ได้แล้วซิ หรือว่าเขาไม่เอามึงว่ะ? ถึงได้ถ่อมากินตั้งเชียงใหม่ ทนๆเอาหน่อย อีกประเดี๋ยวสุดที่รักของมึงก็มา คืนนี้ก็อย่าหักโหมให้มากนะโว๊ย เก็บแรงไว้เผื่อคืนต่อไปบ้าง ฟ้าจะได้เหลืองนานๆ” พี่ต่อจิกกัดเพื่อนสนิทอย่างออกรส (ปากจัดเหมือนกันนะพี่)

“อย่าไปฟังไอ้ต่อมันมากนะ พี่ไม่ได้เป็นคนแบบนั้น มันพูดจนพี่กลายเป็นไอ้หื่นไปแล้ว” พี่ทีพูดเชิงแก้ตัวพูดกับผม

“กันต์ขึ้นมาบนนี้หน่อย พี่มีอะไรจะให้ดู” พี่ต่อเรียกผมขึ้นไปชั้นบน

ผมเดินตามพี่ต่อขึ้นไปบนห้อง แต่ก็ยังไม่วายแอบชำเลืองมองพี่ที (ก็คนมันหล่อนี่ จะไม่มองได้อย่างไร)

พอผมเข้ามาในห้องนอน พี่ต่อไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าตัวผมไปกอดพร้อมกับละเลงจูบที่ปากของผมอย่างหิวกระหาย

“คิดถึงนะครับ” พี่ต่อกระซิบบอกผม หลังจากนั้นก็ใช้ปลายจมูกซอนไซร้ไปตรงกกหูผม พร้อมกับลากปลายจมูกยาวลงมาบริเวณต้นคอ จากนั้นก็ใช้ริมฝีปากไซร้บริเวณคอของผม ผมรู้สึกเสียวจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว ไม่แค่ขนเท่านั้นที่ลุก เจ้าตอปิโดของผมก็ลุกวาวขึ้นมาด้วย

แขนทั้งสองข้างของผมกอดรัดพี่ต่ออย่างแน่น เราทั้งสองจูบแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม ทันใดนั้นก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซด์เข้ามาจอดในรั้วบ้านของพี่ต่อ ผมหยุดชะงักกิจกรรมทำเสียวไว้ชั่วครู่ และพยายามชะโงกหน้าไปดูทางหน้าต่างว่าใครมา

“ไม่ต้องไปสนใจอะไรหรอก แฟนไอ้ทีมา” พี่ต่อพูดกับผม พร้อมกับใช้มือหันหน้าของผมเข้ามาชนกับหน้าของพี่เขา แล้วเราทั้งสองก็ดูดปากแลกลิ้นกันต่อไป (ผมแอบคิดอยู่ในใจว่า ใครกันนะช่างเป็นผู้โชคดีที่ได้เป็นแฟนของพี่ที อยากจะเห็นหน้าจังว่าหน้าตาจะหล่อเหลาเหมาะสมกับพี่ทีแค่ไหน)

ตอนนี้ผมเหลือแค่กางเกงในตัวเดียว เพราะพี่ต่อได้จัดการถอดเสื้อและกางเกงของผมลงไปกองกับพื้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนตัวของพี่ต่อก็ยังคงนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนน้อยจากตอนอาบน้ำ เราทั้งสองยืนกอดกันแนบแน่นอยู่ตรงซอกมุมในห้องนอน

“เฮ้ย... สองคนนี่ใจคอจะเอากันตรงนี้เลยเหรอ ไม่อายชาวบ้านชาวช่องบ้าง ดูซิเล่นเปิดประตูห้องโชว์หนังสดอะหล่างฉ่างแบบนี้ ” เสียงของพี่ทีดังขึ้นมา

ผมกับพี่ต่อต่างหยุดทำกิจกามอย่างกระทันหัน ผมตกใจและอายมากๆจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ผมไม่ได้อายแค่พี่ทีคนเดียว ผมยังอายแฟนของพี่ทีด้วย โดยเฉพาะแฟนของพี่ที ผมรู้สึกอายเป็นพิเศษและไม่กล้าสู้หน้าอีกด้วย ทำไมโลกมันแคบแบบนี้นะ แฟนของพี่ที คือ พี่บาส เป็นรุ่นพี่สาขาวิชาเดียวกับผม พี่บาสเป็นคนหน้าตาดี หล่อสไตล์ตี๋ๆ น่ารัก ผิวขาวใส รูปร่างกระทัดรัดฉบับกระเป๋า ครั้งแรกที่ผมเห็นพี่บาส ผมก็แอบๆชอบเหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้ความสนใจของผมในตัวพี่บาสเลือนหายไป ก็คือ ผมคิดไปเองว่า พี่บาสเป็นผู้ชายแท้ๆ เพราะที่ผ่านมา พี่บาสพยายามสร้างภาพโดยการจีบพี่ป๋อมแป๋ม ดาวคณะคนสวย จนเป็นที่ล่ำลือกันไปทั่วคณะว่า เป็นคู่รักหวานแหวว ที่ใครต่อใครเห็นแล้วก็อิจฉาริษยามาก ในที่สุดความจริงทั้งหมดก็ได้มาเปิดเผย ณ ตรงนี้

พี่บาสพอเห็นผมแสดงบทรักกับพี่ต่อ ก็ทำหน้าตกใจเหมือนกัน ซึ่งพี่บาสเองก็พยายามหลบหน้าและไม่กล้าสบตากับผม ส่วนพี่ต่อก็รู้สึกอายเหมือนกันแต่คงไม่มากเท่ากับผม (พี่ต่อบอกว่าเป็นความสัพเพร่าของตัวเขาเอง เพราะเงี่ยนจนลืมปิดประตูห้องหับให้มิดชิด ก่อนจะปฏิบัติภาระกิจ)

“ไอ้ห่า... แม่งจะขึ้นมาก็ไม่ให้ซุ่มให้เสียง มารยาทมีบ้างหรือเปล่ามึง” พี่ต่อพูดกับพี่ทีเชิงว่ากล่าว

“ใครมันจะไปรู้ว่ามึงกับน้องเขากำลังเล่นกิจกามกันอยู่ คราวหน้าทำอะไรก็หัดปิดประตูห้องหับให้มันมิดชิดด้วย กูขึ้นมาเพื่อจะมาบอกให้มึงรีบๆหน่อย จะได้ออกเดินทางกัน เดี๋ยวก็ไปถึงเชียงรายค่ำพอดี กูให้เวลา 10 นาที กูกับไอ้บาสจะไปรอมึงอยู่ที่ชั้นล่างและจับเวลา ถ้ามึงช้า มึงต้องเป็นเจ้ามือเลี้ยงมื้อกลางวันนะโว้ย” พูดจบพี่ทีกับพี่บาสก็ลงไปรอที่ชั้นล่าง

“พี่ลืมบอกกันต์ไปว่า เรากำลังจะไปเที่ยวเชียงราย เป็นความผิดของกันต์ที่หน้าตาดี ทำให้พี่เห็นแล้วเกิดอารมณ์อยาก” พี่ต่อพูดพลางไซร้ที่คอของผม

“พูดเป็นเล่นไปพี่ ทำไมไม่บอกผมก่อน ผมจะได้เตรียมตัวกดเงินมาเผื่อไว้ ตอนนี้ผมมีเงินติดกระเป๋ามาไม่ถึงยี่สิบบาทด้วยซ้ำ” ผมรู้ตกใจปนตื่นเต้นเล็กน้อย


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

2. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #1
 
21-Nov-12, 00:58 AM (SE Asia Standard Time)
 
   “เรื่องเงินไม่ต้องห่วง ไอ้ทีมันเป็นเจ้ามือเอง ทุกอย่างมันจ่ายให้หมดเสร็จสรรพ วันพรุ่งนี้วันเกิดมัน ส่วนเรื่องของใช้นั้น ใช้ของพี่ไปก่อน แปรงสีฟันพี่มีอันใหม่สำรองอยู่ในห้องน้ำ รีบแต่งตัวซะ เดี๋ยวลงไปช้าจะโดนมันกัดอีก” พี่ต่อรีบยื่นเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ให้ผม

ในระหว่างเดินทาง พี่ทีเป็นคนขับรถ พี่บาสเป็นตุ๊กตาหน้ารถนั่งข้างๆพี่ที ส่วนผมกับพี่ต่อนั่งเบาะหลัง

ผมยังแปลกใจอยู่ว่า พี่ทีกับพี่บาสมีโอกาสเจอกันตอนไหน? แล้วปิ๊งกันได้อย่างไร? (ตอนหลังเพิ่งทราบมาว่า ปีที่แล้วตอนพี่ต่อเพิ่งเข้ามาเป็นนักศึกษาปี1 พี่ต่อกับพี่บาสเป็นเพื่อนกัน หลังจากนั้น พี่ทีก็ได้ขึ้นมาเยี่ยมพี่ต่อที่เชียงใหม่ เลยได้มีโอกาสรู้จักกับพี่บาส พอเจอกันครั้งก็เกิดปรากฏการณ์ love at the first slight ทันที)

ผมนั่งเบาะหลังตรงข้ามกับพี่ทีซึ่งเป็นคนขับ ผมมองไปในกระจกรถตรงคนขับ สายตาของผมก็ประสานกับสายตาของพี่ทีเข้าอย่างจัง ชนิดที่ว่าเหมาะเจาะพอดิบพอดี พี่ทีมองผมด้วยสายตาเจ้าเล่ห์นิดๆ ผมรู้สึกเขินมาก แต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจอะไรเพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ และสงบสติอารมณ์ของตัวเองไปในตัวด้วย (แบบว่าใช้ความสงบสยบความแรด)

เมื่อถึงแม่ขะจาน พี่ทีก็ขับรถเข้าไปจอดที่ปั๊มน้ำมันเพื่อเติมน้ำมันและให้ทุกคนไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย ผมเดินเข้าไปล้างมือที่ห้องน้ำ ในขณะที่กำลังฟอกสบู่ล้างมืออยู่นั้น ก็มีคนมาสะกิดตรงหัวไหล่ของผม ผมรีบหันไปดูปรากฏว่าเป็นพี่บาส

หน้าตาของพี่บาสดูซีเรียสนิดๆ ผมถามพี่บาสว่า “นึกว่าใคร ทำเอาผมตกใจ พี่บาสมีอะไรเหรอครับ?”

“พี่ขอคุยอะไรด้วยหน่อย”

“ได้เลยครับพี่ ว่าแต่คุยเรื่องอะไร?” ผมถามด้วยความสงสัย

“กันต์รู้เรื่องระหว่างพี่กับพี่ทีแล้วใช่ไหม?” พี่บาสถามผมอย่างตรงไปตรงมา

“ครับผม.... แต่พี่บาสไม่ต้องห่วงและไม่ต้องกลัวว่าผมจะเอาไปพูดที่ไหน และผมก็หวังว่าพี่บาสคงจะไม่บอกเรื่องของผมกับใครๆนะครับ ถ้าพี่บาสไม่พูด ผมก็ไม่พูดเหมือนกัน” ผมพอจะเดาออกว่าเรื่องที่พี่บาสอยากจะพูดกับผมคือเรื่องอะไร ผมเลยชิงพูดก่อน พร้อมทั้งข้อเสนอยื่นหมูยื่นแมว

“ถ้าเป็นแบบที่กันต์พูดมา พี่ก็ดีใจมาก ขอบใจมากนะกันต์ที่เข้าใจ” พี่บาสยิ้มให้ผมอย่างพึงพอใจในข้อเสนอ

พวกเราทั้งหมดมาถึงที่ จ.เชียงราย ในตอนเกือบๆเย็น (เพราะเล่นจอดแวะกิน-เที่ยวระหว่างทางบ่อยมาก) โดยเช็คอินเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งริมแม่น้ำกก ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมด พ่อเลี้ยงทีเป็นคนจ่าย

ห้องพักเป็นห้องแบบครอบครัว (family room) โดยเป็นห้องคู่ 2 ห้อง ที่มีประตูเปิดเข้าหากันได้

“คืนนี้มึงนอนกับไอ้บาสนะ กูจะนอนกับน้องกันต์” พี่ทียื่นข้อเสนอให้กับพี่ต่อ ผมได้ยินถึงกับหูผึ่งด้วยความที่คาดไม่ถึงว่าพี่ทีจะกล้าพูดในสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ในใจ

พี่ต่อทำหน้างงๆเหวอๆ พร้อมพูดออกไปว่า “เฮ้ย.... มึงอย่ามามั่วเลยไอ้เหี้ยที น้องกันต์เด็กกูนะโว๊ย... ส่วนมึงนอนกับไอ้บาสสุดที่รักของมึงเลยไป ไม่ได้เจอกันตั้งนานไม่ใช่หรือ คืนนี้คงจะมีเวลาได้รำลึกถึงความหลังกันซี๊ดซ๊าดทั้งคืนเลย”

“ไม่เอา... ไอ้บาสมันนอนกรน กูนอนไม่หลับ มึงสองคนนอนกรนเสียงดังทั้งคู่ นอนด้วยกันนะดีแล้ว สมน้ำสมเนื้อดี ส่วนกูจะนอนกับน้องกันต์ จริงไหมกันต์? กันต์อยากนอนกับพี่ใช่ไหม?” พี่ทียืนยันเจตนารมณ์เดิม แถมยังหันหน้ามาถามผมอีก

ผมยืนทำหน้าเอ๋อ แกล้งทำท่าทีเป็นไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ทั้งๆที่ใจนั้นอยากจะ “say yes” กับพี่ทีแทบจะขาดใจ แต่ผมก็ยังมีสติพอที่จะรักษาน้ำใจของพี่ต่อ ผมไม่กล้าทุบหม้อข้าวหม้อแกงตัวเองหรอก ถึงใจอยากจะนอนกับพี่ทีมากๆ แต่ก็เป็นแค่อาหารจานเดียว จานด่วนที่กินเพื่อประทังความอยากชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ผิดกับพี่ต่อ ซึ่งนอกจากจะเป็นอาหารสำรับใหญ่ๆครบเครื่องแล้ว ยังเปรียบเสมือนส่วนเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีกินอย่างถาวร

“ผมให้พี่ต่อเป็นคนตัดสินใจแทนผมครับ” ผมพูดแบบถนอมน้ำใจพี่ต่อ

“ดีมากกันต์ อย่างนี้ซิ ถึงจะเรียกว่า รักกันจริง” พี่ต่อเดินมากอดรัดผม พร้อมกับยิ้มเยาะพี่ทีอย่างผู้ชนะ

“ขอโทษนะครับพี่ที ใจจริงแล้ว ผมอยากจะนอนกับพี่มากๆ อยากจะลิ้มรสสวาทของพี่ว่า รสชาติจะแซ่บดุเด็ดเผ็ดร้อนขนาดไหน แต่ผมยังเกรงใจพี่ต่ออยู่” ผมพูดอยู่ในใจคนเดียว

“กูละเซ็งจริงๆ ต้องนอนฟังเสียงไอ้บาสกรนทั้งคืน” พี่ทีส่ายหน้าแบบทีเล่นทีจริง

................................................................................

ผมอยู่ในห้องนอนกับพี่ต่องสองคน เวลานี้เป็นเวลาเข้านอนของเราสองคนพอดี

“กันต์... พี่ถามอะไรหน่อยได้ไหม? กันต์คิดอย่างไรกับพี่? หมายถึง กันต์รู้สึกกับพี่แบบไหน?” พี่ต่อถามผมด้วยน้ำเสียงที่สั่นๆ

“ผมว่า พี่ต่อเป็นคนดีคนหนึ่ง ตลอดเวลาที่รู้จักกันมา พี่ต่อเป็นคนที่จริงใจ มีน้ำใจ ไม่เอาเปรียบ ไม่โกหก คิดอะไรก็พูดออกมาเลย ไม่รู้สิครับ ผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน” ผมตอบอย่างรวมๆ

“ขอบใจมากนะ แต่พี่หมายถึงว่า กันต์รู้สึกกับพี่แบบพี่ชายหรือแบบคนรัก?” พี่ต่อเสี่ยงถามแบบกล้าได้กล้าเสีย ด้วยสีหน้าเขินอาย

“ไม่รู้สิครับพี่ รู้สึกกับพี่แบบพี่ชายคงไม่ เพราะถ้าผมรู้สึกแบบพี่ชาย ผมคงไม่เผลอตัวมีอะไรกับพี่ ส่วนรู้สึกแบบคนรักหรือเปล่า อันนี้ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันครับ เพราะถ้าผมรู้สึกกับพี่แบบนี้ ผมไม่อยากผูกมัดตัวผมกับพี่เอาไว้ด้วยเงื่อนไขของความเป็นคนรัก สิ่งนี้มันจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันไม่ยาวนานนัก ผมไม่อยากหวาดระแวงเวลาที่พี่หายไปไหนนานๆ และก็ไม่อยากจะหึงหวงพี่เวลาเห็นพี่พูดคุยหรือสนิทสนมกับใครมาก”

“พี่เข้าใจที่กันต์พูด เอาเป็นว่า เราปล่อยให้เวลามันตอบโจทย์ตรงนี้ดีกว่า แต่ตอนนี้พี่อยากจะดูดไอติมแท่งของกันต์ใจจะขาดอยู่แล้ว ไม่ได้ลิ้มรสมานานแล้ว” พอพูดจบ พี่ต่อก็ก้มลงและใช้มือดึงกางเกงและกางเกงในของผมออกจากขาทั้งสองข้างของผม

ก่อนที่แท่งตอปิโดของผมจะผงาดขึ้นมาสู้ศึก พี่ต่อใช้มือข้างขวาลูบไล้บริเวณดงเส้นสาหร่ายอันดกดำของผม และมือข้างซ้ายรูดแท่งตอปิโดของผมขึ้นลงๆ พร้อมกับใช้ปลายจมูกถูไถไปมาที่กระโปกของผม

ไม่นานนักแท่งตอปิโดของผมก็ขยายขนาดและแข็งชูชันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พี่ต่อไม่รอช้า อ้าปากครอบซะจนมิดลำ ไออุ่นๆในปากของพี่ต่อยิ่งทำให้ตอปิโดของผมแข็งมากยิ่งขึ้น และเส้นเอ็นบริเวณลำกล้องก็ปูดโปนจนเห็นได้ชัด

พี่ต่อใช้ริมฝีปากรูดตอปิโดของผมขึ้นๆลงๆอย่างรัวถี่ๆ ผมรู้สึกเสียวจนครางออกมาอย่างสุดเสียง ตอนนี้ตัวของผมเกร็งไปหมด เนื่องจากความเสียวซ่าน ผมใช้มือจิกผมที่ศรีษะของพี่ต่อ โดยกดโยกขึ้นลงไปมาให้เข้ากับจังหวะ
ซักพักพี่ต่อเปลี่ยนมาใช้ลิ้นเลียตรงรอยหยักที่บริเวณหัวตอปิโดของผม และตวัดปลายลิ้นไปรอบๆบริเวณ

“พี่... ผมเสียวครับ... คนอะไรดูดเก่งชะมัด ดีครับ โอ๊ยๆ....” ผมบอกพี่ต่อด้วยน้ำเสียงที่สยิวจับใจ

ผมดึงตัวพี่ต่อมากอดจูบ โดยพลิกตัวพี่ต่อลงไปนอนเตียงและผมนอนทับบนตัวพี่ต่อ ผมก้มหน้าไปไซร้บริเวณลำคอของพี่ต่อ จากนั้นก็เลื่อนลงมาดูดตรงหัวนมทั้งสองข้าง ซักพักผมก็ใช้ลิ้นเลียลากยากจากบริเวณหัวนมลงไปที่สะดือ พอเลื่อนต่ำมาถึงป่าดงดิบอันหนาทึบของพี่ต่อ ผมก็ใช้ปลายจมูกลูบไล้สูดดมกลิ่นสาบเสน่หาของพี่แก

ส่วนมือข้างหนึ่งของผมก็ลูบๆเขี่ยๆตรงหัวนมข้างซ้าย ส่วนอีกข้างก็เล่นกับเจ้าแท่งอ้อยอันอวบยาวของพี่ต่อ ผมชักแท่งอ้อยของพี่แกขึ้นๆลงๆ ในที่สุดผมก็อ้าปากอมแท่งอ้อยของพี่แกจนมิดด้าม


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Someone who I love...
Guest

3. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #2
 
21-Nov-12, 09:36 AM (SE Asia Standard Time)
 
   มารอติดตามเรื่องราวที่แสนมันส์ต่อนะครับ อยากรู้ว่า น้องกันต์เรา จะมีโอกาสได้กับพี่ทีไหม... อิอิ

มาเป็นกำลังใจให้ และรอติดตามนะครับ...


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

4. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #3
 
21-Nov-12, 11:22 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >มารอติดตามเรื่องราวที่แสนมันส์ต่อนะครับ อยากรู้ว่า
>น้องกันต์เรา จะมีโอกาสได้กับพี่ทีไหม... อิอิ
>
>มาเป็นกำลังใจให้ และรอติดตามนะครับ...

ขอบคุณครับ โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ รับรองแซ่บยิ่งขึ้นแน่ๆ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

5. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #4
 
21-Nov-12, 11:56 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ผมใช้ปากรูดแท่งอ้อยของพี่ต่อขึ้นๆลงๆ ตั้งแต่หัวยันโคน พี่ต่อกดหัวผมแน่นพร้อมทั้งกระเด้าลำตัวขึ้นๆลงๆประสานจังหวะ พอดูดแท่งอ้อยของพี่แกจนหนำใจแล้ว ผมก็ลากปลายลิ้นมาเลียบริเวณกระโปกลูกเงาะทั้งสองอย่างเมามัน

ผมเปลี่ยนอริยาบทมานอนทาบบนตัวพี่ต่อ

“ผมเย็ดพี่ได้ไหมครับ? กระดอผมไม่ได้เข้าตูดฟิตๆของพี่นานแล้ว” ผมกระซิบถามพี่ต่อ

พี่ต่อรีบตั้งท่าคลานและหันตูดเข้าหาผม ผมหยิบวาสลีนที่อยู่ในกระเป๋าข้างเตียงมาทาถูตรงตอปิโดของผม และทารอบๆปากถ้ำแก้วของพี่ต่อ พร้อมทั้งใช้นิ้วของผมลองยัดเข้าไปสำรวจความกระชับภายในถ้ำแก้วดู พอสอดนิ้วเดียวเข้าๆออกๆได้อย่างไม่มีปัญหา ผมก็ลองสอด 2 นิ้วดูบ้าง สอดยังไม่ทันสุดปลายนิ้ว พี่ต่อก็ร้องครางเสียงหลงออกมา

หลังจากสำรวจความกระชับทั้งภายในและภายนอกของถ้ำแก้วแล้ว ผมก็จัดการสอดเจ้าแท่งตอปิโดของผมเข้าไปอย่างช้าจนมิดลำ ก่อนที่จะซอยเข้าๆออกๆ ผมก็ใช้มือตบลงไปบนแก้มก้นของพี่ต่อเพราะความมันเขี้ยว

แรกๆผมค่อยกระเด้าซอยอย่างช้าๆ เนื่องจากกลัวพี่ต่อจะเจ็บ พอพี่ต่อส่งสัญญาณของเสียวออกมาแล้ว ผมก็ค่อยๆเร่งสปีดอย่างเต็มที่ ช่วงที่เร่งสปีดนี้ รู้สึกเสียวที่หัวดออย่างที่สุด ขณะที่ผนังถ้ำตอด สวรรค์ชั้น 7 ชัดๆ เวลาซอยถี่ๆได้ความรู้สึกทั้งมันส์ทั้งเสียวเหนือคำบรรยายจริงๆ ผมซอยเข้าๆออกๆอย่างไม่กั๊ก พร้อมกับใช้มืออีกข้างสาวว่าวให้พี่ต่อ ซักพักพี่ต่อทนความเสียวไม่ไหว พ่นพิษสีขาวๆขุ่นๆพุ่งออกมา

ถ้ำแก้วของพี่ต่อไม่ว่าจะเข้ามาสำรวจกี่รอบๆ ก็ยังคงฟิตกระชับเหมือนเดิม ไม่ได้หย่อนยานหรือหย่อนคล้อยเลย ในที่สุด เจ้าแท่งตอปิโดของผมก็ปล่อยกระสุนอุ่นๆออกมาข้างในถ้ำแก้วของพี่ต่อจนหมดถึงหยดสุดท้าย

ผมและพี่ต่อหันหน้ามาดูดปากกันอย่างดูดดื่ม เราสองคนนอนกอดกันจนเผลอหลับไปในสภาพที่เปลือยล่อนจ้อนทั้งคู่


วันรุ่งขึ้น พี่ทีขับรถพาพวกเราทั้งหมดขึ้นไปเที่ยวบนดอยตุง ส่วนตอนบ่ายก็ไปเดินเล่นช็อปปิ้งซื้อของที่ อ.แม่สาย โดยข้ามชายแดนไปพม่าตรงด่านท่าขี้เหล็ก ในขณะที่ทุกคนกำลังเดินช็อปปิ้งอย่างเพลิดเพลิน ผมขอแยกตัวออกมาเดินคนเดียวโดยอ้างว่า เจอคนรู้จักที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน อยากเดินไปทักทายพวกเขาซักหน่อย แต่ความจริงแล้ว หาเป็นเช่นนั้นไม่ จุดประสงค์หลักจริงๆก็คือ ผมแอบเดินไปซื้อโสร่งจากร้านถัดออกไปจากร้านที่บรรดาพวกพี่ต่อกำลังซื้อของอยู่
โสร่งที่ผมซื้อนั้น ไม่ได้เอาไว้ใส่เองหรอกครับ แต่เอาไว้เป็นของขวัญวันเกิดให้กับพี่ที(พี่ทีอุตส่าห์มีน้ำใจพาผมมาเที่ยวฟรีกินฟรี ผมอยากจะให้ของขวัญวันเกิดแทนการขอบคุณในความมีน้ำใจของพี่เขาซักหน่อย) หลังจากซื้อแล้ว ผมก็แอบซ่อนเอาไว้ในถุงขนมเพื่อไม่ให้ใครเห็น

หลังจากที่เดินช็อปปิ้งที่แม่สายเป็นที่หนำใจแล้ว พวกเราก็กลับไปที่โรงแรมเพื่อพักผ่อนที่บริเวณสระน้ำของโรงแรม ทุกคนสนุกสนานกับการเล่นน้ำในสระ ซักพักหนึ่งผมจึงขอตัวกลับขึ้นไปบนห้องพัก โดยให้เหตุผลขุ่นๆน้ำเน่าๆว่า เศษฝุ่นผงเข้าตา จะไปล้างออกในห้องน้ำบนห้อง ซึ่งสะอาดกว่าน้ำในสระ
ความจริงแล้ว ผมแอบออกไปซื้อขนมเค้กวันเกิดสำหรับอวยพรวันเกิดให้พี่ทีในคืนนี้ (อันนี้ผมได้เตี๊ยมกับพี่ต่อและพี่บาสเอาไว้แล้ว) นอกจากนั้นผมก็ใช้เวลาที่เหลือ ห่อของขวัญวันเกิดให้กับพี่ที (ซึ่งก็คือ โสร่ง ที่ผมซื้อมาจากฝั่งพม่า)

พอเตรียมทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินออกมาจากห้องพักเพื่อกลับมาสบทบกับพวกพี่ๆที่สระว่ายน้ำ ทันใดนั้น พี่ทีก็เดินสวนเข้ามาตรงระเบียงทางเดินหน้าห้อง

“หายดีแล้วหรือเรา? ตาไม่แดงแล้วนี่” พี่ทีถามอย่างเป็นห่วง

“ค่อยยังชั่วแล้วครับ ผมกำลังจะเดินไปสมทบกับพวกพี่อยู่พอดี พี่ทีเล่นน้ำเสร็จแล้วหรือครับ?”

“เสร็จแล้วละ เหนื่อยว่ะ ทั้งขับรถด้วยและว่ายน้ำด้วย เออ... เราอยู่นี่ก็ดีแล้ว พี่จะได้มีเพื่อนคุย ปล่อยให้ไอ้สองตัวนั่นมันว่ายน้ำแข็งกันจนได้เหรียญทองโอลิมปิคกันเถอะ” พี่ทีชวนผมเข้ามานั่งคุยในห้อง

ผมกับพี่ทีคุยกันเรื่องสัพเพเหระต่างๆอย่างถูกคอ ซักพักหนึ่งพี่ทีเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์ที่ตรงโต๊ะเล็กๆใกล้กับเตียงนอน พี่ทีเปิดกระเป๋าสตางค์พร้อมกับดึงแผ่นกระดาษเล็กๆคล้ายๆนามบัตร ออกจากกระเป๋า

“กันต์.... นี่นามบัตรของพี่ ถ้ากันต์ได้มีโอกาสไปเที่ยวกรุงเทพ อย่าลืมติดต่อพี่ตามที่อยู่และเบอร์โทรในนามบัตรนี้นะ พี่รู้สึกถูกชะตากับเรา เห็นเราเป็นเด็กดี คุยเก่ง มีสัมมาคารวะ และก็จริงใจ ใสซื่อ แต่พี่ขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม? อย่าบอกไอ้ต่อเด็ดขาดว่า พี่ให้นามบัตรกับกันต์ ไม่ใช่อะไรหรอก พี่กลัวไอ้ต่อมันกัดและแซวพี่ อีกอย่างก็กลัวมันจะเข้าใจผิดด้วย” พี่ทีสั่งกำชับผม

“ขอบคุณมากครับสำหรับนามบัตร พี่วางใจได้ และไม่ต้องกลัวว่าผมจะบอกพี่ต่อ ผมรับรองได้ด้วยเกียรติของลูกเสือ” ผมรับปากเชิงติดตลกนิดๆ

“ขอบใจมาก กันต์น่ารักแบบนี้ไง พี่ถึงได้เอ็นดูแบบน้องแบบนุ่ง” พี่ทีพูด พลางกระเถิบตัวเข้ามาใกล้ผมทีละนิดๆ

ใจของผมเต้นตุ๊บๆตั๊มๆไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าเริ่มจะร้อนผ่าวๆนิดๆ เวลานี้ผมไม่กล้าสบตา มองหน้าพี่ทีมาก เนื่องจากความเขินอายอย่างสุดๆ

“พอพี่เขยิบเข้ามานั่งใกล้ชิดถึงกับหน้าแดงตัวสั่นเชียวหรือ?” พี่ทีแซวผม พร้อมกับใช้มือลูบไล้ที่บริเวณกลางหลังของผม

ผมนั่งนิ่งไปชั่วขณะ ผมรู้สึกตื่นเต้นและคาดไม่ถึงว่าพี่ทีจะพิศวาสผมถึงเพียงนี้ พอรวบรวมสติได้ อาการใจกล้าหน้าด้านก็กำเริบทันที ผมก็ใช้นิ้วมือลูบๆเขี่ยวตรงบริเวณหัวนมของพี่ที

พี่ทีใช้แขนทั้งสองโอบรวดตัวผมเข้าแนบประชิดกับตัว พี่ทีก็ใช้มือล้วงพรืดเข้าไปในกางเกงในของผม อย่างไม่มีคำเกริ่นนำใดๆทั้งสิ้น พี่ทีใช้นิ้วลูบๆบริเวณหัวดอของผมอย่างทะนุถนอม

“ดอใหญ่จริงๆนะเรา เห็นตัวเล็กแค่นี้ ซ่อนรูปนี่หว่า” พี่ทีพูดอย่างตกตะลึง

“พี่ทีก็พูดเกินไปครับ” ผมพูดอย่างเขินๆ

พี่ทีบรรเลงเพลงสวาทโดยใช้ริมฝีปากเข้าประกบกับริมฝีปากของผม เราทั้งสองจูบแลกลิ้นกันอยู่ประมาณไม่ถึงนาที ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ผมกับพี่ทีต่างตกใจจนอารมณ์สวาทหดหายไปจนหมดสิ้น ใครหนอช่างมาขัดคอในเวลาที่อ้อยกำลังจะเข้าปากช้างตอนนี้ ช่างไม่รู้จักกาลเทศะจริงๆ

ผมรีบวิ่งอย่างเบาๆ ค่อยๆย่องไปตรงประตูที่สามารถเปิดทะลุไปยังห้องของผมได้ ส่วนพี่ทีก็รีบใส่เสื้อคลุมอาบน้ำ ทำเหมือนกับว่ากำลังอาบน้ำอยู่

พอผมกำลังจะปิดประตูที่เชื่อมห้องผมกับห้องพี่ที พี่ต่อก็เปิดประตูหน้าห้องเข้ามาพอดี ผมรู้สึกตกใจนิดหน่อย อะไรมันจะบังเอิญประจวบเหมาะกันขนาดนี้นะ พี่ต่อกับพี่บาสกลับมาที่ห้องเร็วจังเลย

“พี่ต่อ.... ทำเอาผมตกใจหมดเลย เดี๋ยวพี่ทีก็สงสัยหรอก” ผมแกล้งทำเนียนพูดเบี่ยงเบนสถานการณ์

“กันต์เข้าไปทำอะไรในห้องโน้นมา?” พี่ต่อถามอย่างสงสัย

“ผมแค่เปิดประตูแง้มดูนิดๆ ว่าใครเข้ามาในห้อง พี่ที หรือ พี่บาส? เพราะตอนที่ผมกำลังเอาขนมเค้กมาซ่อนไว้ ผมได้ยินคนเปิดประตูเข้ามาในห้องโน้น ผมกลัวว่าจะเป็นพี่ที เดี๋ยวแผนที่เราวางไว้ก็แตกกันพอดี ผมเลยลองเปิดแง้มๆแอบไปดูว่าใครเข้ามา แต่ไม่เห็นมีใครเลย ดังนั้นผมจึงลองเปิดประตูกว้างๆเข้าไปดูให้เห็นอย่างเต็มตา แต่ก็ยังไม่เห็นใคร เห็นแค่ประตูห้องน้ำปิดไว้ สงสัยใครคนใดคนหนึ่งคงจะอยู่ในห้องน้ำ” ผมแจกสตอเบอร์รี่ให้พี่ต่อไปหลายกระบุง แถมยังชักแม่น้ำทั้งห้ามาสาธยายเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นผู้ต้องสงสัย ทั้งที่ในใจนั้นเต้นตุ้มๆต่อมๆ

“เป็นแบบนี้เอง แล้วก็ไม่บอกพี่ให้ละเอียด มาทำลับๆล่อๆแบบนี้ ทำให้พี่คิดไปต่างๆนานาๆ เดี๋ยวต้องทำโทษซะแล้ว” พี่ต่อดึงกางเกงพร้อมกางเกงในของผมลงไปกองกับพื้น และนั่งคุกเข่าต่อหน้าผม (คงรู้นะครับว่า พี่ต่อทำโทษผมด้วยวิธีไหน?)

พี่ต่อจัดการถวายบัวให้ผมอย่างเมามันส์ ทั้งดูด ทั้งอม ทั้งเลีย ทั้งตวัดลิ้นบริเวณรอยหยักตรงหัวกระดอของผม จนผมเสียวสะท้านไปทั่ว ร้องครวญครางออกมาจนฟังไม่ได้ศัพท์ ผมกระเด้าดันเจ้าแท่งตอปิโดเข้าๆออกๆในปากของพี่ต่อจนมิดลำ พี่ต่อสำลักความคึกของตอปิโดผมจนหาจังหวะผ่อนคลายเป็นช่วงๆ ซักพักผมจับหัวของพี่ต่อกดเข้าไปตรงหัวหน่าวและดันตอปิโดเข้าปากพี่แกจนมิดลำ ผมเกร็งไปทั้งตัวพร้อมกับพ่นพิษสีขาวๆขุ่นๆเข้าไปในลำคอของพี่ต่ออย่างเต็มเหนี่ยว พี่ต่อดูดกลืนน้ำเงี่ยนของผมอย่างเอร็ดอร่อย

คืนวันนั้น พวกเราเซอร์ไพร์สวันเกิดให้กับพี่ทีอย่างสนุกสนาน โดยการหลอกพี่ทีให้ไปเอาของในรถ และพวกเราก็พากันไปซ่อนในตู้เสื้อผ้า(ซึ่งเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนได้ 3-4 คน) และจุดเทียนปักขนมเค้กในนั้น

สรุปแล้ว ผมก็ยังไม่ได้ลิ้มรสสวาทของพี่ทีอย่างเต็มรูปแบบเสียที เพราะเวลาและโอกาสไม่เอื้ออำนวย หลังจากกลับมาจากเชียงราย พี่ทีก็เบิ่งรถเข้ากรุงเทพทันที เพราะต้องรีบไปเรียน อดแดรกเลยตรู!!!!!

...........................................................

มาถึงตอนนี้คงมีหลายคนอยากจะรู้ว่า ตกลงผมจะได้ลิ้มรสชาติเจี๊ยวหวานของพี่ที หรือเปล่า? ไม่บอกครับ ถ้าอยากรู้โปรดติดตามตอนต่อๆไปนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

6. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #5
 
22-Nov-12, 08:52 AM (SE Asia Standard Time)
 
   น้องกันต์ต้องลงไป กทม แล้วมั้งเนี้ยะ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Someone who I love....
Guest

7. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #6
 
22-Nov-12, 10:16 AM (SE Asia Standard Time)
 
   มารอร่วมลุ้นด้วยคนครับ เกือบอยู่แล้วเชียว แต่ยังไง ก็ได้จูบมัดจำไปแล้วนี่นา ก็รอดูว่า จะตามไปถึงกรุงเทพหรือเปล่า หรือว่าพี่ที ทนไม่ไหวจะขึ้นมาหาเอง


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

9. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #7
 
22-Nov-12, 11:22 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >มารอร่วมลุ้นด้วยคนครับ เกือบอยู่แล้วเชียว แต่ยังไง
>ก็ได้จูบมัดจำไปแล้วนี่นา ก็รอดูว่า
>จะตามไปถึงกรุงเทพหรือเปล่า หรือว่าพี่ที
>ทนไม่ไหวจะขึ้นมาหาเอง

ขอบคุณครับที่ติดตามและให้กำลังใจกันตลอด


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

8. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #6
 
22-Nov-12, 11:21 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >น้องกันต์ต้องลงไป กทม แล้วมั้งเนี้ยะ

อย่าลืมติดตามอ่านตอนต่อๆไปนะครับ รับรองมี surprise อิ อิ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

10. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #8
 
23-Nov-12, 03:00 AM (SE Asia Standard Time)
 
   ตั้งแต่นั้นมา ผมก็ไม่มีโอกาสได้เจอกับพี่ทีอีกเลย ส่วนพี่ต่อนั้นคงไม่ต้องถาม เพราะยังคงติดต่อกันอยู่เป็นนิจ (โดยเฉพาะตอนที่รู้สึกเงี่ยน จะติดต่อกันมากเป็นพิเศษ)

.....................................................


ปี 2537 เข้าสู่ปี 2538 หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ผมเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองเพิ่งจะเข้ามาเป็นนักศึกษาปีที่ 1 เมื่อวานนี้เอง เผลอแป๊บเดียวจะขึ้นปี 2 แล้ว แต่การขึ้นปี 2 ของผมไม่ธรรมดาเสียด้วย (อยากรู้ก็ต้องติดตามอ่านไปเรื่อยๆครับ)

ขอย้อนไปช่วงเทอม 2 ของชั้นปีที่ 1 ซักนิด ตอนนั้นผมได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการนักศึกษาแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคต่างๆ (ความจริงคนที่ได้สละสิทธิ์ ส้มเลยมาหล่นใส่ผม) เป็นระยะเวลา 1 ภาคเรียน เรียกง่ายๆว่า 1 เทอม นั่นเอง (ประมาณ3เดือนกว่าๆ)

เพราะฉะนั้น ในภาคเรียนที่ 1 ของชั้นปีที่ 2 ของผม (ปี 2 เทอม1) ผมจะต้องไปเรียนในมหา'ลัยที่ผมได้รับการคัดเลือกให้ร่วมโครงการ สำหรับมหา'ลัยที่ผมจับสลากได้นั้น คือ มหา'ลัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในภาคใต้ (แจ๊คพ๊อตจริงๆเลยตรู ไกลมากๆ ตอนแรกแอบหวังไว้ว่าจะได้ไปกินส้มตำเผ็ดๆแซ่บๆ แกล้มกับใส้กรอกอีสานดุ้นโตๆ ที่เมืองเสียงแคนแห่งแดนอีสาน หรือไม่ก็ไปจับปลาดุกทะเลหัวแดงๆบานๆ ตัวเขื่องๆอวบๆยาวๆเล่นที่ชายหาดบางแสน ถ้าไม่เป็นอย่างนั้น คงจะได้ไปเดินล่าหนุ่มหล่อที่แถวๆนครปฐม)

ตอนแรกๆ ผมยังลังเลอยู่ว่าจะไปหรือไม่ไป แต่จนแล้วจนรอด สัญชาติญาณนักผจญภัยสั่งการให้ผมใส่เกียร์เดินหน้าลุยมันเข้าไป

มหา'ลัยที่ว่านี้มี 2 วิทยาเขต(ในสมัยนั้น) ผมดันคิดว่าจะได้ไปวิทยาเขตหาดใหญ่ ซึ่งค่อนข้างจะคึกคักตื่นตาตื่นใจมาก (เพราะเป็นเมืองใหญ่ ที่สำคัญคือ ขึ้นชื่อในเรื่องของการช็อปปิ้ง) แต่พอมาเช็ครายละเอียดกำหนดการดูอีกทีก ผมแทบจะคว่ำหน้าขว้ายาดมแทบไม่ทัน มันเป็นไปได้อย่างไร!

สรุปคือ ผมต้องไปที่วิทยาเขตปัตตานี แจ็คพ๊อตสองเด้งอีกแล้วเหรอตรู หาดใหญ่ว่าไกลแล้วนะนั่น เจอปัตตานีเข้าไป ไกลเพิ่มขึ้นอีกตั้งเกือบๆร้อยกิโล ยิ่งมีข่าวผู้ก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนด้วยซิ แค่คิดก็เสียววาบๆชนิดที่ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ถ้าเป็นภาษาเหนือเรียกว่า "ขนคิงลุกซู่" (สมัยนั้นความรุนแรงยังไม่ค่อยลุกลามใหญ่โตและบานปลายมากเหมือนกับในสมัยนี้)

จะทำอย่างไรดีเรา สละสิทธิ์ตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เหลือเวลาอีกไม่ถึงอาทิตย์ต้องเดินทางไปรายงานตัว ทำไมเราถึงสะเพร่าแบบนี้ แทนที่จะอ่านดูรายละเอียดทั้งหมดก่อนว่า เป็นวิทยาเขตไหนกันแน่ (สับสนเพราะดูจากชื่อมหาลัยเพียงอย่างเดียวแล้ว ยืนยันฟันธง 100% ได้เลยว่าจะต้องเป็นที่หาดใหญ่แน่นอน) เอาละว่ะ เป็นไงเป็นกัน ใส่เกียร์เดินหน้าแล้ว ต้องไม่มีคำว่าถอย

ในที่สุดผมก็ดั้นด้นมาถึงวิทยาเขตปัตตานีจนได้ ด้วยสภาพที่เยินสุดๆเหมือนกับโดนรุมโทรมข้ามวันข้ามคืน ไม่ใช่... พูดผิดไป ด้วยสภาพอิดโรย เล่นนั่งรถไฟจากเชียงใหม่มาสถานีหัวลำโพง 11ชั่วโมงกว่า และในวันเดียวกันนั้นเอง ต่อด้วย... สถานีหัวลำโพงมาที่หาดใหญ่อีก 14-15 ชั่วโมง และนั่งรถแท็กซี่จากหาดใหญ่มาที่ปัตตานีอีกชั่วโมงกว่าๆ รวมแล้วเบ็ดเสร็จก็ประมาณเกือบๆ 28 ชั่วโมง อาจจะขาดๆเกินๆมานิดหนึ่ง ปัดเศษปัดจุดทศนิยมกันเองนะ (ถ้าเป็นสมัยนี้ง่ายนิดเดียว แค่นั่งหางแดงบินตรงจากเชียงใหม่มาหาดใหญ่ ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงเอง)

พอมาถึงในมหา'ลัย “พี่พล” รุ่นพี่ที่เป็นหัวหน้าโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา มีหน้าที่คอยติดต่อธุระประสานงานเรื่องต่างๆให้ผม ในระหว่างที่ผมพักอยู่ที่ปัตตานี พี่พลพาผมไปรายงานตัวเข้าหอพักชายกับอาจารย์แม่บ้านประจำหอ

หอพักชายที่ผมเข้าพักนั้น เป็นหอพักชายที่ไม่รับนักศึกษาชายทั่วไปเข้าพัก นักศึกษาชายที่จะเข้าพักในหอพักนี้ได้จะต้องเป็นนักศึกษาชายจากวิทยาลัยอิสลามศึกษาหรือไม่ก็นักศึกษาที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น (วิทยาลัยอิสลามศึกษา ในสมัยนั้นเป็นแค่เพียงคณะหนึ่งในวิทยาเขตแห่งนี้) ส่วนนักศึกษาชายทั่วไปก็พักตามหอพักชายต่างๆ หอพักชายในมหา'ลัยมีทั้งหมด 4 หอพัก (รวมทั้งหอพักนักศึกษาวิทยาลัยอิสลามศึกษาแล้ว)

ผมคิดอยู่ในใจว่า ทำไมไม่ให้ผมพักในหอพักนักศึกษาชายธรรมดาทั่วไป? ทำไมถึงต้องเจาะจงให้พักในหอพักพิเศษนี้ด้วย? (ผมได้ถามพี่พลในตอนหลัง คำตอบที่ได้คือ พี่พลต้องการให้ผมได้รู้ได้เห็นวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แปลกแตกต่างไปจากท้องถิ่นของผม ถ้าเอาผมไปพักในหอพักนักศึกษาชายทั่วไป สภาพแวดล้อมที่ผมสัมผัส มันจะเดิมๆไม่แตกต่างอะไรมากนักกับมหา'ลัยของผม)

พี่พลและอาจารย์แม่บ้านเดินไปส่งผมถึงหน้าห้องพัก หลังจากนั้นต่างคนก็ขอตัวแยกย้ายกลับไปทำธุระของตน ผมเดินถือกระเป๋าสัมภาระเข้าไปในห้อง ทันใดนั้นก็มีหนุ่มน้อยหน้ารูปงาม หน้าตาหล่อเหลาคมเข้ม โครงหน้าออกไปทางแขกขาว ดูๆไปคล้ายกับพระเอกหนังแขกอาหรับไม่มีผิด หันหน้ามามองผมพร้อมกับยิ้มทักทาย

“สวัสดี... นายคงเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยน เห็นอาจารย์แม่บ้านบอกไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนว่าจะมีนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากมหา'ลัยอื่น มาพักในห้องนี้ ” หนุ่มน้อยหน้าแขกเอ่ยุถาม

“ใช่แล้ว... เราชื่อ กันต์ อยู่ปี 2 นายชื่ออะไร?” ผมแนะนำตัว

“แซยิด ปี 2 เหมือนกัน นายมาจากมหา'ลัยไหน?” แซยิดยังคงถามผมต่อไป

“เรามาจากมหา'ลัย...... ในห้องนี้ถ้ารวมตัวเราด้วยจะมีอยู่ทั้งหมด 6 คนใช่ไหม?” ผมมองดูเตียงสองชั้น ซึ่งมีทั้งหมด 3 เตียง ตั้งตระหง่านอยู่ตามหัวมุมต่างๆในห้อง

“ไม่ถึง 6 คนหรอก มีอยู่ด้วยกัน 3 คน ปี 2 ทั้งหมดเลย รวมตัวนายด้วยก็ 4 คน เตียงตรงใกล้ประตูระเบียงหลังห้องยังว่าง นายก็เลือกเอาเองละกันว่าจะนอนชั้นบนหรือว่าชั้นล่าง” แซยิดชี้ไปที่เตียงดังกล่าว

“ห้องน้ำอยู่ตรงไหน? เหนียวตัวชักอยากอาบน้ำแล้วซิ” ผมถามแซยิด

........................................................

หลังจากที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินมาที่ห้อง (ห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม เวลาเดินไปอาบน้ำ หลายคนจะนุ่งผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียวเดินไปห้องน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่หลายคนกระทำกันอย่างปรกติ) ขณะที่ผมกำลังใส่กางเกงในโดยมีผ้าเช็ดตัวคลุมปิดบริเวณส่วนล่างอยู่นั้น ผมสังเกตเห็นแซยิดจ้องมองอย่างไม่วางตา ผมแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเพื่อไม่ให้ไก่ตื่น แถมยังหยอกไก่อีกต่างหาก ด้วยการดึงผ้าเช็ดตัวออกให้เหลือแค่กางเกงในตัวเดียว

“โอ้โห... ผิวนายขาวมากๆ คนเหนือผิวดีจริงๆ” แซยิดพูดไปมองผมไป

ผมเขินจนพูดอะไรไม่ออก ค่อยๆใส่เสื้ออย่างช้าๆ เพื่อหยั่งเชิงฝ่ายตรงข้าม ทันใดนั้นก็มีเสียงเปิดประตูห้องเข้ามา ผมรีบหยิบกางเกงมาใส่แทบไม่ทัน
คนที่เปิดประตูห้องเข้ามาคือ รูมเมทอีก 2 คน ผมได้แนะนำตัวและพูดคุยทักทาย จึงทราบชื่อว่า คนหนึ่งชื่อ “เล๊ะ” และอีกคนหนึ่งชื่อ “ดุล”
(ผมไม่ค่อยสนิทกับ “เล๊ะ” และ “ดุล” เท่าไหร่ เพราะพวกเขาเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดค่อยจา บางครั้งก็ดูจริงจังกับชีวิตมากเกินไป ผิดกับแซยิดที่คุยเก่ง ดูเป็นกันเอง และมีมิตรไมตรี ที่สำคัญคือ หน้าตาน่ากินมากๆ คงจะแซ่บไม่หยอก)

ผมคุยกับแซยิดได้ซักพัก แซยิดก็ออกไปเรียน ช่วงเกือบเที่ยงของวันนั้น ผมถือโอกาสออกไปเดินสำรวจรอบๆมหา'ลัยไปในตัว

ผมเดินตรงไปที่ทะเลโคลนก่อน จากนั้นก็มุ่งหน้าเข้ามาทางมหา'ลัย โดยผ่านลานเล ซึ่งเป็นชื่อของโรงอาหารที่ 2 ของมหา'ลัย ผมรู้สึกหิวเลยแวะเข้าไปหาอะไรทาน ระหว่างเดินเข้าไปในโรงอาหาร มีเสียงตะโกนดังขึ้นมา...

“ไอ้หน้าอ่อน ทำไมมึงไม่ใส่ชุดนักศึกษา? เก๋าตั้งแต่ปี1 เลยนะมึง อยากลองดีหรือไง กูบอกต่อหน้าแถวไปแล้วใช่ไหมว่า ช่วงรับน้องห้ามใส่กางเกงยีนส์เด็ดขาด มึงฟังภาษาคนไม่ออกหรือไง? คิดว่ามึงแน่มากนักหรือ?”

ผมเดินต่อไปโดยไม่สนใจเสียงเห่าที่ดังขึ้นมา ซักพักมีมือข้างหนึ่งมาจับที่ต้นแขนผม ผมหันหน้ามองด้วยสายตาที่ไม่พอใจ

“กูพูดกับมึง ทำไมมึงต้องเดินหนีกูด้วย อยากโดนดีหรือไง ” เจ้าของน้ำเสียงตะคอกใส่ผม

ผมจ้องมองหน้าไอ้คนที่บังอาจมาตะคอกใส่ผม ด้วยสายตาเหมือนกับจะกินเลือดกินเนื้อ ไอ้บ้าคนนี้มันเป็นใคร ถึงกล้ามาเบ่งใส่ผมอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ความจริงหน้าตาของมันก็โคตรจะหล่อ (หล่อแบบกวนๆแกมทะลึ่งทะเล้นนิดๆ) แถมหุ่นก็ดีมีเซ็กส์แอ๊ปพีลสูง หุ่นแบบนี้พวกเกย์ชอบนัก แต่ทำไมคำพูดคำจาของมัน… dog doesn’t eat จริงๆ

“อย่ามายุ่งกับผม ผมไม่ใช่เด็กปี1 ที่คุณจะมาใช้อำนาจความเป็นรุ่นพี่มาบีบบังคับ ถ้าคุณอยากรู้ว่าผมเป็นใคร ไปถามพี่พล เอกภาษาจีน แล้วจะรู้เอง กรุณาถอยไป... ผมขอร้องคุณดีๆนะครับ หากคุณยังไม่ฟังและยังไม่หยุด เรื่องนี้ถึงหูอธิการบดีแน่” ผมพูดตอกกลับอย่างสุภาพชน ปนขู่นิดๆ ผมเดินไปเข้าคิวซื้ออาหารอย่างไม่สะทกท้านใดๆ

ที่วิทยาเขตแห่งนี้ นักศึกษาทุกคนทุกชั้นปี ไม่ว่าชายหรือหญิงจะรู้จักกันหมด (ยกเว้นกลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยอิสลามศึกษา ที่แยกกลุ่มไปสมาคมต่างหาก พวกเขามีสังคมของตัวเอง ไม่ค่อยจะข้องเกี่ยวกับนักศึกษาทั่วไปเท่าไหร่นัก อันนี้เป็นกรณีพิเศษ) เพราะวิทยาเขตมีขนาดเล็ก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นักศึกษาทั้งหมดจะรู้จักกัน

ตอนเย็นพี่พลมาหาผมที่หอพักเพื่อพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันในโรงอาหาร พี่พลบอกว่า เป็นความเข้าใจผิดของพวกรุ่นพี่ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการรับน้องใหม่ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นไม่เคยเห็นหน้าผมมาก่อน เลยสรุปเอาเองว่า ผมต้องเป็นนักศึกษาปี1 แน่ๆ ส่วนไอ้หน้าหล่อที่บังอาจมาตะคอกใส่ผมเมื่อตอนกลางวัน ชื่อ “พัฒน์” (ขอเรียกว่า “ไอ้พัฒน์”ละกัน หมั่นใส้มัน) เป็นหัวหน้าว๊าก ไอ้พัฒน์เรียนอยู่ปี2 (ปีเดียวกับผมนั่นเอง)
......................................................................

สองสัปดาห์ผ่านไป ผมเริ่มรู้สึกเบื่อๆเพราะบรรยากาศในมหา'ลัยและตัวเมืองปัตตานี เงียบสงบ ร่มรื่น ได้บรรยากาศธรรมชาติมากถึงมากที่สุด ไม่มีความพลุกพล่าน ไม่มีอะไรให้ตื่นตาตื่นใจเลย

วันจันทร์ถึงศุกร์ ผมไปเข้าห้องเรียนหรือไม่ก็ไปเข้าร่วมกิจกรรมตามแต่โครงการจะกำหนดให้ทำ ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ นั้น ถ้าไม่ไปเดินเล่นรับลมทะเล ดูปลาตีนบริเวณทะเลโคลน ผมก็นั่งรถสองแถว (คนที่นั่นเขาเรียกว่า “รถป๊อกๆ” ) เข้าไปเดินเล่นในตัวเมืองปัตตานี โดยเฉพาะห้างไดอาน่า ไปจนพนักงานทุกชั้นทุกแผนกจำหน้าได้หมด ผมไม่ค่อยชอบรรยากาศมหา'ลัยในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพราะเงียบสงัดวังเวงมากๆ (นักศึกษาส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาในท้องถิ่น พอถึงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ต่างกลับบ้านกันหมด)

“พรุ่งนี้วันเสาร์อีกแล้ว เบื่อ เบื่อ เบื่อ และโคตรเบื่อจริงๆ” ผมบ่นกับแซยิด

“ถ้านายเบื่อ หรือไม่มีอะไรทำ ไปเที่ยวบ้านเราไหม?” แซยิดกล่าวเชิญชวน


ผมใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ รู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่หนุ่มหน้าแขกเอ่ยปากเชิญชวน ช่างโชคดีนาทีทองอะไรแบบนี้ ผมพยายามหาโอกาสที่จะอยู่ใกล้ชิดกับแซยิดในห้องสองต่อสองเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง แต่ก็ยังหาโอกาสไม่ได้เสียที เพราะเล๊ะกับดุลอยู่ในห้องเกือบตลอดเวลา ผมมีโอกาสอยู่กับแซยิดสองต่อสองเฉพาะในตอนเย็นช่วงกินข้าวเท่านั้น เพราะเราทั้งสองมักจะไปกินข้าวด้วยกันบ่อยๆ แซยิดใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องสมุด ทั้งทำการบ้านและอ่านหนังสือ (เขาเป็นเด็กเรียน ส่วนเราเป็นเด็กแรดปนร่าน)

“ขอบใจมาก แต่มันจะดีหรือ? เราเกรงใจที่บ้านนาย ไม่อยากไปรบกวน” ผมพูดเพื่อสงวนท่าทีไม่ให้ดู “คันคะเยอ” จนน่าเกียจเกินงาม

“รบกวนอะไรกัน นายคิดมากไปเอง เราว่านายต้องชอบบ้านเราแน่ๆ พ่อกับแม่เราใจดี ท่านชอบคุยกับคนต่างถิ่น คุยได้ทุกเรื่อง ยิ่งนายเป็นคนคุยเก่งด้วยแล้ว รับรองคุยกันสนุกแน่ๆ แม่เราทำอาหารอร่อยนะ แล้วเราจะขี่มอเตอร์ไซด์พานายเที่ยวรอบตัวเมืองยะลา” แซยิดพูดให้ผมคล้อยตาม

ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้คำตอบของผมนะครับ.... (ฮิๆๆๆ.....) บ้านของแซยิดอยู่ที่อ.เมือง จ.ยะลา จากปัตตานีไปยะลา ระยะทางประมาณ กิโลเมตร

พ่อของแซยิดเป็นครูสอนอยู่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในตัวเมือง ส่วนแม่ของแซยิดทำงานอยู่ที่ว่าการอำเภอ แซยิดเป็นลูกชายคนโต โดยมีน้องสาวคนเล็กซึ่งอายุห่างกันไม่มากนัก น้องสาวเรียนอยู่ชั้นม.6 (อายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม) ครอบครัวของแซยิดเป็นครอบครัวที่น่ารักมาก ทุกคนให้การต้อนรับผมอย่างดี

ผมนอนห้องเดียวเตียงเดียวกับแซยิด ผมนอนไม่ค่อยหลับพยายามข่มตาเท่าไหร่ก็ไม่หลับเสียที ส่วนแซยิดนั้นนอนหลับตั้งแต่หัวถึงหมอน ผมมองแซยิดนอนพลิกตัวไปมา (จากที่ได้สังเกต แซยิดเป็นคนนอนดิ้น) ซักครู่หนึ่ง แซยิดก็พลิกตัวหันมาทางผม หัวใจผมเกือบตกไปอยู่ตรงหัวหน่าว เมื่อเห็นปลายโสร่งของแซยิดมีสภาพกึ่งหลุดหลุ่ย แซยิดเวลานอนไม่ใส่กางเกงในซะด้วย ถ้าพลิกตัวอีกนิด แซยิดน้อยก็จะโผล่ออกมารับลมเล่นในยามราตรี

ผมพยายามใช้มือค่อยๆจับโสร่งของแซยิด เพื่อใช้ปกปิดก่อนที่แซยิดน้อยจะโผล่ออกมา บังเอิญแซยิดพลิกตัวอีกรอบหนึ่ง เลยทำให้มือของผมไปโดนส่วนหัวของแซยิดน้อยเข้าอย่างเต็มๆ ขอบอกว่ากล้ามเนื้อตรงส่วนนั้นแน่นมาก เวลานี้ใจของผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทั้งสั่นทั้งตื่นเต้นเหมือนกับผจญภัยในดงกล้วย ผมค่อยๆใช้มือลูบบริเวณต้นขาข้างลำตัวของแซยิดอย่างเบาๆ เพื่อพิสูจน์อาการตอบสนองของฝ่ายตรงข้าม ผมลูบไปได้ไม่ถึง 2 นาที แซยิดก็พลิกตัวหันหน้ามาทางผมอีกครั้งเหมือนกับจงใจ แต่คราวนี้ทำเอาผมตกตะลึงเลยทีเดียว เจ้าแซยิดน้อยเกิดอาการขยายตัวแปลงร่างเป็นงูอนาคอนด้าที่ทั้งใหญ่ทั้งยาว โผล่ทะลุผ้าโสร่งออกมาสัมผัสกับโลกภายนอก

หัวกระดอของแซยิดเป็นหัวกระดอเปิด สีแดงอมชมพู ตัวลำกล้องนั้นทั้งอวบทั้งยาวสวยมาก ผมแกล้งนิ้วมือลูบๆแตะๆบริเวณหัวหน่าวที่โกนขนอย่างราบเรียบเป็นหน้ากลอง จากนั้นก็ค่อยเลื่อนมือลงมาลูบคลึงตรงหัวกระดอที่เปิดบานเป็นดอกเห็ด

เมื่อแซยิดทำท่าจะพลิกตัวอีกรอบหนึ่ง ผมจึงหยุดการกระทำ พร้อมกับดึงมือของผมออกมา

“ทำต่อซิ กำลังสบายตัว” แซยิดกระซิบบอกผม

พออีกฝ่ายไฟเขียวให้ผมใส่เกียร์เดินหน้าอย่างเต็มที่ จะรอช้าอยู่ทำไม ผมจัดการบรรเลงเพลงสวาททันที ผมดึงโสร่งของแซยิดออก พร้อมกับใช้มือจับกระดอของแซยิดรูดขึ้นลงตามจังหวะ ส่วนจมูกของผมนั้นก็ดอมดมหากลิ่นสาบเสน่หาที่ตรงกะโปกและลูกชิ้นเอ็นทั้ง 2 ลูก

เมื่ออนาคอนด้าของแซยิดแข็งตั้งชูชันพร้อมรบอย่างเต็มอัตราศึกแล้ว ผมจึงอ้าปากครอบอนาคอนด้าจนมิดลำ กระดอของแซยิดยาวได้ใจมากๆ เกือบจะทิ่มลิ้นไก่ผมอยู่แล้ว ผมรูดลำลึงค์ของแซยิดขึ้นๆลงๆอย่างช้าๆ สลับกับใช้ลิ้มเลียรอบบริเวณหัวดอ พร้อมกับตวัดปลายลิ้นตรงรอยหยักเส้นเสียว

แซยิดนอนแผ่หราอยู่บนเตียง พร้อมทั้งส่งเสียงครวญครางด้วยอารมณ์สุดเสียว ผมอมและดูดกระดอของแซยิดอย่างเมามัน จากนั้นผมก็เลือนตัวขึ้นมาทับบนตัวของแซยิดเพื่อที่จะจูบปากและซอนไซร้ที่ตรงลำคอลากลงมาถึงบริเวณหัวนม แต่แซยิดห้ามไว้ บอกว่ารู้สึกแปลกๆ เพราะว่ายังไม่เคยมีอะไรกับใครมาก่อน (ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย) นี่เป็นครั้งแรกของเขาที่ยอมให้คนอื่นจับและดูดอวัยวะเพศ เขาขอให้ผมโม๊คให้อย่างเดียวก่อน คราวหน้าถ้าเขารู้สึกเคยชินมากกว่านี้ เขาค่อยอนุญาติให้ผมจัดการล่าสวาทแบบครบเครื่องเต็มรูปแบบไปทีละนิดทีละหน่อย

ผมก้มลงไปโม๊คกระดอให้แซยิดต่ออย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ส่วนมืออีกข้างก็ลูบใล้ลูกชิ้นเอ็นทั้ง 2 ลูก อย่างทะนุถนอม ซักพักแซยิดเกร็งตัวพร้อมกับร้องเสียงหลงออกมา ทันใดนั้น น้ำกำหนัดสีขาวข้นหนืดๆอุ่นๆของแซยิด ก็พุ่งทะลักเข้าสู่ในลำคอของผม

คราวนี้ก็มาถึงคิวของผมบ้าง ผมใช้มือจับอนาคอนด้าของแซยิดเล่นๆ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ใช้ชอลิ้วเฮียงให้กับแท่งตอปิโดของผม จนน้ำอสุจิของผมพุ่งทะลักออกมาจากลำกล้อง

หลังจากคืนนั้นแล้ว แซยิดเริ่มจะติดใจในฝีปากของผมเข้าไปทุกที ยิ่งช่วงไหนที่ เล๊ะ กับ ดุล กลับบ้านไปพร้อมกันโดยเหลือแค่แซยิดกับผมอยู่ในห้องด้วยกันสองคน แซยิดก็มักสะกิดผมให้ช่วยเอาน้ำแป้งเปียกคาวๆสีขาวขุ่นออกจากกระบอกปืนใหญ่ อยู่ตลอดเวลา


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ฺBaron
Guest

11. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #10
 
23-Nov-12, 09:43 PM (SE Asia Standard Time)
 
   น่าอิจฉาจังนิ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

12. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #11
 
23-Nov-12, 11:28 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >น่าอิจฉาจังนิ


คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

13. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #12
 
24-Nov-12, 04:10 AM (SE Asia Standard Time)
 
   เย็นวันศุกร์ ขณะที่ผมกำลังเดินหาซื้อของกินอยู่ที่ตลาดมะกรูด

"น้องกันตพลหรือเปล่าครับ?" ผู้ชายอายุประมาณ 23-25 ปี เอ่ยถามผม ผู้ชายคนนี้หน้าตาดี(ออกไปทางหนุ่มเจ้าสำอางค์มากกว่า) รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวดูสะอาดสะอ้าน ทรงผมรองทรง แต่งตัวคล้ายพนักงานอ๊อฟฟิต ใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อน ผูกเน็กไทด์ กางเกงสเล็คสีดำ รองเท้าหนัง

"ใช่ครับ" ผมตอบคำถามแบบงงๆ (รู้จักชื่อตรูได้ยังไง? แล้วตรูไปเจอไปรู้จักกับพี่รูปหล่อคนนี้ตอนไหนหว่า?)

"ได้อะไรติดไม้ติดมือไปกินบ้าง?" พี่รูปหล่อมองดูถุงหิ้วพลาสติกในมือผม

"ข้าวยำกับจำปาดะทอด" ผมตอบไปงงไป พร้อมถามต่อด้วยสีหน้าท่าทางครุ่นคิด "ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่า พี่กับผมเคยเจอกันตอนไหน รู้จักกันได้อย่างไร? ผมพยายามนึกแล้ว แต่ยังนึกไม่ออก ผมยิ่งความจำไม่ดีอยู่ด้วย อย่าถือสาที่ผมจำอะไรไม่ได้"

"มาคนเดียวหรือครับ? รีบไปไหนหรือเปล่า? ยืนคุยกันตรงนี้ เดี๋ยวจะเกะกะทางเดินและหน้าร้านของแม่ค้า พี่ว่าเราไปนั่งที่ร้านกาแฟตรงหัวมุมถนนดีไหม พี่จะได้อธิบายให้ฟัง" พี่รูปหล่อกล่าวเชิญชวน
ถ้าพี่เสนอ มีหรือที่ผมจะไม่สนอง (เพราะเห็นว่ารูปหล่อนะนี่ ผมถึงยอมใจง่ายตอบตกลง)

"จำพี่ไม่ได้จริงหรือครับ?" พี่รูปหล่อทวนคำถามเดิม

"ไม่ได้ครับ" ผมตอบแบบสั้นๆอย่างมั่นใจ (ก็ใครมันจะไปจำได้ละ ถ้าตรูจำได้ป่านนี้ตรูร่ายยาวไปแล้ว)

"ตอนที่น้องไปทำบัตรเอทีเอ็มที่ธนาคาร แล้วพี่เข้ามาช่วยพนักงานคนที่ทำเรื่องให้น้อง พนักงานคนนั้นก็ผ่านเรื่องของน้องมาให้พี่เป็นคนจัดการ จำได้หรือยังครับ?"

"อ๋อ… จำได้แล้ว ผมต้องขอโทษด้วยอีกรอบนะครับ ผมนี่แย่จริงๆ พี่จำผมได้ แต่ผมกลับจำพี่ไม่ได้เลย" ผมยกมือไหว้ขอโทษพี่รูปหล่อ (ความจำสั้นจริงๆนะตรู ใช่แล้ว… ตอนนั้นผมดันทำบัตรเอทีเอ็มหัก เลยต้องมาขอทำบัตรใหม่ที่ธนาคาร)

"ไม่ต้องขอโทษขอโพยขนาดนั้นก็ได้" พี่รูปหล่อรีบรับไหว้อย่างรวดเร็ว

"พี่ชื่ออะไรครับ?"

"ทวีป"

"ชื่อเพราะจังครับ" ผมกล่าวชม

"คงไม่เพราะเท่าชื่อน้องหรอกครับ" พี่ทวีปส่งยิ้มหวาน พร้อมทั้งจ้องหน้าผม

ผมรู้สึกเขินจนทำอะไรไม่ถูก

"น้องกันตพลเป็นคนเหนือใช่ไหมครับ?" พี่ทวีปยิงคำถามต่อ

"ครับ พี่นี่รู้ดีจริงๆนะ ไม่ต้องเรียกผมเต็มยศขนาดนั้นหรอกครับ เรียกผมว่า กันต์ เฉยๆดีกว่า เล่นเรียกชื่อเต็มขนาดนี้ ผมเขินแย่" ผมพูดโดยไม่สบตาฝ่ายตรงข้าม

"พี่จำมาจากตอนที่ทำเรื่องบัตรเอทีเอ็มให้น้องกันต์นั่นแหละ บังเอิญเห็นรายละเอียดจากแบบฟอร์มที่น้องกันต์กรอกเอาไว้กับทางธนาคาร พี่เป็นคนความจำค่อนข้างดี เลยเก็บรายละเอียดได้พอสมควร"

"ความจำดีและช่างสังเกตขนาดนี้ น่าจะไปทำงานเป็นสายลับมากกว่าทำงานธนาคารนะครับ" ผมแซวไปยิ้มไป

พี่ทวีปหัวเราะอย่างชอบใจ

"พี่ทวีปเป็นคนปัตตานีหรือจังหวัดไหนครับ?" ผมถามด้วยความอยากรู้

"เบตง"

"ใต้สุดในสยาม เบตงคงจะสวยและน่าอยู่มากนะครับ พูดถึงเบตงแล้ว ผมนึกออกแค่ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดเท่านั้น"

"ถ้าหาเวลาว่างพร้อมกันได้ น้องกันต์ไปเที่ยวบ้านพี่นะครับ" พี่ทวีปเชิญชวนด้วยสายตาเคลือบน้ำตาล

ผมได้แต่ยิ้มๆ (ก็มันเขิน)

"อ้าว… เงียบไปเลย" พี่ทวีปยิ่งจ้องหน้าผมมากขึ้นอีก
"น้องกันต์เรียนปีไหน? คณะอะไรครับ?" พี่ทวีปยังคงซักประวัติผมต่อไป

"ผมไม่ได้เรียนอยู่ปัตตานีครับ ผมเป็นนักศึกษาโครงการแลกเปลี่ยนจากมหา'ลัยอื่น แค่เทอมเดียวเอง เดี๋ยวเทอมหน้าก็กลับไปเรียนที่มหาลัยเดิมแล้ว" ผมตอบแบบคร่าวๆ

"ครับ เย็นนี้น้องกันต์ว่างหรือเปล่า?" พี่ทวีปรีบตัดบทถามอย่างรวบรัด

"ครับ" ผมตอบแบบประหยัดคำพูด


"น้องกันต์มาที่ตลาดนี้ยังไง?"


"รถป๊อกๆจากมหา'ลัยครับ"


"คงไม่รังเกียจนะ ถ้าพี่จะชวนไปนั่งรถเล่นชมเมืองและทานข้าวด้วยกันที่บ้านพี่ หลังจากนั้นพี่จะขับไปส่งน้องกันต์ที่มหา'ลัยเองครับ ไม่ต้องห่วง"

"ครับ" ผมยังคงตอบแบบสั้นๆ (คิดไปคิดมาก็ดีเหมือนกัน วันนี้วันศุกร์ ถ้ารีบกลับมหาลัยก็ไม่รู้จะทำอะไรดี อยู่ในห้องก็ทั้งเซ็งและเบื่อ แซยิด + เล๊ะ + ดุล ต่างกลับบ้านกันหมด เหลือแต่ตรูอยู่ห้องคนเดียว สู้ไปกับพี่ทวีปดีกว่า พี่เขาอุตส่าห์เสนอซะขนาดนั้น ตรูต้องสนองให้หายอยากซะหน่อย อิ อิ)


บ้านของพี่ทวีปอยู่ไม่ไกลจากตลาดมะกรูด ลักษณะของบ้านเป็นบ้านแบบทาวน์เฮ้าส์ 2ชั้น 2ห้องนอน 2ห้องน้ำ

พี่ทวีปอยู่ที่ปัตตานีคนเดียว ส่วนครอบครัว(พ่อ แม่ พี่ น้อง) อยู่ที่เบตง

ระหว่างที่ผมกับพี่ทวีปกำลังรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ที่โต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่ติดหน้าต่าง หน้าบ้าน ทันใดนั้นฝนก็ตกลงมาโดยที่ก่อนหน้านี้ไม่มีเค้าว่าฝนจะตกแต่อย่างใด (ฝนฟ้าช่างเข้าใจตกได้เวลาจริง)

"ฝนท่าทางตกหนัก คงอีกนานกว่าจะหยุด น้องกันต์ไม่รีบกลับใช่ไหม? กินข้าวเสร็จแล้ว อยู่ดูวีดีโอกับพี่ก่อน พี่เช่าหนังมาเยอะมาก" พี่ทวีปยิ้มพร้อมกับสีหน้าแบบมีเลศนัย

"ครับ" ผมรับคำ


หลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยได้ประมาณ 40 นาที ผมก็มานั่งเอนหลังอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก ส่วนพี่ทวีปนั้น กำลังเปิดโทรทัศน์และเครื่องเล่นวีดีโอ

"หนังอะไรครับพี่?" ผมแกล้งถามด้วยท่าทางที่ตกใจ

"น้องกันต์ชอบดูไหมครับ?" พี่ทวีปถามไปยิ้มไป

ผมใช้สีหน้าท่าทางสื่อภาษาแทนคำตอบ

หนังที่พี่ทวีปเปิดให้ผมดูคือ หนังโป๊ชาย-หญิง (กะจะปลุกให้ตรูมีอารมณ์ด้วยการดูหนังโป๊ เข้าใจคิดนะ)

ระหว่างที่กำลังนั่งดูหนัง พี่ทวีปพยายามกระเถิบเข้ามานั่งใกล้ผมทีละนิดๆ ผมรู้ทั้งรู้แต่แกล้งนิ่งเฉยๆรอดูความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม

"น้องกันต์เคยมีอะไรกับใครแบบในหนังหรือยังครับ?" พี่ทวีปเปิดประเด็นถามอย่างตรงไปตรงมา

"ครับ แต่เป็นอีกแบบหนึ่ง" ผมตอบแบบให้ฝ่ายตรงข้ามคิดเอาเอง


"ยังไง? พี่ไม่เข้าใจ?" พี่ทวีปทำหน้างงๆ


"อย่างนั้นละครับ ถ้าพี่ไม่เข้าใจ ผมก็ไม่บอก" ผมเริ่มทำหน้ายั่วยวนฝ่ายตรงข้าม


"มีอารมณ์หรือครับ เห็นเป้าตุงเชียว" พี่ทวีปจ้องไปที่เป้ากางเกงผม


ผมยิ้มแบบอายๆ แต่พอมาถึงตรงนี้แล้ว จะมัวมานั่งเหนียมอายอยู่ มันก็ดูแอ๊บแบ๊วแบบแสแสร้ง ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เอาให้มันสุดๆไปเลยละกัน ไม่ได้รีดน้ำออกมาหลายวันแล้ว ตอนนี้โอกาสมา จะมัวช้าอยู่ใย

"พี่ช่วยผมได้หรือเปล่า?" ผมพูดออกมาตรงๆ

พี่ทวีปใช้มือลูบคลึงที่เป้ากางเกงผมอย่างไม่รีรอ จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองข้าง ค่อยๆปลดเข็มขัด ปลดกระดุม รูดซิบกางเกงผมออก และถลกกางเกงพร้อมกับกางเกงในของผมออกไปพร้อมกัน

"ของน้องกันต์ใหญ่เกินตัวจริงๆ แถมยังขนดกดำอีก" พี่ทวีปค่อยๆใช้มือถอกปลายหนังอุ้มองคชาติของผมออกอย่างช้า

แท่งตอปิโดของผมค่อยๆขยายขนาดและแข็งชูชันขึ้นทันที

พี่ทวีปจูงมือผมเดินขึ้นไปที่ห้องนอนชั้นบน เมื่ออยู่ในห้องนอนแล้ว พี่ทวีปค่อยๆถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนเปลือยเปล่า

อาวุธประจำกายของพี่ทวีป หัวปิดแบบเปิดถอกออกไม่ได้ ส่วนขนาดนั้นไม่เล็กไม่ใหญ่ มีขนขึ้นประปรายที่หัวหน่าว

พี่ทวีปจัดการถวายบัวให้ผมอย่างชำนาญงาน การใช้ลิ้น ลงลิ้น ลากลิ้นของพี่เขา พริ้วไหวได้จังหวะดีจริงๆ ผมครางออกมาอย่างไม่หยุดปาก แถมยังกระเด้าเพื่อให้แท่งตอปิโดของผมเข้า-ออกในปากของพี่เขาอย่างเต็มสปีด

นอกจากพี่ทวีปจะนั่งคุกเข่าถวายบัวให้ผมแล้ว พี่เขายังใช้มือสาวว่าวให้ตัวเองอีกด้วย

"ผมขอเอาตูดพี่ได้ไหมครับ?" ผมถามออกมา

"ครับ" พี่ทวีปตอบอย่างเต็มใจ

พี่ทวีปเดินเข้าหยิบเจลหล่อลื่นและถุงยางอนามัย ที่อยู่อีกห้องหนึ่ง จากนั้นก็แกะซองและคลี่ถุงยางครอบใส่แท่งตอปิโดของผม และบีบเจลหล่อลื่นชะโลมที่ปากถ้ำทองของตัวเอง

เมื่อทุกอย่างพร้อม ผมค่อยดันแท่งตอปิโดเข้าปากถ้ำทองของพี่ทวีปอย่างช้าๆ เมื่อเข้าได้มิดด้ามแล้วก็ค่อยๆซอยเข้าๆออกอย่างเป็นจังหวะจะโคน จากนั้นถึงค่อยเพิ่มความเร็ว

รูตูดของพี่ทวีปไม่ค่อยฟิตและตอดแท่งตอปิโดของผมเท่าไหร่ (หลวมกว่าของพี่ต่อมาก สงสัยคงจะผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน) จนผมต้องกระเด้าอย่างแรงๆถี่ๆ ถึงจะรู้สึกได้ถึงความเสียวซาบซ่าน

ผมกระเด้าอยู่ประมาณเกือบๆ 20 นาที พี่ทวีปก็สาวว่าวให้ตัวเองจนน้ำแตก (ลืมบอกไปว่า เอากันในท่าโก่งโค้งหันหลัง หรือท่าหมา นั่นเอง) 3 นาทีให้หลัง ผมก็หลั่งน้ำอสุจิออกมา


คืนนั้นพวกเราต่อกันอีก 2 ยก จนเผลอหลับไปทั้งคู่


ผมรู้สึกปวดฉี่ เลยตื่นขึ้นมากลางดึก ไม่รู้ว่าเวลาเท่าไหร่ ผมไม่อยากเปิดไฟเพราะพี่ทวีปกำลังหลับอยู่ เกรงใจพี่เขา เลยอาศัยวิธีคลำทางท่ามกลางความมืด เพื่อเดินออกจากห้องนอนไปยังห้องน้ำ

พอปิดประตูห้องนอน ผมพยายามหาสวิตซ์ไฟตรงทางเดินไปห้องน้ำ หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ด้วยความที่เพิ่งตื่นเลยเกิดอาการสะลึมสะลือ เดินเข้าไปยังห้องอีกห้องหนึ่ง โดยคิดว่าเป็นห้องน้ำ

ผมเปิดประตูห้องและคลำหาสวิตซ์ไฟตรงผนังข้างประตู พอไฟเปิดเท่านั้น ผมถึงกับหายสะลึมสะลือทันที ตาสว่างโดยอัตโนมัติ

โอ้…. แม่เจ้า !!!!!!!!

สิ่งที่ผมเห็นในห้องนั้นคือ รูปของพี่ทวีปแต่งหญิงไปประกวดนางงามสาวประเภท2 ตามเวทีต่างๆ และถ่ายเล่นๆโพสท่าเป็นนางแบบ รูปพวกนั้นติดอยู่ตามฝานังบ้าง ใส่กรอบโชว์ตามชั้นต่างในตู้โชว์บ้าง

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีมงกุฏ ถ้วยเกียรติยศนางงาม วิกผมทรงต่างๆ ผ้าพันคอขนเฟอร์หลากสี รองเท้าบู๊ต และรองเท้าส้นสูง ตั้งไว้ตามชั้นต่างๆในตู้โชว์

รสนิยมของผม ชอบเกย์ที่เงียบๆไม่แสดงออกมากกว่า ถ้าจะออกสาวก็พอรับได้ แต่ต้องออกนิดๆ พอดูดีดูน่ารัก อย่าเกินงามมาก ส่วนประเภทสาวแตกร้อยเมตร เปิดสปอร์ตไลท์ แต่งหญิง ผมเห็นแล้วไม่เกิดอารมณ์

ผมกลับเข้ามานอนอย่างเอ๋อๆ เพราะช็อคกับสิ่งที่เห็นในห้องนั้น ผมพยายามนอนห่างๆพี่ทวีปนิดหนึ่ง และพยายามข่มตาหลับจนกว่าจะสว่าง แล้วค่อยว่ากันอีกที

ผมไม่ได้รังเกียจพี่ทวีปเลยแม้แต่น้อย ผมกลับชื่นชมและเคารพในสิ่งที่พี่เขาเป็น แต่ถ้าเรื่องมีเพศสัมพันธ์ละก็ ขอบาย เพราะไม่ใช่สเป็กของผม

ผมตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนของพี่ทวีป ผมค่อยๆแกะแขนของพี่ทวีปออกจากตัวผม

"ตื่นแล้วเหรอ? เมื่อคืนน้องกันต์หลับสบายไหม?" พี่ทวีปเอามือขยี้ตา พร้อมทั้งเอียงหัวมาซบที่ซอกคอผม

"ครับ" ผมตอบตามมารยาท

ผมพยายามจ้องมองหน้าพี่ทวีป เพื่อให้คุ้นเคยกับพี่ทวีปในลุ๊คแมนๆแบบนี้ แต่ภาพพี่ทวีปแต่งหญิงก็ยังหลอนผมอยู่จนได้

"น้องกันต์จ้องหน้าพี่แบบจริงจังมาก มีอะไรหรือครับ?" พี่ทวีปทำหน้าสงสัย

"ขี้ตาติดอยู่ตรงขอบตาทั้งสองของพี่ครับ" ผมพูดตลกเพื่อเบี่ยงประเด็น

"เล่นอะไรก็ไม่รู้ ทำเป็นเด็กๆไปได้" พี่ทวีปส่ายหัวอย่างอารมณ์ดี

"ผมขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ" ผมลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว

"น้องกันต์น่าจะอยู่กับพี่อีกซักคืนนะ ไม่น่ารีบกลับเลย วันนี้พี่กะว่าจะขับรถพาน้องกันต์ไปเที่ยวหาดใหญ่ ไปเที่ยวด้วยกันนะ" พี่ทวีปพูดแกมขอร้อง

"เอาไว้โอกาสหน้านะครับ วันนี้ผมไปไม่ได้จริงๆครับ อยากจะนอนให้เต็มอิ่มซักตื่น พรุ่งนี้ผมต้องตื่นตี5 ไปนราธิวาสกับโครงการที่ผมเข้าร่วม" ผมปฏิเสธ(ตอแหล)อย่างสุภาพ

"ครับผม น้องกันต์รอพี่แป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวพี่อาบน้ำเสร็จแล้วจะขับรถไปส่ง" พี่ทวีปหอมแก้มผมทั้งสองข้าง

ระหว่างทางจากบ้านพี่ทวีปมายังมหา'ลัย ผมยังคงนั่งเงียบ

"น้องกันต์ดูเงียบไปนะครับ ไม่เห็นพูดจาอะไรเลย" พี่ทวีปถามอย่างสงสัย

"แสบจู๋ครับ เมื่อคืนใช้งานหนักไปนิด" ผมพูดแบบติดตลก

พี่ทวีปหัวเราะอย่างชอบใจ

"พี่ครับ ไม่ต้องไปส่งผมถึงหอพักนะครับ จอดส่งผมที่หน้ามหา'ลัยก็พอ ผมต้องซื้อของใช้จุกจิกและก็จะแวะไปหารุ่นพี่หัวหน้าโครงการเพื่อถามเรื่องกำหนดการให้แน่ใจ" ผมแจกสตอให้พี่ทวีปไปทั้งไร่

สาเหตุที่ผมต้องทำแบบนี้ เพราะไม่อยากจะติดต่อหรือสานสัมพันธ์ใดๆทั้งสิ้น พี่ทวีปเป็นคนดีมาก ผมไม่อยากให้พี่ทวีปต้องมาเสียใจหรือเจ็บช้ำน้ำใจเพราะคนอย่างผม ดังนั้นผมจึงขอหยุดเอาไว้แค่นี้

"ได้ครับ ว่าแต่พี่จะเจอน้องกันต์อีกทีเมื่อไหร่?" พี่ทวีปถามขึ้นมา

"ผมยังไม่รู้เหมือนกัน ช่วงนี้นอกจากจะเรียนหนักแล้ว ยังต้องเข้าร่วมกิจกรรมกับโครงการเกือบทุกอาทิตย์ เหนื่อยสุดๆยังกะเข้าค่ายลูกเสือ พี่บอกเบอร์โทรกับเบอร์เพจของพี่มา แล้วผมจะส่งข่าวให้พี่ทราบอีกที" ผมตอบแบบถนอมน้ำใจ พร้อมส่งยิ้มให้ฝ่ายตรงข้าม (แหลได้โล่ห์จริงๆตรู)

ก่อนจะลงรถ พี่ไหว้ขอบคุณในความมีน้ำใจของพี่ทวีป ส่วนพี่ทวีปโอบกอดและหอมแก้มผม

พอแยกกับพี่ทวีปแล้ว ผมเดินอย่างโล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก (ดีนะที่ผมได้ความลับในห้องนั้นซะก่อน เลยหันหัวเรือทัน ไม่อย่างคงจะถลำลึกไปมากกว่านี้แน่ๆ)


จาก นายทวีป กลายเป็น น.ส.ทวีพร ช่างอึ้ง ทึ่ง แต่ไม่เสียว จริงๆ!!!!!!


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

14. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #13
 
26-Nov-12, 04:31 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ว่าไม่ได้นะครับ เป็คใครเป็คมัน


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

15. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #14
 
27-Nov-12, 00:21 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >ว่าไม่ได้นะครับ เป็คใครเป็คมัน
ถูกต้องครับ เรื่องรสนิยมนี่บังคับใครไม่ได้จริงๆ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

16. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #15
 
29-Nov-12, 10:22 PM (SE Asia Standard Time)
 
   มะไหร่จะมาต่ออ่ะคับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

17. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #16
 
30-Nov-12, 01:08 AM (SE Asia Standard Time)
 
   วันนี้ตั้งแต่หลังเที่ยงวันเป็นต้นไป ผมไม่มีเรียนและไม่มีกิจกรรมที่จะต้องเข้าร่วม ดังนั้นผมจึงแต่งตัวไปช็อปปิ้ง และเดินเล่นที่ห้างไดอาน่า (ตามปรกติ ตอนอยู่มหาลัยเดิม หลังเลิกเรียนเสร็จแล้ว ผมมักจะใส่ชุดนักศึกษาออกไปตะลอนๆข้างนอกเสมอ โดยที่ไม่สนใจจะเปลี่ยนชุดแม้แต่น้อย ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เหตุผลง่ายๆคือ “ขี้เกียจ” เวลานี้ผมได้มาเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนของมหาลัยแห่งนี้ ถึงแม้ว่าจะต้องเข้าเรียนเหมือนกับมหาลัยเดิม แต่ถึงอย่างไร ผมก็ยังรู้สึกว่า ผมมาทัศนศึกษา ไม่ได้มาเรียนอยู่ดี)

ผมกำลังเดินซื้อของใช้ส่วนตัวที่แผนกซุปเปอร์มาร์เก็ต ผมเดินมาที่แผนกสบู่ ยาสระผม และครีมบำรุงผิว สายตาผมมาสะดุดอยู่ที่ขวดวาสลีนทาผิว ผมหยิบขวดวาสลีนขึ้นมา ดูไปพลางนึกถึงดากงอนๆและรูดากฟิตๆตอดๆของพี่ต่อ อยากจะงัดเอาแท่งตอปิโดของผมยัดเข้าไปในรูดากของพี่แก และกระเด้ารัวเข้าๆออกๆให้หายเซี่ยนกันไปข้างหนึ่ง

“มาคนเดียวหรือว่ะ? โลกกลมจริงๆได้เจอมึงที่นี่อีก” เจ้าของเสียงกล่าวทักผมอย่างเป็นกันเองมากๆ

ผมหันหน้าไปมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าเป็นใคร... นึกว่าใครที่ก็ “ไอ้หน้าหล่อพัฒน์” นี่เอง (ถ้าได้อ่าน2ตอนที่แล้ว คงพอจะรู้จักและได้ยินกิตติศัพท์ของไอ้พัฒน์รูปหล่อ มาบ้างแล้วนะครับ) ผมจ้องไอ้พัฒน์ด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเอามากๆ เนื่องจากยังเคืองๆจากคดีความที่โรงอาหารคราวนั้น (จาก2ตอนที่แล้ว)

“ยิ้มให้กูบ้างซิ มึงยังไม่หายโกรธจากเรื่องวันนั้นอีกเหรอ? กูขอโทษที่เผลอว๊ากมึงไป กูไม่รู้นี่ว่ามึงอยู่ปีเดียวกับกู เห็นหน้ามึงดูละอ่อนแบบนี้ กูก็นึกว่ามึงเป็นรุ่นน้องปี 1” ไอ้พัฒน์ขอโทษขอโพยผม

ผมมองเห็นแววตาที่ดูค่อนข้างจะจริงใจบนใบหน้าที่หล่อทะลึ่งทะเล้นของไอ้พัฒน์ ผมกับใจอ่อนขึ้นมาทันที (ใบหน้าของมันหล่อน่าเอาซะขนาดนี้ จะไม่ให้ผมใจอ่อนได้อย่างไรครับ)

“ก็ได้” ผมตอบแบบไว้เชิง

ทันใดนั้น สายตาของผมก็ไปสะดุดเห็นสิ่งที่ไอ้พัฒน์ถืออยู่ในมือ พอผมเห็นของที่มันถืออยู่ในเท่านั้นแหละ ผมถึงกลับสติแตกควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ ปล่อยฮาออกมาอย่างกับคนบ้า หัวเราะจนลืมความถือตัวเจ้ายศเจ้าอย่าง ไปอย่างสิ้นเชิง

“มึงหัวเราะอะไรกู?” ไอ้พัฒน์ถามอย่างงงๆ

พอควบคุมสติอารมณ์ได้ซักพัก ผมก็พูดออกไปว่า... “ไอ้ของสีชมพูที่มึงถืออยู่ในมือ”

“ไอ้บ้า...” ไอ้พัฒน์รีบซ่อนกล่องพลาสติกโปร่งใสที่สามารถมองเห็นกางเกงในสีชมพูและสีขาวที่อยู่ข้างในกล่อง ได้อย่างชัดเจน

“มึงใส่กางเกงในไซ้ส์เล็กหรือว่ะ?” ผมพูดไปหัวเราะไป และไม่ลืมที่จะจ้องมองตรงเป้ากางเกงของไอ้พัฒน์

ไอ้พัฒน์รีบเอามือกุมเป้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับพูดว่า... “กูจะใส่ไซ้ส์อะไรมันก็เรื่องของกู ถึงกูใส่ไซ้ส์เล็กก็ใช่ว่ามันจะเล็กไปซะทุกอย่าง ถ้าโดนแล้วจุกอย่าหาว่ากูไม่เตือนแล้วกัน”

คำพูดของไอ้พัฒน์ทำเอาผมสะดุ้งโหยง พูดให้สามารถจินตนากามได้อย่างเห็นภาพทุกอณูเนื้อจริงๆ

“ขอโทษจริงๆว่ะ กูลืมชื่อมึง มึงชื่ออะไร? ส่วนชื่อกูมึงคงรู้แล้วซินะ เออ... มึงมาคนเดียวหรือ? มายังไง? แล้วจะกลับยังไง?” ไอ้พัฒน์เอ่ยถามผม

“กูชื่อ กันต์ ส่วนชื่อมึง กูรู้ตั้งแต่วันที่กูโดนมึงว๊ากแล้ว กูมาคนเดียว นั่งรถป๊อกๆมา มึงมากับใคร?” ผมย้อนถาม

“กูก็มาคนเดียวเหมือนกัน ขี่มอเตอร์ไซด์มา มึงกลับกับกูละกัน เดี๋ยวไปส่งเอง จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลารอรถป๊อกๆ” ไอ้พัฒน์กล่าวเชิญชวน

มีหรือที่ผมจะปฏิเสธข้อเสนอนี้ได้ลงคอ ผมไม่รอช้า นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ของไอ้พัฒน์กลับทันที ระหว่างทางไอ้พัฒน์ซิ่งมอเตอร์ไซด์ฉวัดเฉวียนมากๆ ยังกับจะไปแข่งขันรายการชิงแชมป์เจ้านักบิดที่ไหน ผมใจหายใจคว่ำมาตลอดทาง พลันเอาแขนกอดรวบเอวของไอ้พัฒน์เอาไว้ เพราะกลัวตก ทันใดนั้น ไอ้พัฒน์ก็เบรคกระทันหันตรงสี่แยกไฟแดง ทำเอาตัวผมเซไปซบตัวมันทันที แต่ที่มากกว่านั้นคือ มือของผมดันไปกุมไว้ตรงเป้ากางเกงของไอ้พัฒน์อย่างไม่ได้ตั้งตัวและไม่ได้ตั้งใจ

“มึงนี่ไม่ยอมจบซะที ไอ้เรื่องขนาดกางเกงในที่กูใส่ อยากจะรู้ละซิว่า ของกูเล็กจริงหรือเปล่า” ไอ้พัฒน์พูดออกตรงๆ

“กูเปล่า... ก็มึงเล่นซิ่งมอเตอร์ไซด์เร็วเหมือนจรวด กูกลัวจะตกเลยเอามือโอบเอวของมึงไว้ นี่แม่ง... อะไรกัน นึกจะเบรคก็เบรคเอาดื้อๆ กูก็เสียหลักนะซิ มือไม้กูเลยเป็นแบบนี้” ผมอธิบายโดยไม่มีอ้อมค้อม นับว่าเป็นผลประโยชน์ที่มาจากความบังเอิญ

“กูหิวข้าว มึงกินอะไรมาหรือยัง?” ไอ้พัฒน์ถามผม

“ยังเลย กูก็หิวเหมือนกัน เดี๋ยวกะว่าพอถึงมอแล้ว จะไปหาอะไรกินซักหน่อย”

“เอาอย่างนี้... เดี๋ยวกูพามึงกินข้าวที่ร้านอรุณสวัสดิ์ ร้านนี้อาหารอร่อยมาก ที่สำคัญเจ้าของเป็นคนเหนือด้วย มึงจะได้อู้กำเมืองกับเขาให้หายคิดถึงบ้าน” ไอ้พัฒน์เสนอความคิดเห็น (แถมยังรู้อีกนะว่า ผมเป็นคนเหนือ)

“ตามใจมึง” ผมตอบสั้นๆ

ผมกับไอ้พัฒน์นั่งทานข้าวด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย (ไม่ใช่อร่อยเพราะความหวานหรือโรแมนติกอะไร แต่อร่อยเพราะต่างคนต่างหิว เลยทำให้กินอะไรก็อร่อยไปหมด)

“วันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ มึงจะทำอะไร? เห็นว่าหยุดยาวไปจนถึงวันอังคาร” ไอ้พัฒน์เอ่ยถาม

“กูไม่รู้เลย ขึ้นอยู่กับว่าเบื่อมาก เบื่อน้อยแค่ไหน เบื่อมาก ก็อาจจะไปเที่ยวไกลๆหน่อย เบื่อน้อยก็เที่ยวแถวๆนี้” ผมตอบแบบผ่านๆ ทั้งที่จริงแล้ว แซยิดได้ชวนผมไปเที่ยวบ้านของเขาที่ยะลา

“มึงไปเที่ยวบ้านกูไหม? บ้านกูอยู่หาดใหญ่ เดี๋ยวกูพามึงไปล่อนทั่วหาดใหญ่เอง” ไอ้พัฒน์เชิญชวนผม

“จะดีหรือ? กูเกรงใจมึงและที่บ้านของมึงด้วย กูกลัวไปรบกวนหรือสร้างภาระให้ ” ผมตอบแบบสงวนท่าที (คงจะรู้นะครับว่าใจจริงผมจะตอบว่าอะไร)

ในที่สุดไอ้พัฒน์ก็คะยั้นคะยอ จนผมตอบตกลง (ฮิๆๆๆ สำเร็จเป็นไปตามที่คาดไว้จริงๆ งานนี้รับรองน้ำแตกกระจุย กระจาย กระเจิง แน่ๆ)

เมื่อกลับถึงหอพัก ผมรีบไปบอกแซยิดทันทีเรื่องกำหนดการไปเที่ยวบ้านของแซยิดที่ยะลา (ผมอยากจะลองเปลี่ยนรสชาติอื่นดูบ้าง เวลามีอะไรกับแซยิด เขาชอบให้ผมเก็บบัวให้ตลอด ครั้นพอผมอยากจะกอดจูบลูบใล้ ดูดหัวนม หรือไม่ก็ให้แซยิดเก็บบัวให้ผม เขาก็ไม่ยอมท่าเดียว ขนาดขอให้เขาช่วยชอลิ้วเฮียงให้ผม เขายังไม่ยอมเลย บอกว่าไม่ถนัด ไม่คุ้นเคยบ้าง อะไรกัน ตั้งหลายๆครั้งแล้วยังบอกว่าไม่คุ้นเคยอีกเหรอนี่!!!!!!!!!!!!!)


“แซยิด... เราต้องขอโทษนะ คือวันศุกร์นี้เราไปเที่ยวบ้านแซยิดที่ยะลาไม่ได้จริงๆ เราต้องไปออกค่ายอาสากับทางชมรม เอาไว้คราวหน้าละกันนะ” ผมแกะสะตอป้อนใส่ปากแซยิด อย่างเนียนๆ

“ว้า... เสียดายจังเลย งั้นเราก็อดที่จะโดนนายดูดให้นะซิ ไม่ได้เอาน้ำออกมาเป็นอาทิตย์แล้ว จะใช้มือช่วยตัวเองก็ไม่มันเหมือนให้นายดูดให้” แซยิดรำพันด้วยความเสียดาย

“ไม่ได้เอาออกมาเป็นอาทิตย์ อย่างนั้นก็เอาออกตอนนี้เลยซิ” ผมใช้มือลูบๆคลำๆตรงเป้าของแซยิด

เมื่อครู่ที่ผ่านมา... ดุล กับ เล๊ะ เพิ่งจะออกไปทานข้าวข้างนอก ผมเลยกล้าที่จะช่วยให้แซยิดถึงจุดสุดยอดในห้อง

ผมมุดตัวเข้าไปอยู่ในโสร่งของแซยิด พร้อมกับใช้มือถลกกางเกงในลงมากองที่ตรงข้อมเท้า

ผมลากปลายลิ้นตวัดไปทั่วกะโปกของแซยิดอย่างหิวกระหาย และใช้ปลายจมูกสูดดมกลิ่นสาบอันยั่วยวนใจจากกะโปกลากขึ้นไปที่ลำลิงค์ของแซยิด

แซยิดร้องครวญครางอย่างเบาๆ ผมค่อยๆพ่นลมหายใจทางปากรดไปที่หัวกระดอที่เปิด พร้อมทั้งใช้ปลายลิ้นค่อยๆแตะที่ตาข้างเดียวของงูอนาคอนด้าที่กำลังตื่นตัวและชูชัน

ซักพักผมอ้าปากครอบกระดอที่แข็งโด่ของแซยิดจนมิดลำ โดยแซยิดกดหัวของผมขึ้นๆลงๆเป็นจังหวะจะโคน ผมห่อริมฝีปากของผมเพื่อให้ตอดรัดกระดอของแซยิด จากนั้นก็รูดกระดอของแซยิดอย่างเร็วๆรัวๆไม่เป็นจังหวะ แซยิดเริ่มร้องครางเสียงหลงออกมา

เวลานี้โสร่งของแซยิดได้หลุดหลุ่ยลงมากองกับพื้น ผมยังปฎิบัติภาระถวายบัวให้แซยิดต่อไป จนแซยิดถอดกระดอออกจากปากของผม และบอกให้ผมอ้าปากกว้างๆ วินาทีให้หลัง แซยิดก็พ่นน้ำแป้งเปียกขาวๆขุ่นๆอุ่นๆสดจากกระบอก เข้าปากผมอย่างเต็มๆ ผมกลืนน้ำกำหนัดอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมทั้งดูดทั้งเลียน้ำที่ตกข้างอยู่ที่ปากกระบอกของแซยิดอย่างหมดจด


......................................................................

วันนี้ที่รอคอยก็มาถึง ผมตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า โดยผมได้นัดกับไอ้พัฒน์ไว้ที่บริเวณหลังมหาลัย เพื่อขึ้นรถตู้ไปหาดใหญ่ สาเหตุที่ต้องขึ้นรถตู้เที่ยวแรก เพราะอยากไปถึงหาดใหญ่ให้เร็วที่สุด จะได้มีเวลาเที่ยวเยอะๆ

ผมและไอ้พัฒน์มาถึงที่หาดใหญ่เกือบๆ 8 โมงเช้า รถตู้ได้มาส่งเราทั้งสองคนที่ประตูรั้วหน้าบ้านของไอ้พัฒน์

“นี่บ้านมึงเหรอ? ทำไมเหมือนหอพักจัง?” ผมถามด้วยความสงสัย เพราะมองเห็นป้ายหอพักขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านตรงหน้าประตูรั้ว ส่วนในประตูรั้ว เป็นอาคารขนาด 3 ชั้น แต่ละชั้นจะมีห้องประมาณเกือบ10 ห้องได้

“หอพักนี่เป็นกิจการทางบ้านกู เข้ามาข้างในก่อน จะได้เอาของไปเก็บและออกไปเที่ยวกัน” ไอ้พัฒน์เปิดประตูรั้วบ้านพร้อมกับส่งสัญญาณให้ผมเดินตามมา

ไอ้พัฒน์พาผมเอาของไปเก็บไว้ในห้องชั้นล่างริมสุด ก่อนที่จะพาผมไปสวัสดีพ่อแม่ที่บ้านหลังใหญ่ตรงข้างหลังหอพัก ผมเดาว่าห้องนี่คงใช้เป็นห้องนอนของผมกับไอ้พัฒน์ในคืนนี้แน่ๆ เพราะมีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ต่างๆครบครัน ถ้าเป็นอย่างที่คาดเดาไว้จริงๆแล้วละก็...... (เติมคำในช่องว่างเอาเองนะครับ).......

หลังจากสวัสดีและพูดคุยกับพ่อแม่ของไอ้พัฒน์ เรียบร้อยแล้ว ไอ้พัฒน์พาผมซิ่งมอเตอร์ไซด์ออกไปกินข้าวที่ “โรงช้าง” (ชื่อของโรงอาหารยอดนิยมในวิทยาเขตหาดใหญ่) ตามด้วยโปรแกรมทัวร์เมืองหาดใหญ่ ซึ่งไอ้พัฒน์อาสาเป็นไกด์ท้องถิ่น โดยเริ่มจากห้างโอเดียน (ขนมไข่ ร้านที่ขายข้างนอกห้างอร่อยมาก) มายังตลาดสันติสุขและตลาดกิมหยง เท่านั้นยังไม่หนำใจ.... ไอ้พัฒน์เลยสมนาคุณพาผมซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ล่อนมาที่ อ.เมือง จ.สงขลา (มันบอกว่าจะพาผมไปดูโรงเรียนของมัน ซึ่งมันรู้สึก "so proud" มากๆที่จบจากโรงเรียนที่ว่านี้)

ไอ้พัฒน์พาผมเดินชมรอบบริเวณโรงเรียนจนหนำใจ จากนั้นมันก็พาผมไปเดินรับลมที่หาดสมิหลา ซึ่งอยู่ไม่ไกลไม่ใกล้มากนัก ก่อนที่จะกลับหาดใหญ่ ไอ้พัฒน์ตบท้ายโปรแกรมขี่มอเตอร์ไซด์ทัวร์ด้วยการพาผมไปยังเกาะยอ โดยข้ามสะพานติณฯ

ไอ้พัฒน์จอดรถบนไหล่สะพานเพื่อชมวิว และพักเหนื่อยไปในตัว

“สวยจัง กูไม่รู้จะขอบใจมึงยังไงดีที่พากูเที่ยวทั้งวัน” ผมกล่าวขอบคุณไอ้พัฒน์

“ไม่เป็นไร... มึงก็คิดมากไปได้ ที่กูทำไปทั้งหมด เพราะมาจากตรงนี้” ไอ้พัฒน์เอามือชี้ที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง

ผมอึ้งไปชั่วครู่ พอได้สติกลับคืนมาก็พูดเพื่อแก้เขินไปว่า... “ถ้ามีมึงโอกาสได้ขึ้นมาเที่ยวทางเหนือ ยินดีต้อนรับทุกเวลา กูจะพามึงเที่ยวชมมหาลัยของกู และพาเที่ยวรอบเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งจะพามึงไปเที่ยวบ้านกูที่เชียงของด้วย”

“ขอบใจมากนะโว๊ย... ว่าแต่มึงจะอยู่มหาลัยที่ปัตตานีนานแค่ไหน? และต้องกลับไปที่มหาลัยเดิมเมื่อไหร่?” ไอ้พัฒน์เอ่ยถาม

“อีกประมาณเดือนกว่าๆ กูจะกลับก่อนวันสอบปลายภาคของนักศึกษาทั่วไป” ผมตอบ

“ถ้ามึงกลับไป กูคงจะคิดถึงมึง กูไม่รู้จะใช้คำไหนบรรยายความรู้สึกได้ดีมากกว่านี้ ... ถูกชะตา คำนี้น่าจะใกล้เคียงมากที่สุด” ไอ้พัฒน์มองหน้าผมด้วยสายตาที่ค่อนข้างจะลึกซึ้ง

ผมไม่พูดไม่จาอะไร รู้สึกเขินอย่างเดียว
.............................................................

เราทั้งสองกลับมาถึงหาดใหญ่ตอนค่ำนิดๆ หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จแล้ว ไอ้พัฒน์ขอตัวไปหาพ่อแม่ที่บ้านหลังหอพัก ส่วนผมก็ไปอาบน้ำทันทีเพราะรู้สึกเหนียวตัวจากคราบเหงื่อไคล หลังจากอาบน้ำและเช็ดเนื้อตัวเรียบร้อยแล้ว ผมใส่กางเกงในเพียงแค่ตัวเดียวเดินออกมาจากห้องน้ำ (ไม่ได้ใส่มาล่อเสือล่อตะเข้โดยเจตนา แต่ใส่เพราะความสบายเนื้อตัว อีกอย่างไอ้พัฒน์ก็ออกไปหาพ่อแม่ คงอีกนานกว่าจะกลับ ตอนนี้เหลือผมคนเดียวอยู่ในห้อง เลยขอสบายไว้ก่อน)

ขณะที่ผมกำลังหาเสื้อและกางเกง ในกระเป๋าเป้ เสียงกุญแจไขลูกบิดที่ประตูก็ดังขึ้นมา ไอ้พัฒน์เปิดประตูเข้ามาในห้องอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาผมตกใจจนคว้าหาผ้ามาปิดตรงส่วนสำคัญแทบไม่ทัน

“ กูเอง ขวัญอ่อนไปได้ ผิวมึงขาวเนียนจริงๆ ถ้าเป็นผู้หญิงนี่ ส่งประกวดนางสาวไทย ถ้าไม่เข้ารอบ อย่างน้อยจะต้องได้ตำแหน่งนางสาวผิวเนียนแน่ คนเหนือนี่ผิวขาวสมคำล่ำลือจริง” ไอ้พัฒน์จ้องมองดูสัดส่วนของผมอย่างไม่วางตา

“มึงเข้ามาพรวดพลาดแบบนี้ ทำกูตกใจหมด ทำไมกลับมาเร็วจัง? กูก็นึกว่ามึงคงคุยกับพ่อแม่ของมึงนาน” ผมถามไอ้พัฒน์

“ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ถามสารทุกข์สุขดิบอะไรทำนองนี้ อีกอย่างพวกท่านก็จะเข้านอนกันแล้ว แล้วมึงปิดทำไมนี่ ไม่เห็นต้องอายเลย กูไม่คิดทำมิดีมิร้ายกับมึงหรอก” ไอ้พัฒน์มองยิ้มๆเมื่อเห็นผมเอาเสื้อผ้าปิดตรงเป้ากางเกงใน

“คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ใครจะไปรู้ ถ้าเกิดมึงหน้ามืดตามัว ปล้ำกูขึ้นมา แล้วกูจะทำอย่างไร? มิต้องเสียความบริสุทธิ์ให้มึงฟรีๆหรือ” ผมพูดล้อเล่นในเชิงหมาหยอกไก่

“ถุย... อย่างมึงนี่นะ บริสุทธิ์ กูไม่เชื่อหรอก ว่าแต่... เจี๊ยวมึงก็ใหญ่ใช่เล่นเหมือนกัน” ไอ้พัฒน์เริ่มจ้องมาตรงที่เป้ากางเกงในของผมตาลุกวาว

“เห็นไหม กูพูดยังไม่ทันขาดคำเลย มึงก็ออกลายซะแล้ว” ผมพูดยั่วไอ้พัฒน์

“เอาเข้าไป มึงพูดซะกูเสียคนเลย ตอนนี้กูเปลี่ยนใจแล้ว กูอยากทำมิดีมิร้ายกับมึง ดูซิว่าจะมันส์จะเสียวแค่ไหน” ไอ้พัฒน์เดินเข้ามาโอบกอดผมพร้อมทั้งทุ่มผมลงบนเตียงที่กระเด้งกระดอน

“มึงจะทำอะไรกู ไอ้บ้า... ปล่อยกูนะโว๊ย... ไม่อย่างนั้นกูสู้สุดแรงเกิดจริงๆ เดี๋ยวจะหาว่ากูไม่เตือน” ผมพูดขู่ไอ้พัฒน์พอเป็นพิธีไปอย่างนั้น เพื่อไม่ให้ดูว่า ผมใจง่ายจนดูไม่มีราคาค่างวดอะไร

“กูว่ามึงจะสั่นสู้มากกว่ามั๊ง ดูกระเจี๊ยวมึงซิแข็งโด่ซะขนาดนั้น” ไอ้พัฒน์เริ่มไซร้ตรงซอกคอของผม ลมหายใจอ่อนๆของมัน หายใจรดที่บริเวณคอของผม ทำเอาผมรู้สึกเสียวซาบซ่านขึ้นมา

“กูพอจะดูออกนะ ที่มึงยอมรับคำชวนมาเที่ยวบ้านกู เพราะว่ามึงแอบชอบกู กูก็เหมือนกัน ครั้งแรกที่เจอกับมึงในโรงอาหาร กูรู้สึกชอบมึงตั้งแต่ตอนนั้นมา คนอะไรว่ะ โคตรจะน่ารัก หน้าหวาน และผิวขาวเนียนเหมือนนางงาม” ไอ้พัฒน์กระซิบบอกผม พร้อมใช้ลิ้นแตะที่ติ่งหูของผม

เวลานี้ตัวของผมกับไอ้พัฒน์โอบกอดกันอย่างแนบแน่น ผมค่อยๆใช้มือถอดเสื้อของไอ้พัฒน์ออกอย่างช้าๆ หัวนมสีชมพูทั้งสองข้างช่างน่าดูดน่าเลียยิ่งนัก ส่วนบริเวณหน้าท้องก็เป็นลอนสวยงาม ดูเซ็กซี่ได้ใจ

ผมบรรจงใช้ลิ้นเลียที่หัวนมทั้งสองข้างของไอ้พัฒน์ จากนั้นก็ใช้มือถลกกางเกงของไอ้พัฒน์ออก เหลือแต่กางเกงในสีขาวเพียงตัวเดียว ผมเลือนหน้ามาอยู่ตรงเป้ากางเกงใน และใช้ปลายจมูกถูไถเบาๆเพื่อปลุกมังกรของไอ้พัฒน์ให้ตื่นจากการจำศีล

มังกรของไอ้พัฒน์ตื่นตัวโดยโผล่หัวสีแดงคล้ำๆออกมานอกขอบกางเกงใน ผมใช้ลิ้นเลียบริเวณรอยยักอย่างช้าๆ จากนั้นก็จัดการถอดกางเกงในของไอ้พัฒน์ออกจนเหลือแต่ตัวล่อนจ้อน ผมใช้มือลูบไล้ตรงขนหมอยอันดกดำ เล่นอย่างมันมือ ส่วนปากนั้นก็อมมังกรของไอ้พัฒน์จนมิดลำ มังกรของไอ้พัฒน์ ถึงแม้ขนาดจะค่อนข้างเล็ก (เล็กกว่าของพี่ต่อและของแซยิด) แต่ก็ยาวสวยได้รูป เป็นแท่งไอติมหัวเปิดที่น่าดูดมาก

ผมบีบปากจนรัดมังกรของไอ้พัฒน์ และใช้ริมฝีปากสาวเป็นจังหวะขึ้นๆลงๆ

“เสียวจริงๆ มึงนี่ดูดเก่งชิบหาย อู๊ย... พอก่อน... กูยังไม่อยากน้ำแตกตอนนี้ เดี๋ยวไม่มันส์” ไอ้พัฒน์ครางออกมาพร้อมทั้งผลักหัวผมออกจากมังกรของมัน

ไอ้พัฒน์รีบถอดกางเกงในของผมออกทันที มันใช้มือจับแท่งตอปิโดของผม ที่แข็งชูชันพร้อมออกศึกทุกเมื่อ โดยสาวว่าวอย่างถี่ๆรัวๆ ทำเอาผมถึงกับร้องซี๊ดอย่างไม่ทันตั้งตัว

จากนั้น ไอ้พัฒน์ก็จัดการตวัดปลายลิ้นลงบนหัวแท่งตอปิโดของผมอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ไอ้บ้านี่มันช่างเลียได้เสียวจับใจจริงๆ ซักพักมันก็จัดการถวายบัวให้ผม

“กระเจี๊ยวมีงนี่ใหญ่คับปากกูจริงๆ กูอมจนปวดกรามไปหมด คนอะไรว่ะ ตัวเล็กนิดเดียว แต่กระเจี๊ยวใหญ่โคตร” ไอ้พัฒน์พูดขึ้นมา

ระหว่างที่ไอ้พัฒน์กำลังจูบปากแลกลิ้นกับผมอยู่นั้น มือของมันก็ค่อยเลื่อนลงมาเล่นตรงกะโปกของผม และเลื่อนต่ำลงมาที่ตรงรูก้นของผม ซักพักไอ้พัฒน์ค่อยๆใช้นิ้วมือแหย่เข้าไปในรูก้นของผม

“โอ๊ย... มึงทำจะอะไรของมึง เอานิ้วออกจากก้นกูเดี๋ยวนี้ กูเจ็บ” ผมร้องขึ้นมา

“กูขอได้ไหมว่ะ กูอยากเย็ดมึง ตูดของมึงคงฟิตและตอด เวลาเย็ดคงมันส์น่าดู” ไอ้พัฒน์กระซิบขอผม

“ไม่เอา... กูกลัว มันเจ็บ อีกอย่างกูก็ยังไม่เคยโดนใครเย็ดตูดด้วย” ผมขอร้องไอ้พัฒน์

“ไม่ต้องกลัวหรอกนะ เชื่อกู ระดับกูแล้ว ไม่มีเจ็บ มีแต่จะเสียวกับเสียว กูกล้ารับประกันว่ามึงต้องติดใจ คราวหน้าขี้คร้าน มึงจะหันตูดมาให้กูเย็ดหลายรอบ” ไอ้พัฒน์พยายามเกลี้ยกล่อมผม แถมยังพยายามใช้นิ้วมือแหย่เข้าไปในรูก้นของผม

“นะครับ... คนดี ขอนะครับ ครั้งนี้ครั้งเดียว ถ้าเจ็บแล้วจะหยุดทันที” ไอ้พัฒน์พยายามอ้อนวอนผมอย่างสุภาพ ( ใจคอนี่... อยากจะยัดเยียดความผัวให้ตรูมากซะจริงๆเลยนะ)

ผมกล้าๆกลัวๆ สองจิตสองใจ ใจหนึ่งก็อยากจะลองดูว่ามันจะเสียวอย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่า อีกใจหนึ่งก็กลัวเจ็บ ผ่านไปซักพัก ผมจึงตัดสินใจ เพราะอยากจะลองว่ามันจะเสียวและเจ็บแค่ไหน(ออกแนวซาดิสนิดๆ ) อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ มังกรของไอ้พัฒน์ก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมาก คงจะไม่ทำให้ผมถึงกับเจ็บจนเดินขาถ่าง (ถ้าเป็นมังกรของพี่ต่อ หรือของแซยิดก็ว่าไปอย่าง เพราะแต่ละคนก็ดุ้นใหญ่ๆทั้งนั้น โดยเฉพาะของแซยิด ใหญ่เกือบเท่าแขน โดนเข้าไปมีหวังฉีกและบานเบิกแน่ๆ)

ไอ้พัฒน์บอกให้ผมทำท่าคุกเข่าโก่งโค้ง ก่อนที่จะส่งจรวดเข้าไปในถ้า ไอ้พัฒน์ใช้ริมฝีปากจูบไซร้ตรงแก้มก้นของผม และใช้วาสลีนทารอบบริเวณปากถ้ำของผม พร้อมทั้งใช้นิ้วมือค่อยๆแหย่ลงไป ทำเอาผมถึงกับสะดุ้งขึ้นมาทันที

ครั้งแรกเมื่อถูกนิ้วมือแหย่ลงไปในตูด ผมรู้สึกเจ็บนิดๆ แต่พอครั้งที่ 2-3 รู้สึกคุ้นเคย ความรู้สึกเปลี่ยนเป็นเสียวแทน

เมื่อทุกอย่างพร้อม ไอ้พัฒน์ก็จัดการส่งจรวดพุ่งตรงเข้าไปในถ้ำของผมทันที โดยไอ้พัฒน์ค่อยๆสอดใส่จรวดเข้าไปอย่างเบาๆ มันบอกให้ผมไม่ต้องขมิบและเกร็งกล้ามเนื้อตรงตูดมาก เพราะจะทำให้ใส่ไม่เข้า และจะทำให้ผมเจ็บตูดอีกต่างหาก

เมื่อใส่จนมิดลำแล้ว ไอ้พัฒน์ก็บรรจงซอยเข้าออกอย่างช้าๆ ผมร้องเสียงหลงขึ้นมา ด้วยความเจ็บปวด ไอ้พัฒน์รีบเอามืออุดปากผม

“เบาๆหน่อยซิมึง... เดี๋ยวคนก็ได้ยินกันทั้งหอหรอก มึงไม่ต้องกลัวเจ็บ ซักพัก มึงก็รู้สึกเสียวแทน” ไอ้พัฒน์กระซิบบอกผม พร้อมทั้งค่อยๆเร่งสปีดซอยเข้าออกอย่างเป็นจังหวะจะโคน

ตอนนี้ผมชักจะเริ่มรู้สึกเสียวขึ้นมาแล้วซิ ความรู้สึกเจ็บในตอนแรกแทบจะหายไปเลย โดยมีความเสียวเข้ามาแทนที่

พอผมหยุดส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดแล้ว ไอ้พัฒน์ยิ่งได้ใจ กระเด้าแรงๆถี่ๆมากขึ้นเรื่อยๆ จนผมครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน มันเป็นความเสียวที่สุดยอดไม่สามารถหาคำอื่นใดมาบรรยายได้

คราวนี้ไอ้พัฒน์เริ่มกระเด้าอย่างบ้าคลั่งมากขึ้นเรื่อยๆ สังเกตจากลำตัวที่เกร็งและเสียงครางที่เริ่มดังขึ้นมา มันไม่ร้องเปล่าๆ แถมยังใช้มือตบที่แก้มก้นของผม 3-4 ที (ซาดิสเหมือนกันนะไอ้นี่)

ซักพักหนึ่ง ไอ้พัฒน์ร้องเสียงหลงขึ้นมาอย่างผิดทำนอง ในเวลาเดียวกันนี้เอง ผมรู้สึกอุ่นๆในก้น เหมือนโดนน้ำอุ่นฉีดเข้ามาในก้น พอไอ้พัฒน์ถอดจรวดของจากรูก้นของผม ผมเลยรู้ว่า ไอ้พัฒน์น้ำแตกในก้นผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เมื่อไอ้พัฒน์ถึงจุดสุดยอดแล้ว มันยังมาช่วยผมรีดน้ำกามออก โดยจัดการถวายบัวให้ผม มันใช้ลิ้นเล่นกับแท่งตอปิโดของผมได้เก่งมากๆ โดยเฉพาตรงรอยหยักส่วนหัวแท่งตอปิโด ทำเอาผมเสียวซะจนพ่นน้ำเมือกขาวๆขุ่นๆออกมาเต็มปากไอ้พัฒน์

ผมกับไอ้พัฒน์นอนกอดกันจนถึงเช้า ด้วยสภาพเปลือยเปล่าทั้งคู่ ในที่สุดผมก็ตกเป็นเมียของไอ้พัฒน์จนได้ (หลังจากที่ผูกขาดเป็นผัวพี่ต่อมานานข้ามปี)

แต่มันพยายามบ่ายเบี่ยงไปได้ตลอด) ตั้งแต่นั้นมา ทุกๆครั้งที่มีอะไรกับไอ้พัฒน์ ผมต้องรับบทผูกขาดเป็นเมียตลอด ทั้งๆที่เคยขอเย็ดมันตั้งหลายครั้งหลายหน


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

18. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #16
 
30-Nov-12, 01:10 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >มะไหร่จะมาต่ออ่ะคับ

จัดให้แล้วนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ฺBaron
Guest

19. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #18
 
30-Nov-12, 07:28 AM (SE Asia Standard Time)
 
   เก็บบัวกะชอลิ้วเฮียงคือไรอ่ะคับ ไม่เก็ต 5555

น้องกันต์นี่ น้องมหาลัยผมนี่หน่า


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

20. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #19
 
01-Dec-12, 00:09 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >เก็บบัวกะชอลิ้วเฮียงคือไรอ่ะคับ ไม่เก็ต 5555
>
>น้องกันต์นี่ น้องมหาลัยผมนี่หน่า

เก็บบัว = คำแสลงของคำว่า "บ๊วบ" และ บ๊วบ = คำแสลงของคำว่า "ดูดค_ย"

ชอลิ้วเฮียง = คำแสลงของคำว่า "ชักว่าว" (ชอ ย่อมาจาก ชัก)

ยินดีที่ได้รู้จักรุ่นพี่มหาลัยเช่นกันครับ ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์ติดตามอ่านให้กำลังใจ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

21. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #20
 
04-Dec-12, 08:49 PM (SE Asia Standard Time)
 
   มะไหร่จะมาต่อละค๊าบบบ รออยู่นะคับผม


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

22. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #21
 
07-Dec-12, 01:16 AM (SE Asia Standard Time)
 
   ในที่สุดก็มาถึงวันที่ผมจะต้องเดินทางกลับ ตลอดระยะเวลา 1เทอม ที่ได้มาเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ปัตตานี มันช่างเป็น 1 เทอม ที่ประทับใจคุ้มค่ามากเกินกว่าบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร นอกจากจะได้ประสบการณ์ชีวิตที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว ประสบกามของผมก็เสียวใช่ย่อย (ถึงแม้ปริมาณจะได้แค่ 3 ดุ้น แต่คุณภาพก็เสียวเต็มรูสุดๆ)

ผมขอทำรายงานสรุปยอดไว้ดังนี้.... (พูดเชิงวิชาการมากๆเลยเรา)

ดุ้นแรก.... แซยิด.... ประสบกามของผมกับแซยิด ไม่มีพัฒนากามอะไรที่ก้าวหน้าเลย คุณชายยังคงสไตล์แบบเดิมๆ น่าเบื่อ อย่างเช่น... นอนแผ่หราหรือไม่ก็ยืนแข็งทื่อแอ่นเจ้างูอนาคอนด้าตาเดียวมาให้ผมเก็บบัวให้ โดยที่คุณชายไม่แตะต้องเนื้อตัวของผมเลย (นานๆถึงจะจับแท่งตอปิโดของผมซักที แต่ก็แค่จับ ไม่ยักกะชอลิ้วเฮียงให้) ไม่เข้าใจ he จริงๆว่า what’s in his mind? สำหรับผมแล้ว... ดุ้นของแซยิดเป็นแค่ดุ้นสำรองที่ใช้ในยามขาดแคลน หรือไม่ก็ดุ้นขัดตาทัพ

ดุ้นที่สอง.... พี่ทวีป.... ขอบอกว่า เฉยๆครับ เพราะยังหลอนกับภาพตอนพี่เขาแต่งสาวอยู่


ดุ้นที่สาม.... ไอ้พัฒน์... ประสบกามของผมกับไอ้พัฒน์ ช่างเป็นประสบกามที่แซ่บแสบเสียวได้ใจมากๆ หลังจากที่ครั้งแรก ผมพลาดท่าโดนไอ้พัฒน์ยัดเยียดความเป็นผัวให้ อย่างไม่มีทางเลี่ยง(ปนสมยอมนิดๆ) ทำให้ผมต้องรับบทผูกขาดเป็นเมียของมันมาตลอด ทั้งๆที่ผมอยากจะเย็ดมันแทบจะขาดใจ พยายามหาโอกาสทองที่จะยิงแท่งตอปิโดของผมเข้าไปในรูดากของมัน แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่ได้แก้แค้นมันให้สะใจเสียที (แถมมันยังพูดส่งท้ายอีกว่า... “กูจะขึ้นเหนือตามไปเย็ดมึงถึงที่” )

คืนก่อนวันที่ผมจะเดินทางกลับ ไอ้พัฒน์จัดการสมนาคุณส่งท้ายให้ผม โดยใช้สากครกขนาดย่อมของมันปฏิบัติภาระกาม ตำส้มตำในครกของผม ครั้งนี้ดูเหมือนมันพยายามตั้งใจตำแรงๆรัวๆถี่ๆ และนานมาก กว่าน้ำเงี่ยนของมันจะแตกก็เล่นเอาครกของผมแสบและแทบจะสึก (ไม่อยากนึกถึงตอนเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวเลย คิดแล้วสยอง)
เท่านั้นยังไม่พอ มันยังทำซึ้งโดยการเล่นกีต้าร์และร้องเพลงอัดใส่ในเทป เอาให้ผมไว้ฟังเป็นที่ระลึกอีกด้วย เพลงที่ว่านี้เป็นเพลงยอดนิยมจนกลายเป็นหนึ่งในเพลงประจำวิทยาเขตแห่งนี้ ไอ้พัฒน์ชอบเพลงนี้มาก


เนื้อเพลง “หัวใจปลาตีน”

“ ยังมีนิยายที่เล่ากันไปไม่รู้จบ
หากใครได้พบจะเห็นความรักที่จริงใจ
ในตอนเย็นๆหากคุณเดินเล่นเลโคลนเมื่อไหร่
จะเห็นหัวใจปลาตีนร้องไห้อยู่ในโคลนตม

อดทนเหน็บหนาวเฝ้าแหงนดูดาวที่สูงส่ง
ด้วยความลุ่มหลงหรือรักจริงเพราะเหตุอันใด
มันบอกออกมาว่าฉันคือปลาที่แสนยิ่งใหญ่
เพราะว่าฉันมีหัวใจความรักที่ให้กับดวงดาว

เจ้าดวงอาทิตย์นั่งอยู่ไม่ติดจึงร้องว่า
ปลาตีนต่ำช้าเอ็งต้องข้ามศพข้าไป
เจ้าเกิดเป็นปลาที่ไร้ราคาแต่ข้ายิ่งใหญ่
จงหลีกจงถอยออกไปดวงดาวนี้ไงต้องคู่กับเรา

หัวใจปลาตีนก็ทำจากเนื้อนิ่มๆ
ไม่แย่ไม่ยิ้มและทุกโศกเป็นครั้งคราว
เพียงแต่มองมาไม่เผยวาจากับข้าสักคราว
แค่นี่แค่นั้นดวงดาวจะขอรักเจ้าตลอดไป ”


………………………………………………………………………………


ผมนั่งรถแท็กซี่จากปัตตานีมาที่หาดใหญ่เพื่อขึ้นรถไฟที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ ไปยังสถานีหัวลำโพง จากนั้นก็ไปที่สถานีขนส่งหมอชิตเพื่อขึ้นรถทัวร์กลับบ้าน (สมัยนี้ต้องใช้บริการของหางแดงเท่านั้นที่ช่วยได้ เพราะมีเที่ยวบินที่บินตรงจากหาดใหญ่มาเชียงใหม่ สะดวกรวดเร็วมากๆ พอถึงเชียงใหม่แล้วค่อยต่อรถเมล์ไปที่บ้านของผม อีกประมาณ 4 ชั่วโมง)

ระหว่างรอรถไฟอยู่ที่ชานชาลา ผมเกิดนึกสนุกขึ้นมา

“เศษเหรียญยังเหลือเยอะพอสมควร หาอะไรทำดีกว่าเรา ไม่แน่อาจจะได้กำไรสองเด้งก็ได้” ผมพูดพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับเดินตรงไปยังตู้โทรศัพท์สาธารณะที่อยู่ใกล้ ผมเปิดกระเป๋าสตางค์และหยิบนามบัตรใบหนึ่งขึ้นมา ผมไม่รอช้ารีบหยอดเหรียญและกดเบอร์ที่นามบัตรใบนั้นทันที (ถ้าเป็นสมัยนี้คงต้องส่ง BB หรือไม่ก็ออน FB และเล่น line )

“ฮัลโหล... นั่นสายจากใครครับ?” เสียงจากปลายสายถามขึ้นมา

“สวัสดีครับ ขอสายพี่ทีครับ” ผมพูดทักทาย (ยังจำพี่ทีสุดหล่อ จากตอนที่ 2 ได้หรือเปล่าครับ? พี่ทีเพื่อนสนิทของพี่ต่อ)

“พูดอยู่ นั่นใคร?”

“กันต์ ครับ พี่ทีจำผมได้ไหม? กันต์ที่เคยไปเที่ยวเชียงรายกับพี่ พี่ต่อ และพี่บาส?” ผมแนะนำตัวเอง

“อ๋อ... ไอ้หลินจื้ออิง นั่นเอง หายหัวไปเลยนะ พี่เพิ่งกลับจากเชียงใหม่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ตอนไปเชียงใหม่ก็ไม่เห็นเรา ตอนนี้อยู่ไหน?” พี่ทีพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ผมอยู่ที่หาดใหญ่ครับ ตอนนี้ผมกำลังจะขึ้นรถไฟมากรุงเทพ” ผมบอกพี่ที

“จริงเหรอ? จะมาถึงกรุงเทพกี่โมง?” พี่ทีถามอย่างดีใจ

“ผมจะมาถึงที่หัวลำโพง พรุ่งนี้ 8 โมงเช้าครับ” ผมพูดยังไม่จบ ทันใดนั้นรถไฟก็วิ่งมาจอดเทียบที่ชานชาลา

“แค่นี้ก่อนนะพี่ที รถไฟมาแล้ว พอถึงกรุงเทพ ผมจะโทรหาอีกครั้งนะครับ” พอพูดจบผมรีบวางสาย ทันที

ตลอดทางที่นั่งรถไฟ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอพี่ที ผมไม่มีโอกาสได้เจอกับพี่ที รวมแล้วก็เป็นเวลา 1 ปี กับอีก 2 เดือนพอดิบพอดี ยิ่งคิดแล้วยิ่งเสียดายโอกาสทองตอนไปเที่ยวเชียงราย อ้อยกำลังจะเข้าปากช้างอยู่แล้วเชียว ควานช้างดันเข้ามาขวางลำเอาไว้ แต่ไม่เป็นไร ยังมีโอกาสแก้ตัวอีกตั้งเยอะ

เมื่อรถไฟได้จอดเทียบชานชาลาที่สถานีหัวลำโพง ผมเดินออกจากตู้รถไฟอย่างเก้ๆกังๆ เพราะยังคิดไม่ออกว่า จะไปสถานีขนส่งหมอชิตอย่างไร? ต้องนั่งรถเมล์หมายเลขอะไร? และต้องไปขึ้นที่ป้ายไหน? (บ้านนอกเข้ากรุงตัวจริง) นี่เป็นครั้งแรกของผมที่มากรุงเทพคนเดียว ก่อนหน้านี้ผมเคยมากรุงเทพครั้งหนึ่ง แต่มันนานมาแล้ว สมัยผมอยู่ม.1 มากับครอบครัว

ขณะที่ผมกำลังยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ท่ามกลางฝูงคลื่นมหาชนในหัวลำโพงอยู่นั้น สายตาของผมก็ไปสะดุดกับหนุ่มเสื้อสีฟ้า กางเกงยีนส์ลูกฟูกสีขาว ที่ยืนกวักมือเรียก หนุ่มคนนี้อยู่ใกล้กับตู้รถไฟตู้แรกของขบวนที่จอดเทียบท่า

“ตรูไม่ได้ตาฝาดไปนะ อะไรมันจะบังเอิญประจวบเหมาะเหมือนในหนังในละครอย่างนั้น เอาว่ะ... เป็นไงเป็นกัน จะหน้าแตกทักคนผิดเพราะตาฝาดก็ยอม” ผมขยี้ตาตัวเอง พร้อมกับเดินหน้าตรงไปหาหนุ่มเสื้อสีฟ้าคนนั้น

“ใช่พี่ทีจริงๆด้วย” ผมพูดกับตัวเอง ผมรู้สึกตื่นเต้นและดีใจเป็นที่สุด พี่ทีใส่เสื้อสีฟ้าตัวนี้ ดูหล่อเหลาและมีออร่ามากๆ ถ้าไม่รู้จักกัน ผมคงจะคิดว่าเป็นดาราหรือไม่ก็นายแบบมาถ่ายละครหรือถ่ายแบบอยู่แถวๆนี้ (หากเปรียบใบหน้าของพี่ทีกับดาราแล้ว ใบหน้าของพี่ทีบางมุมดูคล้ายๆ อ๋อม อรรคพันธ์ ) ผมพยายามเก็บอาการตื่นเต้นเอาไว้ โดยใช้ความสงบสยบความแรด ทั้งที่ความรู้สึกในใจนั้น มันสั่นระริกระรี้ดีใจออกหน้าจนแทบจะวิ่งไปกอดรัดฟัดเหวี่ยง จูบปากแลกลิ้น และถลกกางเกงลงไปกองกับพื้นพร้อมทั้งเก็บบัวให้ชนิดถอนรากถอนโคนจนหมดสระ (เวอร์แล้วตรู... หัดระงับอารมณ์ตัวเองไว้บ้างซิ ไม่ต้องรีบยังไงก็ได้กินแน่ๆ เดี๋ยวคนอ่านจะหมั่นใส้เอา)

“สวัสดีครับ ดีใจจังที่ได้เจอพี่ที พี่มาทำอะไรที่นี่ครับ?” (รู้ทั้งรู้ว่าพี่ทีมารับ ตรูยังจะดันเสือกถามอีก ก็มันทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจจนสติแตกไปแล้วนี่)

“มารับเด็ก” พี่ทีตอบสั้นๆกวนๆ

“แล้วพี่เจอเด็กของพี่หรือยัง?” ผมยังดันทุรังถามต่อ

“เจอ... แต่ ดอ เด็ก ยังไม่เจอเลย ” พี่ทีเล่นมุขพร้อมกับยิ้มหน้าเป็น

“ไหนเด็กของพี่? ผมไม่เห็นเลย” ผมแกล้งทำหน้าไร้เดียงสา ไม่เก็ทมุขพี่ที

“เด็กยืนอยู่ตรงหน้าพี่ แต่ ดอ เด็ก ยังอยู่ในกางเกง” พี่ทียิ้มแบบมีเลศนัย พร้อมกับชี้นิ้วไปที่เป้ากางเกงผม

“ยอมแพ้แล้วครับ พี่ทีเล่นอะไรก็ไม่รู้ เออ... แล้วพี่ทีรู้ได้อย่างไรว่า ผมมาถึงหัวลำโพงเวลานี้?” ผมถามอย่างสงสัย

“อ้าว... ก็เราบอกพี่เมื่อวานว่า จะมาถึงวันนี้ตอน 8 โมงเช้า พี่เลยลองมาดักรอเราที่นี่ เผื่อจะโชคดีได้เจอเรา แล้วก็โชคดีจริงๆด้วย ไม่ได้เจอกันแค่ปีเดียว เราโตขึ้นเยอะนะ หน้าตาก็หล่อมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อก่อนหน้าเราหวานมาก แต่ตอนนี้เริ่มจะมีแววหล่อคมขึ้น” พี่ทีชมผมอย่างออกนอกหน้า จนผมชักเริ่มอายขึ้นมา

“พี่ทีก็ยอซะ ตัวผมจะเริ่มลอยแล้ว” ผมพูดแบบเขินๆ

“พี่ว่า ออกไปข้างนอกกันเถอะ ไม่ไหวในนี้ร้อนก็ร้อน คนก็เยอะอีกต่างหาก” พี่ทีช่วยผมหิ้วกระเป๋า และเดินนำผมไปที่ลานจอดรถ

ก่อนที่พี่ทีจะเริ่มสตาร์ทรถออกไปนั้น พี่ทีโน้มตัวมาหาผมซึ่งนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ พี่ทีใช้แขนทั้งสองข้างดึงตัวผมเข้าไปหาตัวพี่ที จากนั้นก็ใช้ริมฝีปากละเลงจูบไปบนริมฝีปากของผม และลากลงมาไซร้ที่ซอกคอผม

ผมพยายามผลักตัวพี่ทีออกไปโดยเร็ว เพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ กลัวพี่ทีจะเหม็นกลิ่นคราบเหงื่อไคลของผม จนหมดอารมณ์กำหนัด

“ทำไมถึงไม่ยอมให้พี่กอดจูบให้หายคิดถึง? รังเกียจพี่หรือ? พี่คิดถึงเรามากรู้ไหม? ตอนไปเชียงใหม่ครั้งที่แล้ว ก็เพื่อจะไปหาเราโดยเฉพาะ แต่ก็ไม่เจอ พอเลียบๆเคียงๆถามไอ้ต่อ ก็รู้ว่าเราไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่มหาลัยทางใต้ ครั้นจะถามไอ้ต่อเกี่ยวกับตัวเราอีก ก็กลัวมันสงสัย” พี่ทีพูดด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจนิดๆ

“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ พี่ทีก็คิดออกทะเลไปโน่น ที่ผมผลักตัวพี่ออกไป โดยไม่ยอมให้พี่กอดจูบผม เพราะว่า ผมรู้สึกไม่สบายตัว ผมเดินทางข้ามคืน น้ำก็ยังไม่ได้อาบ ฟันก็ยังไม่ได้แปรง ผมกลัวพี่จะเหม็นกลิ่นตัวรวมทั้งคราบเหงื่อไคลของผม ถ้าพี่ไม่ถือ อยากจะกอดจูบลูบไล้ดอมดม ผมก็ยินดีครับ” ผมตอบไปตามตรงปนติดตลกเล็กน้อย

“เออ... จริงด้วย พี่ได้กลิ่นเหมือนโรงงานน้ำปลา หรือไม่ก็โรงหมักปลาร้าโชยมาแถวๆนี้” พี่ทีพูดไปหัวเราะไป และทำท่าเอามือปิดจมูก

“เอาไว้ให้ผมอาบน้ำประแป้งพรมน้ำหอม ให้เสร็จก่อนเถอะ จะเล่นตัวให้ดู” ผมงอนนิดๆ

“เราจะอยู่กรุงเทพกี่วัน?” พี่ทีเอ่ยถาม

“ขอบคุณมากครับที่ถามคำถามนี้ ผมเกือบลืมไป รบกวนพี่ช่วยพาผมไปที่หมอชิตได้ไหมครับ? ผมจะไปจองตั๋วรถทัวร์ ถ้าได้ตั๋วก็อาจจะกลับเย็นนี้”

“เฮ้ย... อะไรกันว่ะ เพิ่งจะเจอหน้ากันหยกๆ จะรีบกลับแล้วเหรอ? น่าจะอยู่เที่ยวด้วยกันซัก 2-3 วัน เดี๋ยวพี่พาเที่ยวเอง พรุ่งนี้พี่จะพาไปล่องแพที่เมืองกาญ” พี่ทีกล่าวเชิญชวนผม (เข้าทางผมละ)

“ก็ไม่ได้ถึงกับรีบกลับหรอกครับ ถ้าผมอยู่ต่อ ผมไม่รู้ว่าจะไปพักที่ไหน? โรงแรมในกรุงเทพผมก็ไม่รู้ว่าอยู่แถวไหนบ้าง? ผมไม่รู้ที่ไปจริงๆครับ” ผมแกล้งทำหน้าซื่อตาใสเพื่อดูปฎิกริยาของฝ่ายตรงข้าม (ทั้งที่ใจจริงนั้น คันคะเยออยากจะอยู่เที่ยวกรุงเทพตามคำเชิญชวนของพี่ทีมากๆถึงมากที่สุด)

“เรื่องขี้ผง ไม่ต้องห่วง... ไปอยู่ที่คอนโดพี่ ตกลงเราอยู่เที่ยวกรุงเทพก่อนซัก 3-4 วันนะ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด แล้วพี่จะไปส่งเราซื้อตั๋วและขึ้นรถที่หมอชิตเอง” พี่ทีตัดสินใจแทนผมแบบมัดมือชก (ชอบครับ เราไม่ต้องเสนอ ให้เขาสนองมาอย่างเดียว) พอพูดจบ พี่ทีก็ขับรถออกจากลานจอดรถไปอย่างรวดเร็ว

คอนโดของพี่ที เป็นคอนโดหรูอยู่ใจกลางเมือง มีขนาด 3 ห้องนอน แต่ละห้องจะมีห้องน้ำอยู่ในตัว พี่ทีเล่าให้ฟังว่า พี่ทีอยู่กับน้องชาย ตามลำพังแค่ 2 คน ส่วนพ่อแม่ของพี่ทีนั้น ทำธุระกิจอยู่ที่อเมริกา ทุกๆ 3-4 เดือน จะกลับมาเยี่ยมซักครั้ง
เวลานี้น้องชายของพี่ทีไปเที่ยวบ้านยายที่กาญจนบุรี พรุ่งนี้พี่ทีจะขับรถไปรับกลับมา

หลังจากอาบน้ำชำระล้างร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมรู้สึกสะอาดและสบายตัวมากขึ้น ผมใส่เสื้อยืดและกางเกงขาสั้นแบบลำลอง ผมอยากจะพักผ่อน หลังจากที่อดตาหลับขับตานอนมาทั้งคืน ดังนั้นผมจึงล้มตัวลงไปนอนบนเตียงที่อ่อนนุ่ม (ผมนอนห้องเดียวกับพี่ที)

ในขณะที่ผมกำลังหลับตา พี่ทีซึ่งก่อนหน้านี้นั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องรับแขก ก็ได้เปิดประตูเข้ามาในห้อง

“พออาบน้ำเสร็จแล้ว ดูหล่อกว่าเดิมอีก แถมยังสะอาด มีกลิ่นหอมอ่อนๆ น่าลิ้มลองมาก” พี่ทีพูดแฝงเลศนัย พลันเดินเข้ามาหาผม

“ดูทีวีจบแล้วหรือพี่?”

“ไม่มีอะไรสนุกเลย เสียอารมณ์ เข้ามาในนี้รู้สึกได้อารมณ์มากกว่าเยอะ” พี่ทีเดินมานั่งตรงขอบเตียง และใช้มือลูบแบบเขี่ยๆตรงหัวนมของผม

“เวลามีอารมณ์ แล้วพี่อยากจะทำอะไรครับ?” ผมถามด้วยสีหน้าที่ยั่วยวนนิดๆ

“ก็ทำแบบนี้ไง” พี่ทีเอนตัวลงนอนทาบบนตัวของผม พร้อมกับใช้ริมฝีปากไซร้บริเวณซอกคอของผม ไม่ใช่แค่ไซร้อย่างเดียว พี่ทียังจัดการดูตรงซอกคอของผมด้วย (ดูดจนเป็นรอยจ้ำแดงๆ หลายๆจ้ำ)

ผมรู้สึกเคลิ้มจึงได้แต่ร้องครางออกมาเบาๆ จากนั้นผมก็ใช้มือทั้งสองข้างถอดเสื้อพี่ทีออก พี่ทีหุ่นดีมาก เฟิร์มสุดๆ ตรงหน้าอกไล่ลงไปถึงหน้าท้องมีกล้ามนิดๆ แถมบริเวณสะดือก็มีไรขนหะ-มอยลากยาว พอถอดเสื้อของพี่ทีออกแล้ว ผมก็จัดการถอดเสื้อของผมออกบ้าง

ผมกับพี่ทีกอดจูบลูบไล้ไซร้กันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ซักพัก พี่ทีก็จัดการถอดกางเกง รวมไปถึงกางเกงในของผมออกจนหมด พี่ทีเลื่อนมือลงมาจับตรงลำแท่งตอปิโดของผม พร้อมกับค่อยๆชักขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ

เมื่อตอปิโดของผมแข็งโด่เต็มอัตราศึกพร้อมรบแล้ว พี่ทีใช้ปลายลิ้นแตะตรงน้ำเยิ้มๆที่ซึมออกมาจากหัวกระดอของผม พร้อมกับอ้าปากอมแท่งตอปิโดจนมิดลำ จากนั้นพี่ทีก็ใช้ปากสาวแท่งตอปิโดของผมจนเต็มกำลังลูกสูบ ผมรู้สึกเสียววาบไปทั้งตัว พร้อมกับใช้มือกดศรีษะของพี่ทีให้พริ้วไหวไปกับจังหวะการดูด

พอพี่ทีดูดแท่งตอปิโดของผมจนหนำใจ ก็ลากลิ้นลงมาตรงพวงสวรรค์ของผม พร้อมกับใช้ปลายลิ้นเล่นกับเจ้าลูกชิ้นเอ็นของผมทั้ง 2 ลูก

มาถึงคราวของผมบ้าง ผมจัดการถอดกางเกงในของพี่ทีออก กระดอของพี่ทีทั้งอวบทั้งยาว สวยได้รูป แถมหัวยังปิดนิดๆ มิหนำซ้ำ ขนหะ-มอยตรงหัวหน่าวก็เส้นยาวและดกดำมากๆ

ผมใช้ปลายจมูกสูดดมและแหวกขนหะ-มอยของพี่ที ที่รกเป็นป่าดงดิบ กลิ่นสาบนิดๆช่างทำให้ผมได้อารมณ์แห่งกามาสุดๆ ผมลากปลายจมูกลงต่ำมาที่หัวกระดอของพี่ที และใช้ลิ้นเลียรอบๆ จากนั้นก็อ้าปากครอบกระดอของพี่ที่จนมิดลำ โดยพยายามใช้ริมฝีปากรูดกระดอของพี่ทีเพื่อให้หัวกระดอถอกออกมา

พี่ทีร้องออกมาด้วยความเสียว พร้อมกับสั่งให้ผมเร่งเครื่องดูดให้เต็มพิกัดมากยิ่งขึ้น

“เสียวจัง... เราดูดโคตรเก่ง มิน่าละ ไอ้ต่อมันถึงได้ติดใจเสน่ห์ปลายลิ้นของเรา” พี่ทีทั้งพูดทั้งครางอย่างเบาๆ (ครางไม่ครางเปล่า ยังเผลอมาหยิกกัดตรูด้วย)

เราทั้งสองเปลี่ยนมาอยู่ในตำแหน่ง 69 ต่างคนต่างดูดกระดอให้กันและกันอย่างสนุกปาก

เมื่อดูดกระดอจนหนำใจแล้ว พี่ทีก็สั่งผมนอนคว่ำหน้าลงบนเตียง

“เพื่ออะไร? หรือว่าพี่ทีอยากจะยัดเยียดความเป็นผัวให้ตรูอีกคนหนึ่ง” ผมคิดอยู่ในใจคนเดียว

ในขณะที่ผมนอนคว่ำหน้าอยู่นั้น พี่ทีก็ใช้ริมฝีปากจูบและไซร้ที่แก้มก้นทั้งสองข้างของผม ผมเสียวซ่านจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว มิหนำซ้ำพี่ทียังแหวกก้นของผมพร้อมกับใช้ปลายลิ้นแหย่เข้าๆออกๆขึ้นๆลงๆในรูก้นอีกด้วย (เพิ่งจะโดนล้างตู้เย็นเป็นครั้งแรก แต่ก็ชอบครับเสียวแบบจั๊กจี้ๆ)

“พี่ทีครับ ผมขอเย็ดพี่ได้ไหม? ผมอยากเย็ดพี่มาก” ผมเอ่ยถามพี่ทีอย่างตรงไปตรงมา (ต้องถามเป็นคนแรก ก่อนที่จะถูกพี่ทีถาม)

พี่ทีนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดออกมาว่า... “โอเค... แต่ต้องผลัดกันเย็ดนะ ครั้งนี้พี่ให้เราเย็ดพี่ได้ แต่ครั้งหน้าพี่จะต้องเย็ดเรา ต้องเล่นตามกติกา ห้ามขี้โกงเด็ดขาด”

“ได้เลยครับ” ผมรับปาก (หลังจากโดนไอ้พัฒน์ทะลวงประตูหลังแล้ว ผมเริ่มรู้สึกมั่นใจในการเป็นฝ่ายรับมากขึ้น จากแรกๆที่กลัวเจ็บมาก)

พี่ทีส่งเจลหล่อลื่นมาให้ผม ผมทาเจลหล่อลื่นให้ทั่วแท่งตอปิดโดของผม พร้อมกับทารอบๆปากถ้ำของพี่ที เมื่อทุกอย่างพร้อม ผมก็ลงมือปฏิบัติการยัดงูลงรูทันที

ผมเสียบแท่งตอปิโดของผมลงไปในรูดากของพี่ทีเรียบร้อยแล้ว ผมก็จัดการชักเข้าๆออกๆอย่างช้าๆ จากนั้นก็เร่งสปีดอย่างเมามันส์ จนพี่ทีร้องซะลั่นห้อง

ผมกระเด้าอย่างถี่ๆรัวๆตามจังหวะจะโคน โดยความเสียวพาไป ส่วนมือนั้นผมก็สาวว่าวให้กับพี่ที (พี่ทีนั่งท่าโก่งโค้งกึ้งคลาน ส่วนผมก็คุกเข่ายืนกระเด้าเอาตูดของพี่ที)

“โอ๊ย... โอ๊ย... เราเย็ดเก่งสุดๆ พี่ใกล้จะแตกแล้ว...” เสียงพี่ทีครวญคราง ซักพักน้ำเงี่ยนก็พุ่งทะลักออกมาจากกระดอของพี่ที อย่างกับท่อแตก

ส่วนผมก็ยังกระหน่ำซอยแท่งตอปิโดเข้าๆออกๆรูตูดของพี่ที อย่างไม่บันยะบันยัง ไม่ถึงนาที ผมก็รู้สึกเสียวชนิดที่ตัวเกร็งนิดๆ จากนั้นแท่งตอปิโดของผมก็พ่นกระสุนเป็นน้ำเมือกสีขาวขุ่นๆข้นๆออกมาเต็มรูตูดของพี่ที


เราทั้งสองคนนอนกอดกันจนเผลอหลับด้วยกันทั้งคู่ พอตื่นขึ้นมาก็ไปอาบน้ำพร้อมกัน (ตอนอาบน้ำไม่บอกก็คงจะเดาถูกนะครับว่า ผมกับพี่ทีได้ทำอะไรกันบ้าง)


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

23. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #21
 
07-Dec-12, 01:18 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >มะไหร่จะมาต่อละค๊าบบบ รออยู่นะคับผม


จัดให้แล้วนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

24. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #23
 
07-Dec-12, 07:06 AM (SE Asia Standard Time)
 
   มาบ่อยๆ ะนคับ อย่าหายไปนาน ^^


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ิBaron
Guest

25. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #24
 
12-Dec-12, 05:39 PM (SE Asia Standard Time)
 
   หายไปนานแล้วคับ สงสัยคนโพสต์ไปเที่ยวอยู่มั้ง กลับมาแล้วอย่าลืมโพสต์ต่อนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

26. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #25
 
14-Dec-12, 02:34 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >หายไปนานแล้วคับ สงสัยคนโพสต์ไปเที่ยวอยู่มั้ง
>กลับมาแล้วอย่าลืมโพสต์ต่อนะครับ

มาแล้วครับผม ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามให้กำลังใจกัน


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

27. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #25
 
14-Dec-12, 02:52 AM (SE Asia Standard Time)
 
   วันนี้พี่ทีขับรถพาผมเที่ยวโดยมีจุดหมายปลายทางคือ กาญจนบุรี ขณะที่รถติดสัญญาณไฟจราจรอยู่บริเวณสี่แยกใหญ่แห่งหนึ่ง

“โทษที พี่นึกว่าเป็นเกียร์รถ” พี่ทีเอื้อมมือมาจับและขยำตรงเป้ากางเกงของผมอย่างจงใจ

ผมยิ้มให้พี่ทีอย่างรู้ทัน

“จับนิดจับหน่อย เคยังแข็งโป๊กได้ขนาดนี้เชียว หงี่ได้ตลอดเวลาเลยนะเรา” พี่ทีใช้มือรูดซิปกางเกงของผมออก พร้อมสอดมือเข้าไปที่กางเกงในของผม

“พี่ที!!! ไฟเขียวขึ้นแล้ว รีบออกรถเถอะ รถติดขนาดนี้ยังจะมีอารมณ์อีก ว่าให้ผมหงี่ ตัวพี่เองก็หงี่ใช่ย่อยเหมือนกัน” ผมแซวพี่ที โดยชี้นิ้วไปที่เป้าของพี่ทีที่กำลังขยายใหญ่ตุงออกมาเหมือนห่อหมกปลาช่อน

“แหม... ก็รถมันติด ไม่อยากเครียด เลยหาอะไรทำเพื่อผ่อนคลายบ้าง โทษพี่ฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ จะต้องโทษเราที่ดันหน้าตาหล่อ น่าเอามาก พี่เห็นหน้าเราทีไร พี่เกิดอารมณ์ตลอด” พี่ทีพูดแก้เขิน

“อยากจะผ่อนคลายใช่ไหมครับ? ได้เลย ผมพร้อมให้บริการเต็มที่” พอพูดจบ ผมจัดการใช้มือรูดซิปตรงเป้ากางเกงของพี่ทีออก พร้อมกับใช้มืองัดปลาช่อนตัวเขื่องของพี่ที ที่แข็งโด่เด่ ออกมาสูดอากาศข้างนอก

“เฮ้ย... เล่นอะไรแผลงๆ เอาเก็บเข้าไปเดี๋ยวนี้เลย พี่กำลังขับรถอยู่ เดี๋ยวใครๆก็เห็นหรอก แถวนี้ยิ่งมีเด็กเดินมาขายพวงมาลัยเยอะด้วยซิ” พูดทีพูดอย่างตกใจ

ผมทำเป็นไม่สนใจ มิหนำซ้ำยังก้มหน้าอ้าปากครอบเจ้าปลาช่อนตัวเขื่องของพี่ทีจนมิดลำ ผมใช้ลิ้นตวัดเลียตรงหัวกระดอที่เปิดเล็กน้อยอย่างหิวกระหาย จากนั้นก็ใช้ริมฝีปากรูดขึ้นๆลงๆ

“ซนจริงๆนะเรา อย่างนี้ทำโทษด้วยการใช้ตะบองตีก้นจนน้ำตาเล็ด” พี่ทีพูดทีเล่นทีจริง

ผมหยุดกระทำกิจกามอย่างกระทันหัน เพื่อดูปฎิกริยาตอบสนองของพี่ที (แบบว่าอยากแกล้งคนเล่นๆ)

“อ้าว... หยุดทำไม? ดูดต่อไปซิ กำลังเคลิ้มสบายๆ เดี๋ยวจะเสียวไม่ต่อเนื่อง” พี่ทีบ่นขึ้นมา

“ผมเห็นพี่ขับรถอยู่ กลัวจะไปเกะกะ มันอันตรายครับ ผมอยากให้พี่มีสมาธิให้มากกว่านี้เวลาขับรถ” ผมตอบแบบกวนๆ

“รับทราบครับผม รอให้ถึงคืนนี้ก่อนเถอะ จะจับเย็ดให้ตูดบานเลย” พี่ทีพูดไปยิ้มไป

ผมเล่นหูเล่นตาโดยการเบ้ปากทำหน้าเป็นใส่พี่ที แถมแกล้งพี่ทีด้วยการใช้มือจับปลาช่อนของพี่ทีที่แข็งโด่ตั้งเป็นลำอยู่ตรงเป้ากางเกง ชักขึ้นชักลงอย่างช้าๆ และหยุดชักอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“แกล้งกันนี่หว่า.... ไม่ยุติธรรมเลย คนอะไรใจร้าย มาทำให้เคเขาแข็ง แล้วไม่รับผิดชอบ มันน่าจับแก้ผ้าล่อตูดซะตรงนี้เลย” พี่ทีแกล้งขู่ พร้อมทำท่าทางจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดตรงขอบถนน

“กลัวแล้วครับ... กลัวมาก... กลัวจนตัวสั่น” ผมพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน จากนั้นก็ก้มหน้าจัดการถวายบัวให้พี่ทีอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน

พี่ทีไม่รอช้า ใช้มืออีกข้างประคองพวงมาลัยขับรถ ส่วนอีกข้างหนึ่งกดศรีษะของผมแนบลงไปบนหัวหน่าวของพี่ที อย่างแน่นๆ จนผมไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย สักครู่ พี่ทีเริ่มชะลอความเร็วของรถลงอย่างช้าๆ และค่อยขับมาจอดตรงริมขอบถนน

ผมเดาได้เลยว่า พี่ทีคงจะใกล้น้ำแตกแล้วแน่ๆ ไม่ถึงเสี้ยววินาที น้ำเงี่ยนสีขาวขุ่นอุ่นๆจากก๊อกของพี่ที ก็พุ่งเข้าไปในลำคอขอผมอย่างเต็มสตรีม ทำเอาผมแทบสำลัก พี่ทียังคงกดศรีษะผมไว้อย่างแน่น ไม่ยอมให้ผมได้เคลื่อนไหวไปไหนเลย (คงมีเจตนาให้ผมกลืนกินน้ำเงี่ยนจนหมดก๊อกแน่ๆ)

“พี่ทีขี้โกง เล่นพ่นน้ำเจิ่งนองเต็มปากผมเลอะไปหมด จะบ้วนทิ้งก็ไม่ได้ เพราะพี่เล่นกดหัวผมไว้ซะแน่น ขยับไปทางไหนไม่ได้เลย ผมจำต้องกลืนกินน้ำหนืดๆเหนียวๆคาวๆ แถมเค็มอีกต่างหากเข้าไปเต็มลำคอ” ผมทำหน้าทำตาแหยงๆ

“ทำเป็นบ่น พูดยังกับว่าเราไม่เคยกินมาก่อนอย่างนั้น เป็นไงละ น้ำของพี่กับน้ำของไอ้ต่อ น้ำของใครรสชาติอร่อยเด็ดมากกว่ากัน?” พี่ทีพูดแขวะผม (ได้ทีแล้วจิกกัดตรูชนิดที่เอ๋อรับประทานไปเลย)

“พี่ทีก็พูดอะไรไม่รู้ ถ้าอยากรู้ว่าน้ำของพี่ต่ออร่อยไหม? ทำไมไม่ไปชิมเอง มาถามผมทำไม? ผมไม่ได้ไปนั่งดื่มตั้งแต่หยดแรกจนถึงหยดสุดท้าย” ผมตอบแบบผู้ร้ายปากแข็ง

“จริงเหรอ? พี่ยังจำติดตาได้ดี .... วันแรกที่พี่เจอเรา เรากับไอ้ต่อกำลังเริงรักกันในห้องโดยลืมปิดประตู ยังจำได้ไหม? ถ้าพี่ขึ้นมาช้ากว่านี้ซักหน่อย คงจะได้เห็นหนังโป๊โชว์สดๆเลยนะ” พี่ทีงัดพยานหลักฐานทั้งหมดมากองไว้ตรงหน้า เหมือนโจทย์กำลังข่มขู่ให้จำเลยยอมจำนนต่อหลักฐาน

“ไม่พูดกับพี่ทีแล้ว ดูวิวนอกกระจกรถดีกว่า สบายใจและสบายตา” ผมแกล้งทำเป็นงอน เพราะไม่รู้จะต่อปากต่อคำอย่างไรดี (มันเป็นความจริงนี่ ครั้นจะเถียงก็เถียงไม่ออก)

ผมเผลอหลับไป จนมาสะดุ้งตื่นอีกที เพราะรู้สึกเสียวๆเหมือนมีอะไรมาสัมผัสตรงบริเวณเป้ากางเกง ผมเปิดตามองดู ปรากฏว่าพี่ทีได้งัดเอาแท่งตอปิโดของผมออกจากกางเกงเป็นที่เรียบร้อย โดยพี่ทีใช้มือเล่นที่ปลายหนังหุ้มหัวตอปิโดของผม พี่ทีพยายามใช้มือชักเพื่อถอกหัวตอปิโดให้โผล่ออกมาจากหนังหุ้ม

แท่งตอปิโดของผมแข็งตัวขึ้นอย่างฉันพลันจากการปลุกเร้าด้วยมือของพี่ที ไม่นานนัก พี่ทีก็จัดการเก็บแท่งตอปิโดที่กำลังแข็งผงาดของผม ยัดกลับเข้าไปไว้ในกางเกงในเหมือนเดิม พร้อมกับรูดซิปปิดตรงเป้ากางเกงของผมอย่างเรียบร้อย (อารมณ์ค้างเลยตรู)

“แกล้งกันเข้าไป... อย่าให้ถึงทีผมบ้างก็แล้วกัน” ผมพูดด้วยสีหน้าที่แกล้งทำเป็นน้อยใจ

“ตื่นได้แล้ว ถึงบ้านยายพี่แล้ว” พี่ทีบอกผม พร้อมกับบีบแตรรถ 2-3 ครั้ง

ผมมองออกไปข้างนอกกระจกหน้ารถ ก็พบว่าพี่ทีได้จอดรถตรงหน้าประตูรั้วที่ปิดอยู่

พี่ทีพาผมไปสวัสดีคุณยาย ซึ่งกำลังนั่งปั้นแป้งทำขนมบัวลอยอยู่ที่ม้านั่งหินอ่อนข้างๆประตูเข้าบ้าน จากนั้นพี่ทียังพาไปสวัสดีป้าๆและน้าๆ รวมไปถึงบรรดาลุงเขย น้าเขย น้าสะใภ้ และลูกพี่ลูกน้องของพี่ที (ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งนั้น) ที่ปูเสื่อนั่งอยู่ในสนามสวนหย่อมบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย ทุกคนกำลังช่วยกันอย่างขะมักเขม้น ทั้งหั่นเนื้อหมู ไก่ และปลา บ้างก็กำลังปรุงรสน้ำขนมจีน รวมไปถึงหั่นผักต่างๆสารพัด

ผมพอจะเดาได้ว่า คืนนี้คงจะมีงานเลี้ยงที่นี่แน่ๆ และแล้วก็เป็นไปตามที่ผมได้คาดไว้ เพราะ วันนี้เป็นวันเกิดน้องชายของพี่ที (ตอนแรกผมเห็นกล่องกระดาษไม่ใหญ่มาก คล้ายๆกับกล่องของขวัญ วางอยู่ที่เบาะหลังในรถของพี่ที ผมสงสัยอยู่ว่าเป็นกล่องอะไร แต่ไม่กล้าถามพี่ที ธุระของผมหาใช่ไม่ เพราะฉะนั้นอยู่เฉยๆจะดีกว่า อย่าสอเสือใส่รองเท้า)

บ้านยายของพี่ที เป็นบ้านตึก 4 ชั้น หลังใหญ่มาก สมาชิกในบ้านมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 8-9 คน ยายของพี่ทีมีกิจการเรือนแพให้เช่า

พี่ทีพาผมเดินไปยังบริเวณหลังบ้านซึ่งติดกับริมฝั่งแม่น้ำ

ผมมองเห็นเรือนแพขนาดย่อมหลังหนึ่งจอดเทียบอยู่ เรือนแพที่ว่านี้ เป็นเรือนแพที่ใช้ไม้ไผ่สานทำเป็นฝาผนังและพื้น หลังคามุงจาก และใช้ถังน้ำมันขนาดใหญ่หลายๆถังมัดติดกันเป็นฐานรองรับเพื่อพยุงตัวให้ลอยน้ำได้

“คืนนี้พวกเรานอนที่เรือนแพ” พี่ทีพูดขึ้น

“จริงเหรอครับ ดีจัง ผมยังไม่เคยขึ้นแพเลย นี่เป็นครั้งแรกของผม” เมื่อไปถึงเรือนแพ ผมเดินสำรวจข้างในเรือนแพ อย่างตื่นเต้น

“พี่ที.... ห้องนี้มีใครอยู่ครับ?” ผมเห็นประตูอีกห้องเปิดอยู่ จึงเดินเข้าไปดู ภายในห้องดังกล่าว มีข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าวางอยู่ (เรือนแพหลังนี้มี 2 ห้องนอน)

“น้องพี่เอง ตั้งแต่เข้าบ้านมานี่ ยังไม่เห็นหน้ามันเลย สงสัยเล่นเกมส์อยู่ที่บ้านใหญ่”

จริงด้วย ตั้งแต่เข้ามาในบ้าน ผมก็ยังไม่เจอน้องชายของพี่ทีเลย (อยากรู้จังว่า จะหล่อเหมือนพี่ทีหรือเปล่า?)

หลังจากเก็บสัมภาระเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พี่ทีก็พาผมไปร่วมวงสนทนากับบรรดาญาติๆ

ขณะที่เดินเข้ามาในตัวบ้าน พี่ทีได้แนะนำผมให้รู้จักกับน้องชาย ซึ่งกำลังเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์อย่างสนุกสนาน

“นี่น้องพี่... มันชื่อ ทอย แล้วนี่เพื่อนกู... ชื่อ กันต์” พี่ทีแนะนำผมและน้องชายของพี่ทีให้รู้จักกัน

ทอยยิ้มให้ผมอย่างเป็นกันเอง รอยยิ้มของทอยช่างดูสดชื่นมีชีวิตชีวาอะไรเช่นนี้ เรื่องความหล่อนั้น เทียบกับพี่ทีแล้ว เรียกได้ว่าหล่อคนละแบบ พี่ทีหล่อแบบคม โฉบเฉี่ยว และมีเสน่ห์ดึงดูดทางเพศสูง ส่วนทอยนั้น หล่อแบบเรียบๆ เซอร์ๆ มองนานๆไม่มีเบื่อ ทอยดูเป็นเด็กผู้ชายที่ติดดิน สมถะ กินง่ายอยู่ง่าย (ผิดกับพี่ที ที่เป็นหนุ่มเจ้าสำอางค์ ข้าวของเครื่องใช้ต้องแบรนด์เนมเท่านั้น+ต้องเนี๊ยบตลอดเวลา) เท่าที่ได้พูดคุยกับทอย พอจะรู้ว่า ทอยชอบเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ (สมัยนั้นยังเรียกว่าวีดีโอเกมส์) ชนิดที่ติดหนึบ และชอบวาดรูปในยามว่าง ทอยเรียนอยู่ชั้นม. 6 และกำลังจะสอบเข้ามหาลัย (อายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม เกิดปีเดียวกัน แต่ทอยจะแก่กว่าผม 4-5 เดือน)

คืนนี้หลังจากที่ทุกคนเข้านอนเรียบร้อยแล้ว (หมายถึงในเรือนแพ ซึ่งมี 2 ห้อง ผมกับพี่ทีนอนห้องเดียวกัน ส่วนทอยนอนอีกห้องหนึ่ง) หลังจากที่แน่ใจว่า ทอยนอนหลับสนิทแล้ว (จากเสียงกรนที่ดังขึ้นมาจากห้องของทอย) พี่ทีก็เริ่มสะกิดผม และทวงสัญญาที่ผมได้รับปากไว้เมื่อวานนี้

ผมกับพี่ทีเริ่มจูบปากแลกลิ้นกันอย่างหิวกระหายในรสสวาท เราทั้งสองอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่ โดยพี่ทีนอนลงบนเตียง ส่วนผมนั้นนอนทาบบนตัวของพี่ที

ผมเริ่มไซร้ตรงบริเวณกกหู และลากยาวมาที่ซอกคอ ผมใช้ปลายจมูกสลับกับปลายลิ้นค่อยๆไซร้ พี่ทีร้องซี๊ดเบาๆด้วยความเสียว ผมเปลี่ยนตำแหน่งมาดูดหัวนมทั้งสองข้างของพี่ที

มือข้างซ้ายของผม ใช้ลูบไล้บริเวณใบหน้าของพี่ที ส่วนมือข้างขวานั้น ใช้สาวว่าวเพื่อเป็นการอุ่นเครื่องให้ปลาดุกอุยตัวเขื่องของพี่ที

เมื่อปลาดุกอุยของพี่ทีผงกหัวและโด่เต็มลำเป็นที่เรียบร้อย ผมก็จัดการใช้ปากลิ้มรสชาติของความอร่อย ผมทั้งอม ทั้งดูด ทั้งเลีย และสาวว่าวขึ้นๆลง

“โอ้ว.... โอ้ว.... ดูดโคตรเก่งเหมือนเดิม ฝีมือดีไม่มีตกเลยนะเรา” พี่ทีครางขึ้นมา

จากนั้นผมก็จัดการยกขาข้างหนึ่งของพี่ทีขึ้นมา

“เฮ้ย... ทำอะไร? ผิดสัญญานี่ คืนนี้พี่ต้องเย็ดเรานะ ไม่ใช่เราเย็ดพี่” พี่ทีพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“ผมไม่ผิดสัญญาหรอกครับ พี่ทีก็ทำเป็นเจ๊กตื่นไฟไปได้ ใจเย็นๆ ต้องรอดูต่อไปนะครับว่า ผมกำลังจะทำอะไรพี่” ผมพูดดักทางเอาไว้ก่อนที่พี่ทีจะเข้าใจผิด

ผมยกขาของพี่ทีค้างไว้ พร้อมทั้งก้มหน้าลงไปที่รอยต่อระหว่างกะโปกและร่องก้นของพี่ที ผมไม่รอช้า แลบลิ้นลงไปเลียตรงบริเวณนั้นทันที ผมลากลิ้นเลียขึ้นๆลงๆประกอบกับตวัดลิ้นเป็นบางจังหวะ

“แล้วก็ไม่บอก... เรานี่ใช้ลิ้นเก่งเลียจริงๆนะ พี่เสียว... ดูซิเคแข็งโด่พร้อมที่จะล่อตูดเราแล้ว” พี่ทีครางออกมา พร้อมทั้งใช้แขนทั้งสองข้างจับผมคว่ำหน้านอนลงไปบนเตียง

พี่ทีลูบตรงแก้มก้นของผมทั้งสองข้างอย่างเบาๆ และใช้ริมฝีปากไซร้ไปรอบๆ จากนั้นก็แหวกร่องก้นของผมออกพร้อมทั้งใช้ลิ้นแยงๆเข้าไป ผมเริ่มครางออกมาเพราะความเสียวซ่าน

พี่ทีลงไปหยิบหลอดเจลหล่อลื่นในกระเป๋า โดยละเลงทาตรงปลาดุกอุยที่แข็งจนทั่วลำ และทารอบๆดากของผม

พี่ทีสั่งให้ผมอยู่ในท่านั่งโก่งโค้งหมอคลานบนเตียง เมื่อทุกอย่างพร้อมเรียบร้อย ก็มาถึงเวลาที่พี่ทีจะยัดเยียดความเป็นผัวให้กับผมอย่างมิดลำ พี่ทีค่อยยัดท่อนเอ็นที่แข็งโด่เข้าไปในรูดากของผม เวลานี้ผมเริ่มร้องเสียงหลงขึ้น เพราะความเจ็บปวด (ถ้าจัดเรียงลำดับตามความใหญ่ของกระดอที่ผมเคยได้ลิ้มลองมาแล้ว กระดอของแซยิด ชนะเลิศการแข่งขันอย่างลอยลำ ตามติดมาด้วยกระดอของพี่ที พ่วงท้ายด้วยกระดอของพี่ต่อ และบ๊วยสุดก็กระดอของไอ้พัฒน์)

เมื่อพี่ทียัดท่อนเอ็นเข้าไปในรูดากของผมจนมิดลำแล้ว ผมยิ่งเจ็บมากยิ่งขึ้น รู้สึกได้ว่ารูดากของผมคับแน่นสุดๆ (อาการคล้ายกับคนที่ท้องผูกมากๆ) พี่ทีเริ่มชักท่อนเอ็นเข้าๆออกๆในรูดากของผมอย่างค่อยๆ จากนั้นก็เร่งสปีดขึ้นเรื่อยๆ

ผมรู้สึกเจ็บมากๆ ถึงแม้จะเจ็บแต่ก็ยังรู้สึกเสียวขึ้นมาบ้าง (เจ็บมากกว่าเสียว) ดูเหมือนว่าพี่ทีจะเย็ดตูดผมนานมาก น้ำไม่ยอมแตกซะที ยิ่งเย็ดพี่ทียิ่งกระเด้าแรงๆอย่างไม่บันยะบันยัง จนเรือนแพโคลงโยกเยกเล็กน้อย

“โอ๊ย... โอ๊ย... พี่ที... พี่ที.. ผมเจ็บครับ... เจ็บ... เจ็บ... ไม่ไหวแล้วพี่” ผมร้องเสียงหลงออกมาด้วยความเจ็บปวด เวลานี้เหงื่อออกไปทั่วตัวของผม

“เบาๆหน่อย อย่าตะโกน เดี๋ยวไอ้ทอยก็ตื่นหรอก คราวนี้ได้หายเสียวหายเจ็บแน่ๆ” พี่ทีเอามืออุดปากผมไว้ พร้อมกับกระซิบที่ข้างหู

ผมเจ็บจนต้องกัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้ พี่ทียังคงเย็ดตูดผมอย่างเมามันส์ พร้อมกับเร่งสปีดเร็วขึ้นกว่าปรกติ ซักพักพี่ทีก็ก้มลงมาหายใจรดต้นคอผม และกัดที่บริเวณใบหูของผมอย่างเบาๆ


ภายในรูดากของผมร้อนผิดปรกติ และรู้สึกเหมือนกับว่ามีน้ำอุ่นๆเหนียวๆไหลเปรอะตรงข้างใน (เป็นที่แน่นอนว่า พี่ทีน้ำแตกเรียบร้อยแล้ว) พอพี่ทีชักท่อนเอ็นออก ผมรู้สึกได้ว่ารูดากของผมเปียกแฉะและมีน้ำไหลซึมๆออกมา

ผมลองเอามือแตะๆ พร้อมกับเปิดไฟฉายส่องดู ปรากฏว่าเป็นเลือด (เคของพี่ทีใหญ่และกระเด้าแรงขนาดนั้น ถ้าเลือดไม่ออกก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว)

“เจ็บไหม? พี่ขอโทษนะ... ไม่ได้ตั้งใจ โกรธพี่ไหมเนี่ย?” พี่ทีถามด้วยความเป็นห่วง

“ผมโกรธพี่แน่นอนครับ ถ้าพี่ไม่ช่วยผมเอาน้ำเงี่ยนออก” ผมชี้มือไปที่แท่งตอปิโดของผม ที่เริ่มจะเหี่ยวๆฟุบๆ

“ครับผม... ไอ้เด็กบ้า... ” พี่ทียิ้มไปส่ายหน้าไป ก่อนที่จะก้มลงเลียกะโปกและลูกชิ้นเอ็นทั้งสองลูกของผม จากนั้นก็จัดการเก็บบัวให้ผมจนหมดสระ ก่อนที่น้ำเงี่ยนของผมจะพุ่งกระฉูดออกมา ผมกดหัวพี่ทีแนบไว้กับเป้าของผมอย่างสุดแรงเกิด พอน้ำเงี่ยนพุ่งออกมา ผมก็ยังคงกดหัวพี่ทีแน่นเหมือนเดิมจนกว่าจะแน่ใจว่า พี่ทีได้กลืนกินจนหยดสุดท้าย

“เฮ้ย... แกล้งกันนี่ คิดจะเอาคืนพี่หรือไง ถึงได้กดหัวพี่ซะแน่นแบบนี้ ระวังตัวให้ดีเถอะ รอบหน้าจะเย็ดซะชนิดที่ผ้าอนามัยเอาไม่อยู่เลย” พี่ทีข่มขู่ผมอย่างขำๆ

ผมนอนไม่ค่อยจะหลับ ทั้งแสบ ทั้งเจ็บ และทั้งร้อนรูทวารหนักไปหมด จนต้องหนีบขาเอาไว้เพื่อระงับความเจ็บปวด

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมเดินสวนกับทอยโดยบังเอิญตรงหน้าห้องน้ำ

“เมื่อคืนหลับสบายดีนะ?” ทอยถามผม

“ก็นิดหน่อย แบบว่าแปลกที่แปลกทาง คงไม่ต้องถามนะว่า เมื่อคืนทอยนอนหลับสบายไหม? เพราะได้ยินเสียงกรนดังสนั่นเกือบทั้งคืน” ผมพูดกับทอยอย่างถูกคอแกมแซวเล่นพอหอมปากหอมคอ

ทอยยิ้มให้ผมอย่างกับรับส่งมุขกันทัน

พอกลับมาถึงกรุงเทพเรียบร้อยแล้ว ผมก็อยู่คอนโดของพี่ทีตลอด ไม่มีโอกาสได้ออกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาที่ไหนเลย (ถูกพี่ทีทำโทษ) ทั้งวันทั้งคืนเห็นแต่เพดานและผนังห้องของพี่ที ในเรื่องอาหารการกิน พี่ทีโทรสั่งร้านอาหารใต้คอนโด หรือไม่ก็ให้ทอยออกไปซื้อที่ปากซอย ส่วนทอยนั้น ก็นั่งจ้องหน้าจอทีวีเล่นวีดีโอเกมส์ทั้งวันทั้งคืน โดยไม่สนใจต่อสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น (เออ... แปลกดีพี่น้องคู่นี้)

ที่น่าสงสารที่สุดก็คือ รูทวารของผม เพราะถูกพี่ทีใช้ท่อนเอ็นดุ้นใหญ่ทะลุทะลวงจนเกือบบาน หรือว่าบานไปแล้วนิ? (แผลเก่ายังไม่ทันจะหาย ดันเจอแผลใหม่ซ้ำเข้าไปอีก วิ่งไม่ได้หลายวันเลยตรู)

ตลอด 4 คืนกับอีก 5 วัน ที่อยู่กับพี่ที ผมรู้สึกเสียวเกินพิกัดจริงๆ

......................................................................


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ฺBaron
Guest

28. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #27
 
15-Dec-12, 08:04 PM (SE Asia Standard Time)
 
   อิจฉาน้องกันจังเลยวุ้ย


ปล คนเขียนอย่าหายไปนานจิคับ ^^


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

30. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #28
 
17-Dec-12, 04:56 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >อิจฉาน้องกันจังเลยวุ้ย
>
>
>ปล คนเขียนอย่าหายไปนานจิคับ ^^

มาอัพเดทตอนใหม่ให้แล้วนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
หมีพลู
Guest

29. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #0
 
16-Dec-12, 10:53 PM (SE Asia Standard Time)
 
   มาต่อจนได้
ชอบมากคับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

31. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #29
 
17-Dec-12, 04:57 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >มาต่อจนได้
>ชอบมากคับ

ขอบคุณมากครับ เข้ามาให้กำลังใจกันบ่อยๆนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

32. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #31
 
17-Dec-12, 05:52 AM (SE Asia Standard Time)
 
   วันเปิดเรียนวันแรกของภาคเรียนที่ 2 ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะว่าได้กลับมาเรียนที่มหาลัยของผม กลับมาหาสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคย (หลังจากที่ภาคเรียนที่ 1 ไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนอยู่ที่มหาลัยอื่น)

ในภาคเรียนที่ 2 นี้ สิ่งที่แปลกใหม่ในชีวิตนักศึกษาของผมคือ ผมไม่ได้พักอยู่หอพักในมหาลัยอีกต่อไป เนื่องจากไม่ได้มาลงชื่อจองหอพักตั้งแต่ภาคเรียนที่แล้ว ผมเช่าคอนโดอยู่ตรงหลังมหาลัย และทางบ้านอนุญาตให้ผมเอารถจี๊บมาใช้ได้ (ไม่ใช่ว่าดัดจริต ไม่อยากขี่รถมอเตอร์ไซด์ หรืออยากโก้เก๋อะไรหรอก เรื่องของเรื่องคือ มีคนเอารถจี๊บมาจำนำไว้ ทางบ้านของผมต้องรับจำนำ เพราะว่าเจ้าของรถเป็นญาติสนิท จะไม่ช่วยก็ดูกระไรอยู่ บริเวณบ้านของผมค่อนข้างจะคับแคบไม่มีที่ว่างพอสำหรับจอดรถ แค่จอดรถเก๋งคันเล็กๆคันเดียวก็จะเต็มหน้าบ้านแล้ว อีกอย่างทางบ้านของผมค่อนข้างมั่นใจว่า เจ้าของรถคงไม่มาไถ่คืนอย่างแน่นอน ชาวบ้านแถวนั้นลือกันให้หนาหูว่า เจ้าของรถกำลังเตรียมชิ่งหนีเจ้าหนี้หลายราย)

ก่อนที่จะเข้าสู่สาระสำคัญ ผมขอเม้าท์ให้หายอยาก เพราะคันปากมากๆ (หมายถึงคันปากอยากเม้าท์นะครับ ไม่ได้คันปากอยากอมกระจู๋)

เรื่องมีอยู่ว่า มันเป็นความบังเอิญที่ควรจะเรียกว่า “โชคดี” หรือ “โชคร้าย” กันแน่ คอนโดที่ผมอยู่นั้น ห้องของผมอยู่ตรงข้ามกับห้องของพี่บาส (ยังจำพี่บาสได้ไหม? พี่บาสรุ่นพี่สาขาวิชาของผม และพี่บาสยังเป็นคู่ขาของพี่ทีอีกด้วย) ชนิดที่ประตูหน้าห้องหันหน้าชนกันเลยก็ว่าได้ ถ้าเปิดประตูออกมาพร้อมๆกัน มีสิทธิ์จ๊ะเอ๋เบบี้ ทุกเวลา

ส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยถูกชะตากับพี่บาสเท่าไหร่ เวลาที่เห็นหน้าและได้ฟังคำพูดทีไรรู้สึกหมั่นใส้มากๆ คนอะไรเก๊กได้ทั้งวัน แถมบุคลิกท่าทางยังดูจิตๆอีกต่างหาก เวลาพูดกับผม พี่แกจะพยายามทำท่าทางข่มๆ ทับถมผม (ไม่รู้จะทำเพื่ออะไร?) บางครั้งผมสุดจะทน ผมก็พูดกัดจิกพี่แกแบบเนียนๆ ชนิดที่แอบด่าแบบแฝงแง่คิด

พี่บาสเล่าให้ผมฟังว่า พี่ต่อมีแฟนแล้ว แฟนของพี่ต่อ ไม่ใช่ใครที่ไหน ใกล้ตัวพวกเรามากๆ(หมายถึงผมกับพี่บาส) เป็นรุ่นน้องสาขาวิชาของพี่บาส และเป็นเพื่อนร่วมสาขาวิชาของผม แถมยังเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผมในสาขาวิชา อีกด้วย ชื่อ “นพ” นพเป็นเกย์แบบอ้อยเรืองแสง หรือพูดให้เข้าใจคือ เกย์แบบเปิดเผยตุ้งติ้ง (ไม่ใช่กระเทยแต่งหญิงนะ อย่าสับสน) มอง 500 เมตรก็รู้ว่าเป็นเกย์ พี่ต่อนี่ก็ช่างมีรสนิยมที่แปลกพิลึกพิลั่นจริงๆ ระหว่างพี่ต่อกับนพ ใครเป็นฝ่ายรุกฝ่ายรับกันแน่? (ตรูก็คันปากแอบเม้าท์พวกเขาจนได้นะ)
พี่ต่อกับนพ ได้พบรักกันเมื่อเทอมที่แล้ว ตอนไปออกภาคสนามวิชามัคคุเทศน์ที่พิษณุโลกและสุโขทัย ทั้งสองพักห้องเดียวกัน ในคืนวันนั้น ฝนตกหนักมากๆ ต่างอารมณ์เปลี่ยวด้วยกันทั้งคู่ เมื่อบรรยากาศเป็นใจ ความเงี่ยนจึงไม่เข้าใครออกใคร (พี่บาสบรรยายรายละเอียดได้เห็นภาพสุดๆ ชนิดที่ว่าไปมุดอยู่ใต้เตียงแอบดูพี่ต่อและนพ เล่นเกมส์เอางูลงรู) นับแต่นั้นมา ทั้งสองติดอกติดใจในรสสวาทของกันและกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา รวมถึงอุปนิสัยเข้ากันได้ดีมากๆ เมื่อองค์ประกอบทุกอย่างลงตัว “ความรัก” จึงบังเกิดขึ้น

พอเล่าจบ พี่บาสทำหน้าทำตาเห็นอกเห็นใจปนเวทนาใส่ผม (ตรูละหมั่นใส้อยากจะตบอีเจ๊บาสจริงๆ แต่เย็นไว้ก่อน ตรูยังมีไพ่เด็ดในมือ ถ้าทิ้งไพ่เมื่อไหร่ละก็ อีเจ๊บาสมีหนาวแน่ๆ)

“ผมก็มีเรื่องอยากจะเล่าให้พี่บาสฟังอยู่พอดี ตอนไปกรุงเทพ ผมได้ไปเจอใครและได้ทำอะไรกันมาบ้าง อยากจะรู้เหมือนกันว่า ระหว่างเรื่องที่พี่บาสเล่าให้ผมฟัง กับ เรื่องที่ผมกำลังจะเล่าให้พี่บาสฟัง เรื่องของใครจะแสบๆคันๆจนทำให้อีกฝ่าย อึ้ง ทึ่ง เสียว มากกว่ากัน” ผมพูดดังๆอยู่ในใจ(แค่พูดดังๆในใจเท่านั้น แค่นี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว) พร้อมกับหันไปมองรูปถ่ายใส่กรอบที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือของพี่บาส (รูปถ่ายนี้เป็นรูปของพี่บาสถ่ายคู่กับพี่ทีตอนไปเที่ยวแม่สาย) ผมส่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสาแก่ใจ ให้แก่พี่บาส (ตรูอุตส่าห์ใบ้ให้ขนาดนี้แล้ว ถ้ามรึงฉลาดจริงคงเดาไม่ยากหรอก)

พี่บาสทำหน้างงๆ (คงจะคิดว่า ไอ้บ้านี่มันยิ้มอะไรของมัน)

ผมรู้ว่าพี่บาสหลงพี่ทีมากๆ หลงชนิดที่หัวปักหัวปำเลย ทุกครั้งที่พี่ทีขึ้นมาเที่ยวเชียงใหม่ พี่บาสจะต้องคอยไปส่งส่วยสนองความใคร่ให้กับพี่ที อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย ขนาดพี่ทีขึ้นมาเชียงใหม่ตอนช่วงสอบไล่ (เรื่องนี้พี่ต่อเคยเม้าท์ให้ฟัง) พี่บาสยังทุ่มทุนสร้างถึงขนาดที่รีบๆอ่านหนังสือแบบผ่านๆให้จบแต่หัววัน ส่วนกลางคืนนั้นก็ติวภาษาอังกฤษกับพี่ทีทั้งคืน Oh! Yes! Yes! Ah! Ah! Baby! Yes! Yes! F……k me!!!

ผมอยากรู้ว่า ถ้าอีเจ๊บาสรู้เรื่องระหว่างผมกับพี่ที อีเจ๊บาสจะทำหน้าอย่างไร? ยังจะกล้าทำหน้าเชิ่ดใส่ผมอยู่หรือเปล่า?

.................................................................

พูดออกทะเลไปเยอะแล้ว (ออกไปจนถึงมหาสมุทรแปซิฟิกข้ามไปแอตแลนติกโน่น) คราวนี้ถึงเวลากลับเข้าฝั่งซะที......

เช้าวันนี้ นอกจากจะเป็นวันเปิดเรียนวันแรกของภาคเรียนที่ 2 แล้ว ยังเป็นวันแรกที่ผมจะได้เจอน้องรหัส(ทั้งที่คนอื่นได้เจอกับน้องรหัสของตัวเองตั้งแต่เทอมก่อน) ผมได้เตรียมขนมนมเนย รวมทั้งพวกหนังสือและสมุดแล็กเชอร์วิชาต่างๆเอาไว้มากมาย เพื่อรับขวัญน้องรหัส (พูดแล้วก็อดนึกถึงตอนที่ผมอยู่ปี1 พี่รหัสของผมได้ให้ขนมนมเนย พร้อมทั้งหนังสือและสมุดจดแล็กเชอร์วิชาต่างๆ ให้ผม แถมยังพาผมไปเลี้ยงที่ร้านอาหารที่ขึ้นชื่ออีกด้วย)

เพื่อนๆที่สาขาวิชาบอกผมว่า น้องรหัสของผมเป็นผู้ชาย ชื่อ “ก้อง” มาจากกรุงเทพ และได้เป็นเดือนของสาขาวิชาด้วย (เชื้อรหัสไม่ทิ้งแถวจริงๆ) นอกจากนั้นเพื่อนๆของผมยังเล่าถึงวีรกรรมต่างๆของน้องก้องให้ผมฟัง (ต้องเรียกว่า น้องก้อง ตามคุณวุฒิ ส่วนวัยวุฒินั้น คงต้องเรียก พี่ก้อง เพราะแก่กว่าผม) ต่างๆนานาว่า น้องก้องคนนี้อารมณ์รุนแรงมากๆ ติสแตกหน่อยๆ และเป็นคนที่พูดโผงผาง พูดตรงมาก ตรงจนไม่รู้จักคำว่า “บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น” ตอนที่รับน้องใหม่ รุ่นพี่ที่เป็นหัวหน้าว๊าก ได้ถามน้องก้องว่า... “เอ็งเป็นเกย์หรือเปล่า?”
“ไม่เป็นครับ แต่ผมเอาได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แล้วแต่ว่าจะหน้าตาน่าเอามากน้อยแค่ไหน” คำตอบที่ออกจากปากของน้องก้องนั้น ทำเอาบรรดารุ่นพี่และทุกคนถึงกับอ้าปากค้างกันเลยทีเดียว

ผมขับรถจากคอนโดมามหาลัย บนถนนคลองชลประทานรถติดมากๆ จนต้องเลี่ยงขับเข้าซอยเล็กๆที่ทะลุหากันได้หลายๆซอย และสามารถเชื่อมมาโผล่ตรงหลังมหาลัยได้ (ถ้าใครเคยเรียนอยู่มหาลัยแห่งนี้คงจะเคยใช้หรือนึกภาพเส้นทางสายนี้ออกนะครับ ส่วนใครที่ยังไม่เคยมาที่มหาลัยนี้ ก็นึกภาพกันเอาเองแล้วกัน ตามแต่จินตนาการของแต่ละคน) ระหว่างทาง ผมจะต้องผ่านหน้าบ้านพี่ต่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทันทีที่ผ่านหน้าบ้านพี่ต่อ ผมเห็นนพกำลังเปิดประตูรั้วบ้านและพี่ต่อก็กำลังจูงมอเตอร์ไซด์ออกมา

เมื่อเห็นผม นพโบกไม้โบกมือทักทาย และผมบีบแตรรถทักทายตอบกลับไป ส่วนพี่ต่อหลบหน้าหลบตาผม ไม่ทักทายผมเลย (เวลาเปลี่ยน คนบางคนก็เปลี่ยนไปตามเวลา)

ขณะที่ขับรถผ่านบริเวณอ่างเก็บน้ำของมหาลัย ผมค่อยๆชะลอความเร็วของรถลงเพื่อมองหาที่จอด ทันใดนั้นก็มีมอเตอร์ไซด์คันหนึ่ง ขี่ปาดหน้ารถผมอย่างรวดเร็วฉวัดเฉวียนจนผมเหยีบเบรคเกือบไม่ทัน

“ขับรถประสาอะไรของมันว่ะ ไฟเลี้ยวก็ไม่เปิด บีบแตรก็ไม่บีบ โชคดีนะที่เบรคทัน ถ้าเบรคไม่ทันละก็....” ผมบ่นอยู่คนเดียวในรถ

ซักพักหนึ่งรถมอเตอร์ไซด์คันนั้นเสียหลักล้มคว่ำลงไม่ไกลจากรถของผมมากนัก ระยะห่างไม่ถึง 10 เมตร ผมตกใจมาก รีบเปิดประตูรถวิ่งเข้าไปดูว่า คนขี่รถมอเตอร์ไซด์ได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้าง

ผมไม่แน่ใจว่ารถมอเตอร์ไซด์คันนั้นล้มคว่ำเอง หรือว่าเฉี่ยวกับรถของผม (ถ้าเฉี่ยวก็คงไม่ใช่ เพราะว่าผมเบรครถได้ทันก่อนที่มอเตอร์ไซด์คันนั้นจะคว่ำ)

เมื่อผมวิ่งไปถึงตรงที่รถมอเตอร์คว่ำ ก็เห็นร่างของหนุ่มน้อย รูปร่างผอมสูง ผิวขาว ใส่แว่นตา(สมัยนี้คงเรียกว่า เด็กเนิร์ด) หน้าตาดีมาก (สไตล์ตี๋หล่อ) กำลังประคับประคองตัวเองลุกขึ้นมาจากพื้นดิน หนุ่มน้อยคนนี้ใส่ชุดนักศึกษาโดยผูกเน็กไทด์อย่างเต็มยศ ลักษณะการแต่งกายแบบนี้ ฟันธงได้ 100% เลยว่า ต้องเป็นนักศึกษาปี 1 แน่นอน

“เป็นอะไรมากหรือเปล่า? เจ็บตรงไหนบ้าง?” ผมถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

“ผมไม่เป็นไรครับ ผมผิดเองที่ขี่รถเร็วมาก และเบรครถก็ไม่ดีด้วย รถเลยแฉลบ” หนุ่มน้อยกำลังใช้มือปัดเศษดินเศษหญ้าออกจากขอบกางเกง

“ไปเรียนไหวไหม? ไม่ไหวบอกนะ เดี๋ยวจะพาไปหาหมอ” ผมถามหนุ่มน้อยคนนั้นเพื่อความแน่ใจ

“แค่ข้อศอกถลอก เลือดซิบๆนิดหน่อย สบายมาก” หนุ่มน้อยโชว์รอยถลอกที่ข้อศอกให้ผมดู

“เราค่อยโล่งใจ ที่นายไม่เป็นอะไรมาก ตอนแรกเราคิดว่ารถของเราเฉี่ยวนาย ทำเอาตกใจหมดเลย คราวหน้านายก็อย่าซิ่งมอเตอร์ไซด์เร็วอีกนะ นายอาจจะไม่โชคดีเหมือนคราวนี้ก็ได้ ถ้าเกิดว่าเกิดเจ็บตรงไหนขึ้นมาทีหลัง ก็รีบไปหาหมอ อย่าปล่อยทิ้งไว้ เดี๋ยวจะเป็นหนักกว่าเดิม” ผมเตือนด้วยความเป็นห่วง

“ขอบคุณมาก ผมต้องขอก่อนตัวนะครับ จะรีบไปเรียน” หนุ่มน้อยคนนั้นยิ้มให้ผมอย่างเป็นมิตร พร้อมกับสตาร์ทมอเตอร์ไซด์ทันที

“อย่าซิ่งให้มาก ค่อยๆขี่ไปช้าๆ” ผมพูดตบท้าย

ผมจอดรถไว้แถวๆบริเวณริมอ่างเก็บน้ำ จากนั้นก็เดินไปทานอาหารเช้าที่โรงอาหารของคณะ (โรงอาหารของคณะ ใกล้กับอ่างเก็บน้ำ ถ้าใครเคยเรียนหรือเคยผ่านไปมาที่มหาลัยแห่งนี้ คงเดาได้นะครับว่า ผมเรียนอยู่คณะอะไร? ร้านขายขนมหวานที่โรงอาหารแห่งนี้ขึ้นชื่อมากๆ ชนิดที่เป็นที่รู้จักทั้งมหาลัยเลยก็ว่าได้)

ในช่วงเช้า โรงอาหารของคณะจะมีคนมากินข้าวไม่ค่อยเยอะ (ไม่เหมือนโรงอาหารหลักของมหาลัย ซึ่งคนล้นทะลักตั้งแต่เช้ายันบ่ายแก่ๆ) ก่อนที่จะไปซื้ออาหาร ผมได้แวะเข้าไปล้างมือที่ห้องน้ำในโรงอาหาร (มือเปื้อนเศษดินเศษฝุ่นเพราะช่วยเก็บข้าวของและพยุงรถมอเตอร์ไซด์ให้หนุ่มน้อยคนนั้น)

ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำ สายตาของผมได้ไปสะดุดกับหนุ่มมาดเซอร์คนหนึ่งกำลังยืนฉี่อยู่ตรงโถฉี่ หนุ่มคนนี้ผิวสองสี ใส่เสื้อนักศึกษา กางเกงยีนส์ และสวมรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สสีขาว ไว้ผมยาวเกือบประบ่า แสกข้าง เท่าที่ดูรัศมีความหล่อจากโครงหน้าในมุมหันข้าง จัดได้ว่า เป็นคนที่ค่อนข้างหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว

หนุ่มมาดเซอร์หันหน้ามามองผมด้วยใบหน้าที่อมยิ้มนิดๆ ผมรู้สึกเขินๆเลยไม่กล้ามองมาก (ทั้งเขินและไม่แน่ใจด้วยว่า เขามีรสนิยมเดียวกับผมหรือเปล่า? ถ้าขืนไปจ้องหรือทำอะไรบุ่มบ่ามสุ่มสี่สุ่มห้าไป อาจจะได้กินยำบาทาเป็นอาหารเช้า แถมอายขายขี้หน้าคนทั้งคณะเลยก็ว่าได้)

ผมค่อยๆล้างมืออย่างช้าๆ (อ่อยอย่างมีกึ๋น) เพื่อรอดูปฎิกริยาของฝ่ายตรงข้าม จากเงาสะท้อนของกระจกบานใหญ่ตรงหน้า ซักพักหนุ่มมาดเซอร์คนนั้น ค่อยๆยืนห่างจากโถฉี่มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผมมองเห็นลำกล้องกระบอกปืนหุ้มหนังสีคล้ำๆ (ตรงหนังหุ้มยังมีเส้นเอ็นสีเขียวปูดโปนจนเห็นได้ชัด)

เมื่อรูปการณ์เป็นเช่นนั้นแล้ว ผมจะรอช้าอยู่ใย ผมเดินไปยืนที่โถฉี่ข้างๆ จัดการปลดเข็มขัด แกะตะขอกางเกงและรูปซิป พร้อมกับงัดเอาแท่งตอปิโดของผมที่แข็งโด่ออกมาโชว์ ผมใช้มือค่อยๆถอกหนังหุ้มที่หัวตอปิโดออกมาทีละนิดๆ หนุ่มมาดเซอร์คนนั้นชะโงกหน้ามาดูแท่งตอปิโดของผม จากนั้นผมก็ชะโงกหน้าไปดูกระบอกปืนของเขาดูบ้าง กระบอกปืนของเจ้าหนุ่มมาดเซอร์ ยาวตรงสวยได้รูป ไม่เล็กและไม่ใหญ่ (แต่ใหญ่กว่าของไอ้พัฒน์นิดหนึ่ง) ตรงหัวเปิดบานถอกเป็นดอกเห็ด สีคล้ำนิดๆ ส่วนบริเวณหัวหน่าวปกคลุมด้วยขนหะมอยหยิกหยองดกดำ

เจ้าหนุ่มมาดเซอร์ใช้นิ้วหัวแม่โป้งชี้ไปที่ประตูห้องน้ำส่วนตัวห้องหนึ่ง เพื่อส่งสัญญาณให้ผมตามเขาเข้าไปในห้องนั้น ผมเดินตามเข้าไปอย่างไม่ลังเล เมื่อลงกลอนประตูเรียบร้อยแล้ว เราทั้งสองก็ถลกกางเกงลงไปกองที่ข้อเท้า

เจ้าหนุ่มมาดเซอร์ยื่นมือมาจับแท่งตอปิโดของผม และชักไปมา ส่วนผมก็จับกระบอกปืนของเขาเล่นอย่างสนุกมือ ด้วยสถานที่ไม่ค่อยจะเอื้ออำนวย และเวลาที่รีบเร่ง ทำให้เราทั้งสองแค่ชักว่าวให้กันจนน้ำอสุจิแตกอย่างเดียว

“นายค่อยๆเปิดประตูออกไปก่อนนะ ดูด้วยว่าคนเยอะหรือเปล่า ถ้าคนเยอะก็รีบเดินออกจากห้องน้ำอย่างเร็วโดยไม่ต้องสนใจอะไร ห้ามให้ใครจับพิรุณได้ แล้วเราค่อยออกไปทีหลังนาย” เจ้าหนุ่มมาดเซอร์กระซิบบอกผม

“ได้ ” ผมพยักหน้า

โชคดีที่ยังไม่มีคนเข้าห้องน้ำ ผมเลยเดินออกมาอย่างสบายใจ ได้เอาน้ำกำหนัดออกตั้งแต่เช้า รู้สึกสดชื่นปลอดโปร่งตัวเบาขึ้นเยอะ

ผมนั่งกินอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อยโดยที่ไม่สนใจมองไปรอบๆตัวเลย ทันใดนั้นก็มีจานข้าวมาวางอยู่ตรงข้างๆ ผมเงยหน้ามองดูว่าเป็นใคร.... (ยังแอบคิดนิดๆว่า อาจจะเป็นหนุ่มมาดเซอร์ในห้องน้ำคนนั้น)

“นั่งกินข้าวคนเดียวเหรอ?” พี่ต่อถามขึ้นมา

“ก็เห็นๆอยู่ว่ามาคนเดียว ไม่น่าถามเลย แล้วนพไม่มากินด้วยหรือ?” ผมถามกลับไป (แค่เห็นหน้าพี่ต่อ ตรูหมดอารมณ์ทันที อุตส่าห์จิ้นถึงอีกคน แต่ดันเจออีกคน)

“นพกำลังเข้าเรียนอยู่ กันต์ไม่มีเรียนเหรอ?”

“มีตอน 11 โมง” ผมตอบด้วยน้ำเสียงเนิบๆ

“ทำไมรีบมาแต่เช้า? น่าจะนอนเล่นสบายๆอยู่บนเตียง” พี่ต่อทำหน้าสงสัย

“มาดักเจอน้องรหัส เอาของและขนมมาให้” ผมตอบอย่างสั้นๆได้ใจความ

“เย็นนี้ว่างไหม?” พี่ต่อถามขึ้นมา

“ทำไมหรือ?”

“จะชวนไปเที่ยวบ้าน กันต์ไม่ได้มาที่บ้านพี่นานแล้วนะ แบบว่า คิดถึง” พี่ต่อแสดงสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง

“มาคิดถึงผมทำไม พี่ต่อก็มีคนให้คิดถึง มีคนให้เป็นห่วงเป็นใย มีคนให้กอด และมีคนนอนเป็นเพื่อนแล้ว ระวังนะ ถ้านพรู้ นพจะเสียใจ” ผมพูดประชดประชันนิดๆ

“พูดแบบนี้แสดงว่า กันต์หึงพี่ใช่ไหม? แม้ว่าพี่กับนพจะเป็นแฟนกัน แต่พี่ก็ยังอยากจะมีความสัมพันธ์กับกันต์เหมือนเมื่อก่อน ที่เราเคยเป็นของกันและกันอยู่บ่อยๆ” พี่ต่อส่งสายตาหวานซึ้งให้ผม

“พี่พูดอะไร? พี่ไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรือ? พี่มีนพอยู่แล้วทั้งคน ยังอยากจะหาเศษหาเลยกับผมอีก พี่เห็นผมเป็นอะไร? ผมไม่ได้เครื่องมือแก้เงี่ยนของพี่ นึกอยากจะเอาก็เรียกมาหาอย่างง่ายๆ อีกอย่างผมกับนพต่างเป็นเพื่อนสนิท ผมไม่อยากมีเรื่องบาดหมางกับนพ ไม่อยากทำร้ายนพ” อารมณ์ของผมเริ่มเดือดปุดๆ อย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุ (ถึงตรูจะร่านสวาทแค่ไหน แต่ยังมีคุณธรรมอยู่นะ กรณีของพี่ที ไม่ถือว่า ตรูแย่งอีเจ๊บาสนะ เพราะทั้งสองคนไม่ได้ประกาศตัวเป็นแฟนกันอย่างเป็นทางการ เป็นแค่คู่ขาเท่านั้น หรือว่าตรูเข้าข้างตัวเองมากเกินไป? ยิ่งพูดยิ่งงง)

“ไม่เห็นจะต้องซีเรียสจริงจังอะไรเลย แค่เอากันเล่นๆเฉยๆ ไม่ได้มีข้อผูกมัดอะไร น้ำแตกแล้วแยกทาง กันต์พูดอย่างกับว่าตัวเองสะอาด บริสุทธิ์ อย่างนั้น พี่รู้นะว่า กันต์ไปเอากับใครต่อใครมาบ้าง ทำมาพูดอย่างนั้นอย่างนี้ ที่แท้มันก็หงี่ด้วยกันทั้งนั้นแหละ”

“หยุดพูดเลยนะพี่ต่อ ผมรู้สึกขยะแขยงพี่มาก สงสารตัวเองที่เมื่อก่อนยอมเอาตัวมาเกลือกกลั้วกับคนความคิดสกปรกอย่างพี่ ผมขอตัวนะครับ ไม่อยากนั่งร่วมโต๊ะเดียวกับพี่ มันสะอิดสะเอียน เดี๋ยวจะกินข้าวไม่ลง ข้าวจานนี้มันมีประโยชน์กับผมมากกว่าน้ำอสุจิของพี่” ผมยกจานข้าวเดินออกไปนั่งที่โต๊ะตัวอื่นอย่างไม่รอช้า ผมรู้สึกสับสนกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว แต่ทำไมผมถึงได้เป็นเดือดเป็นแค้นมากมายขนาดนี้ จนทำให้ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปในชั่วพริบตา ถ้าผมรู้จักใช้สติและเหตุผลมากกว่านี้ เรื่องมันคงไม่ลงเอยแบบนี้แน่

"ทำเป็นพูดดีไป นึกหรือว่าตัวแกวิเศษวิโสมาจากไหน" พี่ต่อพูดตะเบ็งเสียงด้วยความโกรธ


ผมแยกตัวมานั่งกินข้าวที่อีกโต๊ะหนึ่ง ปากเคี้ยวข้าวอย่างช้าๆ มือขวาถือช้อน มือซ้ายถือส้อมเขี่ยข้าวไปเรื่อยๆ

“นั่งด้วยคนได้ไหม?” เจ้าของเสียงเอ่ยถามผม

ผมเงยหน้าขึ้นมาดู ปรากฎว่าเป็นเจ้าหนุ่มมาดเซอร์ที่เล่นว่าวกับผมในห้องน้ำเมื่อครู่ที่ผ่านมา

“ตามสบาย เพิ่งออกจากห้องน้ำมาหรือ?” ผมส่งยิ้มทักทาย

“ออกมาหลังนายไม่กี่วินาทีเอง มัวแต่นั่งจัดแฟ้มรายงานและเลือกกับข้าวนานไปหน่อย เราชื่อ ป้อง อยู่คณะวิจิตรฯ ปี 2 นายชื่ออะไร? อยู่ปีไหน คณะอะไร สาขาอะไร?” เจ้าหนุ่มมาดเซอร์แนะนำตัว พร้อมทั้งซักถามผม

“เราชื่อ กันต์ อยู่ปี 2 เหมือนนาย เราอยู่คณะ...... สาขาวิชา...... ยินดีที่ได้รู้จัก” ผมแนะนำตัวเอง

“นายมาทำอะไรที่โรงอาหารคณะเรา? โรงอาหารคณะนายก็มีไม่ใช่หรือ?” ผมยังคงซักถามป้อง

“เรามาวาดรูปอ่างแก้ว บังเอิญปวดฉี่และหิวข้าวด้วย เลยแวะมาที่นี่” ป้องตอบอย่างตรงไปตรงมา

“จริงหรือ? แค่ปวดฉี่กับหิวข้าวแค่นั้นนะ? แล้วอย่างอื่นละ?” ผมแซวป้อง

“ถือว่าเป็นผลพลอยได้ บังเอิญมาเจอนาย ช่วยไม่ได้ นายดันน่ารักและค...ย ใหญ่อีกต่างหาก ว่าแต่นายพักอยู่หอในหรือหอนอก?” ป้องถามผม

“หอนอก นายละ?” ผมย้อนถาม

“หอนอกเหมือนกัน หน้ามอหรือหลังมอ? นายอยู่คนเดียวหรือว่าอยู่กับใคร?” ป้องยิงคำถามใส่ผมเป็นชุดๆ

“หลังมอ อยู่คนเดียว แล้วนายหน้ามอหรือหลังมอ? อยู่คนเดียวหรือว่าอยู่กับแฟน หรือว่าอยู่กับเพื่อน?” ผมแกล้งถามกลับไปบ้าง

“หลังมอเหมือนกัน เราอยู่ตรงหลังตลาดต้นพยอม อยู่กับเพื่อนอีก 2 คน ว่างๆเราไปเที่ยวที่หอนายได้หรือเปล่า? จะได้ทำอะไรที่อยากทำมากกว่านี้” ป้องถามผมอย่างมีเลศนัย

“บอกเรามาก่อนว่า นายอยากจะทำอะไร? เราถึงจะอนุญาตให้นายมาที่ห้องเราได้” ผมเริ่มเปิดประเด็น แบบหมาหยอกไก่

“อยากจะเล่นค...ยนาย อยากจะเอานาย และอยากให้นายดูดค...ยเรา เราเอานายได้ไหม?” ป้องถามผมอย่างดื้อๆ

“เออ... ต้องดูก่อนว่าลีลาของนายดุเด็ดเผ็ดร้อนแค่ไหน?” ผมตอบแบบไว้เชิง (เจอรุกอีกแล้วตรู แล้วเมื่อไหร่ตรูจะได้เป็นฝ่ายรุกบ้างนะ เสียดุลการค้าทางทวารหนักมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว)

ป้องยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

......................................................................



  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ฺBaron
Guest

33. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #32
 
17-Dec-12, 08:32 PM (SE Asia Standard Time)
 
   อ่านแล้วนึกถึงอ่างแก้วขึ้นมาก ไม่ได้กลับไปนานมาก แต่เพิ่งไปเที่ยวเชียงใหม่มาเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง แวะเข้าไปในม.ด้วย เปลี่ยนไปเยอะ จำแทบไม่ได้ ไปเชียงใหม่คราวนี้ถ้าไปคนเดียว คงมีหลงอ่ะแหล่ะครับ โดยเฉพาะแถวนิมมาน สมัยนั้นยังเป็นป่าอยู่เลย สมัยนี้ วอร์มอับ สุดยอดมาก เพราะเพราะดี ตอนโน้นจะไปที ต้องกังสดาลโน้นแน่ะ โรงแรมไรไม่รู้ ปิด 6 โมงเช้าบ่อยๆ พอเที่ยวเส็ด ผมก็จะเอาเบียร์ไปนั่งกินที่อ่างแก้วต่อ ประมาณ 7 8 โมงค่อยกลับมานอน เรียนเรินอะไร ไม่ค่อยได้เข้าด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าจบ 4 ปีได้ไง

ปล แล้วทำไมกันต์ต้องพูดกับต่อแบบนั้นด้วยล่ะครับ ผมยังไม่เห็นเหตุผลเท่าไหร่เลย แต่ก็ จิงๆ อาจจะไม่ต้องมีเหตุผลก็ได้นะ แบบว่าอยุ่ดี ก็ปี๊ดขึ้นมาเฉยๆ ผมเองก็เป็นบ่อยๆ 5555


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

34. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #33
 
18-Dec-12, 06:55 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >อ่านแล้วนึกถึงอ่างแก้วขึ้นมาก ไม่ได้กลับไปนานมาก
>แต่เพิ่งไปเที่ยวเชียงใหม่มาเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง
>แวะเข้าไปในม.ด้วย เปลี่ยนไปเยอะ จำแทบไม่ได้
>ไปเชียงใหม่คราวนี้ถ้าไปคนเดียว คงมีหลงอ่ะแหล่ะครับ
>โดยเฉพาะแถวนิมมาน สมัยนั้นยังเป็นป่าอยู่เลย สมัยนี้ วอร์มอับ
>สุดยอดมาก เพราะเพราะดี ตอนโน้นจะไปที ต้องกังสดาลโน้นแน่ะ
>โรงแรมไรไม่รู้ ปิด 6 โมงเช้าบ่อยๆ พอเที่ยวเส็ด
>ผมก็จะเอาเบียร์ไปนั่งกินที่อ่างแก้วต่อ ประมาณ 7 8
>โมงค่อยกลับมานอน เรียนเรินอะไร ไม่ค่อยได้เข้าด้วยซ้ำ
>ไม่รู้ว่าจบ 4 ปีได้ไง
>
>ปล แล้วทำไมกันต์ต้องพูดกับต่อแบบนั้นด้วยล่ะครับ
>ผมยังไม่เห็นเหตุผลเท่าไหร่เลย แต่ก็ จิงๆ
>อาจจะไม่ต้องมีเหตุผลก็ได้นะ แบบว่าอยุ่ดี ก็ปี๊ดขึ้นมาเฉยๆ
>ผมเองก็เป็นบ่อยๆ 5555

ใช่แล้วครับ ในมอเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปมาก อาคารเรียนและตึกใหม่ๆผุดขึ้นมาเยอะ รวมไปถึงถนนหน้ามอ -หลังมอ ก็เปลี่ยนตามไปด้วย ผมไปเชียงใหม่เกือบทุกปี แต่ละครั้งไม่เคยพลาดที่จะเข้าไปรำลึกถึงความหลังสมัยเรียน โดยเฉพาะบริเวณอ่างแก้วจะชอบมากเป็นพิเศษ เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ บรรยากาศรอบบริเวณอ่างแก้วไม่เคยเปลี่ยนไปจากเดิมเลย

แต่ที่น่าเสียดายมากที่สุดคือ ตลาดฝายหิน เปลี่ยนไปจนแทบจะไม่เหลือเค้าเดิม ซึ่งตลาดแบบเดิมนั้น โครงสร้างตัวตลาดเป็นไม้ หลังคามุงหญ้าคา มีเสน่ห์ในตัวเอง ได้บรรยากาศแบบตลาดสดสมัยโบราณมากๆ ปัจจุบันนี้ตัวตลาดสร้างใหม่ด้วยคอนกรีต ลาดพื้นฉาบปูน ดูแล้วคล้ายกับโรงงานมากกว่า

รุ่นของคุณพี่ Baron ผับกังสดาลกำลังดังอยู่ใช่ไหมครับ? รุ่นของผม สมัยปี1 ผับที่ว่านี้ก็ยังดังอยู่ครับ แต่อยู่ในยุคท้ายๆแล้ว พอขึ้นปี2 จีจี้ผับเพิ่งเปิดใหม่และดังมากๆ

คุณพี่เคยไปกินขนมจีนโลกแตกและโป๊กอี๊ด ไหมครับ? (ไม่ทราบว่ารุ่นคุณพี่ ร้านที่ว่านี้เปิดหรือยัง?)


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ตั๊ก บงกช งงอะไร ?
Guest

35. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #33
 
18-Dec-12, 10:26 AM (SE Asia Standard Time)
 
   มีเงินไม่ถึงยี่สิบ ซื้อสโหร่ง + เค๊ก เออเริ่ดคะ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

36. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #35
 
18-Dec-12, 04:55 PM (SE Asia Standard Time)
 
   เคยไปกินแต่โป๊กอิ๊ด ครั้งเดียว เลิก กินไม่ลงอ่ะคับ

คุณตั๊กบงกช สมัยนั้น้ำม้นลิตรละ 7 บาท ข้าวแกง สองอย่างราคม 8 บาทเท่านั้นเองล่ะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

38. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #36
 
18-Dec-12, 11:28 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >เคยไปกินแต่โป๊กอิ๊ด ครั้งเดียว เลิก กินไม่ลงอ่ะคับ
>
>คุณตั๊กบงกช สมัยนั้น้ำม้นลิตรละ 7 บาท ข้าวแกง สองอย่างราคม 8
>บาทเท่านั้นเองล่ะครับ

ผมไปกินขนมจีนโลกแตกบ่อยครับ แต่โป๊กอี๊ดยังไม่เคยไปและไม่คิดอยากไปด้วย แค่ได้ยินได้ฟังจากปากคนที่ไปกินแล้ว ความอยากกินหดหายไปหมด

ถ้าวันไหนขี้เกียจไปกาดหลวง ก็อาศัยร้านข้างทางที่หลังมอ แก้ขัดไปก่อน ความจริงร้านอาหารในหอชายทุกหอก็มี แต่ไม่ไหว คนเยอะมากๆ ขี้เกียจรอนาน ที่สำคัญคือ เรื่องรสชาติ แบบว่า กินเพื่ออยู่จริงๆ (มีแค่หอชาย 3 กับ หอชาย 6 เท่านั้นครับ ที่รสชาติดีกว่านิดหนึ่ง)


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

37. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #35
 
18-Dec-12, 11:11 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >มีเงินไม่ถึงยี่สิบ ซื้อสโหร่ง + เค๊ก เออเริ่ดคะ


ลองอ่านให้ละเอียดอีกรอบนะครับ เรื่องเงินที่มีไม่ถึง 20 บาท เป็นเหตุการณ์ตอนที่กันต์กำลังจะนั่งรถไปเชียงรายกับพวกพี่ต่อ (ระหว่างทางที่จอดแวะพัก หรือไม่ก็พอไปถึงเชียงรายแล้ว กันต์อาจจะแว็บมากดเงินจากตู้เอทีเอ็มซักแห่งก็ได้ครับ) ส่วนตอนที่ข้ามไปพม่านั้น ก็เป็นเหตุการณ์วันถัดไป (ยังมีเวลามากพอที่จะกดเงินอีกครับ)

ส่วนเรื่องเค้กนั้น ถ้าอ่านดูดีๆ จะรู้ว่าเงินที่ซื้อเค้ก ลงขันกันออกระหว่าง กันต์ + พี่ต่อ + พี่บาส ครับผม

ขอบคุณมากนะครับที่ติดตามให้กำลังใจ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

39. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #37
 
19-Dec-12, 00:49 AM (SE Asia Standard Time)
 
   ผมนั่งรออยู่หน้าห้องเรียน เพื่อที่จะดักเจอน้องรหัส โดยไม่รู้ว่าน้องรหัสของผมหน้าตาเป็นอย่างไร และเรียนอยู่ห้องไหน? (มีอยู่2ห้องเรียนติดกัน ต่างก็สอนวิชาบังคับของสาขาวิชาด้วยกันทั้งคู่ ห้องแรกมีนักศึกษาชายอยู่ 3 คน ส่วนห้องที่ 2 มีนักศึกษาชายอยู่ 6 คน) ถ้าให้เดา ผมขอเดาว่าน้องรหัสของผมน่าจะเรียนอยู่ห้องเรียนแรกมากกว่า เพราะว่า เท่าที่ดูๆนักศึกษาชายทั้งหมด ผมเห็นมีอยู่คนเดียวที่หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างดี สะดุดตาผมมากๆ น่าจะใช่น้องรหัสของผมที่ชื่อ "น้องก้อง"

เมื่อนักศึกษารุ่นน้องเริ่มทยอยกันออกจากห้องเรียน ผมรีบเดินเข้าประกบนักศึกษาหน้าหล่อคนนั้นทันที

"ขอโทษนะครับ ใช่ น้องก้อง หรือเปล่า?" ผมถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก

"ใช่ครับ" นักศึกษาคนนั้นส่งยิ้มให้ผม

"พี่ชื่อ กันต์ เป็นพี่รหัสของน้อง เทอมที่แล้วน้องคงจะรู้นะว่า พี่ติดภาระกิจมาไม่ได้ เลยไม่ได้เจอและเทคแคร์น้อง" ผมส่งถุงขนมพร้อมกับถุงย่ามใส่ตำราเรียนต่างๆ ให้น้องก้อง

ผมรู้สึกเขินๆอย่างไรก็ไม่รู้ พยายามหลบสายตาและไม่กล้าสบตาน้องก้อง(ตามวัยวุฒิผมต้องเรียกเขาว่า "พี่ก้อง" แต่เรียกตามคุณวุฒิเลยกลายเป็น "น้องก้อง") เพราะน้องก้องเล่นส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มปานจะกลืนกินผมในเวลานั้นให้ได้

"ขอบคุณมากครับ ตอนเห็นพี่ครั้งแรก และดูจากถุงขนมในมือของพี่ ผมนึกแล้วว่าต้องเป็นพี่กันต์ เห็นรุ่นพี่หลายคนบอกว่า พี่กันต์หน้าตาดีที่สุดในรุ่น พี่กันต์น่ารักสมกับที่พวกพี่ๆพูดไว้จริงๆ" น้องก้องหยอดคำหวานใส่ผม

"ปากหวานจริงๆนะเรา อยากกินอะไรละ? พี่จะได้พาไปเลี้ยงได้ถูกร้าน" ผมถามน้องก้องอย่างอายๆ

"อะไรก็ได้ครับ ถ้าได้กินกับพี่กันต์ อะไรก็อร่อยทั้งนั้น" น้องก้องยังคงหยอดคำหวานอย่างไม่ลดละ

"หน้าตาหล่อเหลา แถมยังปากหวานแบบนี้ สาวๆคงจะติดยาวเป็นหางว่าวเลยนะ" ผมมองหน้าน้องก้องอย่างเอียงอาย

"ทั้งสาว ทั้งหนุ่มครับ" น้องก้องเล่นมุขนิดๆ แบบเปิดทาง

"วันศุกร์นี้ ตอนเย็นว่างไหม? พี่จะพาไปเลี้ยง" ผมถามน้องก้อง

"สำหรับพี่กันต์แล้ว ผมว่างเสมอครับ"

"งั้นเจอกันวันศุกร์นะ จะให้พี่มารับที่หอไหม? หรือว่าเราอยากจะเจอพี่ที่ไหน?"

"พี่กันต์มารับผมที่หอก็ได้ครับ ผมอยู่หอชาย5 ผมจะรอพี่อยู่ที่หน้าหอนะครับ" น้องก้องเสนอหนทาง

"โอเค แล้วเจอกันเย็นวันศุกร์นะ เดี๋ยวพี่ต้องรีบไปเรียนแล้ว" พอพูดจบ ผมส่งยิ้มให้น้องก้องอีกรอบ ก่อนที่จะรีบเดินไปเข้าเรียนที่ตึกฝั่งตรงข้ามทันที

...................................................................


บ่ายแก่ๆ ในขณะที่ผมกำลังเดินตามทางเดินริมขอบถนน เพื่อไปสำนักหอสมุด ผมก็ได้เดินสวนกับหนุ่มมอเตอร์ไซด์ตี๋หล่ออีกครั้ง (จากตอนที่แล้ว)

"เจอกันโดยบังเอิญอีกรอบหนึ่ง นายไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม?" ผมพูดทักทาย พร้อมกับก้มมองตรงข้อศอกของหนุ่มตี๋หล่อ ที่ปิดพลาสเตอร์อย่างดี

"ครับ ไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างเรียบร้อย" หนุ่มตี๋หล่อพูดอย่างเป็นมิตร

"คราวหน้าขี่มอเตอร์ไซด์ระวังๆหน่อยนะ อย่างซิ่งมาก" ผมพูดตบท้ายก่อนที่ต่างฝ่ายจะแยกกันไปตามทางของตน


............................................................

ตอนเย็นวันพุธ ผมกำลังดูทีวีพร้อมกับกินขนมของขบเคี้ยวต่างๆ อย่างเพลินเพลิน อยู่นั้น

ก๊อกๆๆๆๆๆๆ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นมา

"ใครว่ะ มาประตูห้องเวลานี้ หวังว่าคงไม่ใช่อีเจ๊บาสนะ ยิ่งไม่อยากเจอหน้ามันด้วย อะไรกันนักกันหนา" ผมบ่นกับตัวเองอย่างหัวเสีย

เมื่อเปิดประตูห้องออกมา สายตาของผมจ้องสัมผัสประสานกับสายตาของคนที่มาเคาะประตูห้อง ผมตกใจจนแทบช็อค

"นี่มันอะไรกันนี่?? ทำไมโลกมันถึงได้กลมขนาดนี้ว่ะ ตรูอยากจะหุยขึ้นกองล่องกอง (ภาษาคำเมือง แปลเป็นภาษาไทยกลางได้ความว่า ร้องกรี๊ดเป็นภาษาคำเมืองให้ดังไปทั่วซอย) " ผมนึกในใจคนเดียว

เจอกันครั้งแรกเรียกว่า "บังเอิญ" เจอกันครั้งที่สองเรียกว่า "พรหมลิขิต" แล้วเจอกันครั้งที่สามเรียกว่าอะไร???? ......... (ช่วยเติมคำในช่องว่างหน่อย).......

"อ้าว เจอนายอีกแล้ว ช่างบังเอิญจริงๆ ขอโทษนะ ที่เสียมารยาทเคาะประตูห้อง เราอยู่ห้องข้างๆนาย เราลืมกุญแจไว้ในห้อง เข้าห้องไม่ได้ โชคดีที่ประตูหลังห้องเปิดอยู่ เลยอยากจะขอปีนจากระเบียงห้องนาย เข้าไปหลังห้องเราได้ไหม?" หนุ่มตี๋หล่อแสดงท่าทางดีใจเล็กน้อย เมื่อเห็นหน้าผม

"จุดใต้ตำตอจริงๆ เข้ามาข้างในก่อน" ผมเชิญชวนหนุ่มตี๋หล่อให้เข้ามาในห้อง

"ห้องนายสะอาด น่าอยู่จริงๆ เครื่องใช้ก็มีครบครันทั้ง ทีวี วีดีโอ วีดีโอเกมส์ ตู้เย็น และวิทยุเครื่องเสียง ไม่เหมือนห้องเรา โล่งและรกมากๆ" หนุ่มตี๋หล่อกวาดสายตามองไปทั่วห้อง

"นายก็พูดเกินไป ถ้าว่างๆไม่มีอะไรทำ มาเล่นที่ห้องเราได้นะ เราอยู่คนเดียว จะได้มีเพื่อนคุยแก้เหงา เราชื่อ กันต์ อยู่ปี 2 คณะ..... สาขา.... นายละ?"

"ขอบใจนะ เราชื่อ บอล อยู่ปี 1 คณะบริหารฯ อย่างนี้เราต้องเรียกนายว่า พี่กันต์ นะซิ เพราะนายแก่กว่าเรา"

"ห้ามเรียกพี่เด็ดขาด ตามคุณวุฒิเราแก่กว่าแน่นอน แต่ตามวัยวุฒิเราอ่อนกว่านายแน่ๆ นายอายุเท่าไหร่?" ผมถามบอล

" 18 กันต์ละเท่าไหร่?"

" 17 เพราะฉะนั้นห้ามเรียกเราว่าพี่เด็ดขาด เรียกว่ากันต์เฉยๆดีแล้ว"

"อายุน้อยจัง แสดงว่าสอบเทียบมาใช่ไหม?" บอลถามอย่างสงสัย

"ใช่แล้ว" ผมตอบสั้นๆ

บอลเริ่มกะระยะมุมระหว่างขอบระเบียงหลังห้องของผม กับขอบระเบียงหลังห้องของเขา เพื่อจะปีนข้าม

"ระวังหน่อย อันตรายนะโว๊ย ถ้าพลาดขึ้นมาเราไม่อยากคิดเลย เราว่านายไปตามช่างตัดกุญแจมาดีกว่าไหม?" ผมพูดด้วยความเป็นห่วง

"ระดับนี้แล้ว สบายมาก สมัยเรียนมัธยมเราเคยปีนทั้งหอพักและกำแพงรั้วที่โรงเรียนจนชินแล้ว"

"ปีนดีๆ เกาะแน่นๆนะ" ผมพูดไปหลับตาไป เพราะรู้สึกหวาดเสียวแทนจนไม่อยากจะมองภาพ

"เห็นไหม ในที่สุดก็ปีนข้ามมาจนได้ บอลซะอย่าง เรื่องแบบนี้สบายมาก" บอลสามารถปีนระเบียงข้ามมายังระเบียงหลังห้องของตนเองได้อย่างปลอดภัย

"ขอแสดงความยินดีด้วย เจอนายทีไร มีแต่เรื่องเสียวๆตลอด ตั้งแต่ครั้งแรกเสียวเรื่องมอเตอร์ไซด์ พอมาครั้งนี้เรื่องปีนระเบียงอีก ไม่รู้ว่าครั้งหน้า นายจะทำให้เราเสียวเรื่องอะไรอีก" ผมพูดปนทอดสะพานให้อีกฝ่ายต่อยอดได้ (อ้อล้อจริงๆตรู)

บอลอมยิ้มอย่างขำๆ


ในวันเดียวกัน เวลาสี่ทุ่มกว่าๆ

เสียงโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะตรงหัวเตียงดังขึ้นมา

"ใครโทรมาอีก คงไม่ใช่ที่บ้านแน่นอน ดึกป่านนี้แล้ว อีกอย่างเราก็ไม่ค่อยได้ให้เบอร์โทรนี้กับใครพร่ำเพรื่อด้วย มีอยู่ไม่กี่คนเอง" ผมนึกในใจ

"ฮัลโหล นั่นใครครับ?" ผมถามขึ้นมา

"กันต์... ป้อง วิจิตรฯ จำได้ไหม? เราเจอกันที่โรงอาหารคณะนาย เมื่อวันจันทร์" เสียงจากปลายสายแนะนำตัว

"อ๋อ.. ป้อง จำได้ซิ มีอะไรเหรอ?" ผมถามสั้นๆ

"ตอนนี้นายทำอะไรอยู่? ว่างไหม?" ป้องถามกลับ

"ดูทีวี ว่าง แต่ถ้าจะชวนออกไปข้างนอก เราไม่อยากออกนะ ขี้เกียจ อยากจะดูทีวีสบายๆ" ผมตอบตามตรง

"เราไม่ได้ชวนนายออกไปข้างนอก แต่เราอยากจะถามนายว่า เวลานี้เรามาหานายที่หอได้ไหม? เราอยู่ที่ตู้โทรศัพท์ถนนฝั่งตรงข้ามหอนาย"

ผมชะเง้อมองออกไปตรงระเบียงหลังห้อง เพื่อมองหาตำแหน่งของตู้โทรศัพท์ที่ป้องกำลังโทรอยู่

"ได้เลย คืนนี้นายค้างซะที่นี่ละกัน ค่อนข้างดึกแล้วด้วย อากาศข้างนอกก็เย็นมาก" ผมพูดเพื่อเปิดทางอำนวยความสะดวกให้ฝ่ายตรงข้าม (ทำไมใจง่ายจังตรู อากาศมันเย็นๆ อยากจะเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย)

"เรากะจะขอค้างกับนายอยู่พอดีเลย ดีนะที่นายเสนอมาก่อน เราเลยสนองกลับไป ห้องนายมีถ้วยชามและช้อนส้อมหรือเปล่า?" ป้องถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

"มีครบหมด ว่าแต่นายอยากรู้ไปทำไม?"

"หิวข้าวไม่มีอะไรตกถึงท้องมาทั้งวัน มัวแต่วาดรูปส่งอาจารย์ เราซื้อข้าวเหนียว หมูปิ้ง ลูกชิ้นปิ้ง ตำแตง และ ตำผลไม้รวม แถมยังมีปาท่องโก๋กับนมร้อน ต้องกินด้วยกันนะ เราซื้อมาเผื่อนายตั้งเยอะ แค่นี้นะ เดี๋ยวเจอกัน เราต้องไปซื้อแปรงสีฟันที่ 7-11 ก่อน" ป้องรีบวางสายทันที

หลังจากที่กินอาหารและพูดคุยเรื่องสัพเพเหระพอหอมปากหอมคอแล้ว เท่าที่ดูจากสภาพเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนสี คราบเหงื่อไคลตามหน้าตา ซอกคอ และแขนขา ตลอดจนผมเผ้าที่กระเซิงแล้ว ผมจึงไล่ให้ป้องเข้าไปอาบน้ำทันที เพื่อแปลงโฉมใหม่ให้ดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว ป้องเดินเข้ามาหาผมในสภาพผ้าเช็ดตัวผืนเดียว เส้นผมยาวๆที่เปียกน้ำหมาดๆ รับกับใบหน้าที่ล้างอย่างสะอาด ส่วนหัวนมบนเต้าที่ขึ้นกล้ามนิดๆ ช่างน่าดูดน่าลูบคลึงซะจริงๆ ดูแล้วได้อารมณ์ดึงดูดทางเพศรสยิ่งนัก

ผมนั่งมองดูป้องอย่างไม่วางตา

"จ้องอะไรนักหนา? อยากละซิ?" ป้องเดินมายืนตรงหน้าผม (ซึ่งผมกำลังนั่งอยู่กับพื้น) โดยตั้งใจให้เป้าของเขาอยู่ในระดับตรงกับจมูกของผมพอดี

ผมมองหน้าป้องด้วยสายตาที่รู้การรู้งาน

"นายไปนั่งบนเตียงก่อน ผมนายยังไม่แห้งดี เดี๋ยวเราเช็ดให้" ผมเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวอีกผืน

ผมค่อยๆเช็ดเส้นผมของป้องอย่างค่อยๆ


พอแห้งได้ที่แล้ว มือของผมค่อยๆเล่นปูไต่จากส่วนท้ายทอยลากลงไปตรงก้านคอ ออกมายังหน้าอก จากนั้นก็ใช้นิ้วค่อยๆเขี่ยหัวนมที่แตกพาน อย่างช้าๆ ป้องหลับตานิดๆ ด้วยสีหน้าที่เคลิ้มๆ ผมเขี่ยหัวนมของป้องเล่นอยู่ซักใหญ่ๆ จากนั้นก็เลื่อนมือมาเล่นปูไต่ต่อที่บริเวณหน้าท้องและข้างๆลำตัว

ผมสังเกตเห็นเป้าที่ผ้าเช็ดตัวของป้องเริ่มจะขยับนิดๆ ผมเร่งสปีดปูไต่อย่างไม่รอช้า จนท่อนเอ็นของป้องแข็งตัวเป็นลำลุกซู่ โดยส่วนหัวสีแดงคล้ำที่เปิดบานเป็นดอกเห็ด ได้โผล่พ้นออกมาจากรอยต่อของผ้าเช็ดตัว

ผมไม่รอช้า รีบกระชากผ้าเช็ดตัวออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้มหน้าลงไปถวายบัว ในขณะที่ผมกำลังอ้าปากเพื่อเตรียมถวายบัวอยู่นั้น ป้องได้เอามือมาค้ำพยุงที่คางของผมไว้ เพื่อเบรคผม

"ก่อนที่จะดูดค_ยให้เรา นายไปแปรงฟันก่อนได้ไหม? ไม่ยุติธรรมเลย ทีเรา.. นายยังไล่ให้เราไปอาบน้ำสระผมก่อน อีกอย่าง นายเพิ่งกินส้มตำมา พริกทั้งนั้นเลย แล้วจะมาดูดค_ยเราทันที อย่างนี้ค_ยเรามิแสบร้อนหมดเหรอ แทนที่จะเสียว ไปแปรงฟันเดี๋ยวนี้" ป้องออกคำสั่งผม เพื่อเอาคืนที่ผมได้ออกคำสั่งให้เขาไปอาบน้ำเมื่อครู่ที่ผ่านมา

"ก็ได้ ไม่ยอมอลุ่มอล่วยเลยนะ พ่อคุณ" ผมมองป้องอย่างค้อนๆ พร้อมกับรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที

ทันทีที่ผมเดินออกมาจากห้องน้ำ ผมเห็นป้องนอนเปลือยอยู่บนเตียง โดยที่ท่อนเอ็นแข็งโด่ตั้งตรงรอผมเข้าไปถวายบัวอยู่ตรงหน้า ผมจัดการถอดเสื้อผ้าของผมออกจนหมด จากนั้น ก้มตามก้มตาอ้าปากครอบท่อนเอ็นของป้องทันที ผมใช้ริมฝีปากนวดรอบๆบริเวณส่วนหัวท่อนเอ็นก่อนที่จะใช้ลิ้นตวัดเลียรอบๆบริเวณและรอยหยัก ส่วนมือนั้นก็ลากวนลูบไล้ทั่วบริเวณถุงใส่ลูกชิ้นเอ็นทั้ง ลูกของป้อง

"โอ๊ว ววววว นายดูดเก่งมากๆ ถูกใจจริงๆ" ป้องร้องครางออกมา

ซักพัก ป้องผลักผมลงไปนอนบนเตียง พร้อมกับใช้ริมฝีปากและลิ้นไซร้ดูดเลียที่ซอกคอ กกหู ลากลงมาที่หัวนมของผม

ป้องทั้งดูดและเลียหัวนมทั้งสองข้างของผมอย่างเมามันส์ พร้อมกันนั้นก็ใช้ฟันกัดที่หัวนมของผมอย่างเบาๆ

มือข้างหนึ่งของป้องนั้น ทำการสาวว่าวให้ผม ขึ้นๆลงๆเป็นจังหวะจะโคน

"เราเอานายได้ไหม?" ป้องถามผม

ผมพยักหน้าพร้อมกับก้มลงไปหยิบเจลหล่อลื่นที่ลิ้นชักในโต๊ะเล็กๆข้างเตียง ผมใช้มือทาเจลลงบนท่อนเอ็นของป้องอย่างเบาๆ พร้อมทั้งทาที่ข้างในรูถ้ำแก้วของผม

ทุกอย่างพร้อม ป้องก็จัดการแหวกรูถ้ำแก้วของผม พร้อมกับใช้หัวท่อนเอ็นถูเบาๆเพื่อลองเครื่อง จากนั้นจึงค่อยๆผลักท่อนเอ็นเข้าไปในรูถ้ำแก้วของผมทีละนิดๆ จนมิดลำ

"นายเจ็บไหม? เหงื่อนายออกเต็มเลย" ป้องถามผมด้วยความเป็นห่วง

"ไม่" ผมตอบสั้นๆ

ป้องค่อยๆกระเด้าเข้าๆออกๆอย่างช้าๆ และผ่อนคลายเป็นบางจังหวะ จนผมไม่รู้สึกเจ็บเลย (ไม่เหมือนกับตอนที่โดนไอ้พัฒน์และพี่ที เย็ดรูทวารหนัก ทั้งสองคนกระเด้าอย่างสุดแรงเกิด ไม่บันยะบันยันว่าเครื่องยนต์ของผมจะรับได้หรือเปล่า)

จากจังหวะช้าๆ ค่อยๆเร่งเครื่องขึ้นทีละนิดๆตามจังหวะ โดยที่ไม่จ้ำอ้าวหักโหมจนเกินไป เวลานี้ผมรู้สึกเสียวมาก มันเสียวชนิดที่ไม่มีความเจ็บปวดมาเป็นตัวขัดขวาง เสียวแบบสบายเนื้อสบายตัวและผ่อนคลายมากๆ

ป้องกระเด้าท่อนเอ็นเร็วขึ้นตามสเต็ป และผ่อนตามจังหวะบ้างบางช่วง มือซ้ายของป้องนั้นนวดคลึงที่แก้มก้นซีกซ้ายของผม ส่วนมือขวาก็สาวว่าวให้ผม

ผมร้องครางอย่างไม่เป็นภาษา เพราะความเสียวที่มันทะลักออกมาอย่างจุใจจริงๆ

"โอ๊ว วววว เราเสียวสุดๆเลย นายเอาเก่งมากๆ โอ๊ว ววว เราใกล้จะแตกแล้ว" ผมครางออกมา ไม่ถึงวินาที น้ำเงี่ยนของผมก็พุ่งออกมาจากลำกล้องอย่างล้นทะลัก

ส่วนป้องนั้นเริ่มจะเร่งจังหวะกระเด้าถ้ำแก้วของผมเร็วขึ้นจนถึงรัวอย่างไม่บันยะบันยัง เวลานี้ผมรู้สึกเจ็บรูดากนิดๆ

ป้องใช้มือรัดหน้าท้องของผมอย่างแน่น ซักพักป้องร้องเสียงหลงออกมา

"เราแตกแล้ว ตูดนายตอดมากๆ"

ผมรู้สึกว่าตรงง่ามก้นของผม แฉะๆเหนียวๆมาก พอเอามือจับดูปรากฎว่า เป็นน้ำแป้งเปียกของป้องนั่นเอง

ตอนเช้ามืด ป้องสะกิดผมอีกรอบ ซึ่งตัวผมเองก็ไม่ปฎิเสธแต่อย่างไร

สรุปแล้ว ผมถูกป้องสอยประตูไป 2 ต่อ 0 (ช่วงนี้ทำไมตรูได้เป็นรับตลอด อยากจะรุกกับเขาบ้าง เจ้าแท่งตอปิโดของผมอยากจะทะลุทะลวงรูดากมากๆ)


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

40. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #39
 
19-Dec-12, 07:16 AM (SE Asia Standard Time)
 
   แหม อ่านแล้วอยากไปอยู่ข้างๆ ห้องน้องกันต์มั่งจังเลย หรือย้ายไปอยู่ด้วยดีล่ะเนี้ยะ


ปล น้องกันต์จะได้เจอหนุ่มวิดวะมั่งป่าวอ่ะคับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
(-_-!)
Guest

41. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #40
 
19-Dec-12, 08:43 AM (SE Asia Standard Time)
 
   น้องกันต์ ใช้ชีวิตวัยเรียน วัยหนุ่ม ได้คุ้มค่าความเสียวจริง ๆ 5 5 5
คงจะมีจ่อคิวอีกหลายคน ... รอติดตาม


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

43. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #41
 
19-Dec-12, 11:59 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >น้องกันต์ ใช้ชีวิตวัยเรียน วัยหนุ่ม ได้คุ้มค่าความเสียวจริง
>ๆ 5 5 5
>คงจะมีจ่อคิวอีกหลายคน ... รอติดตาม

สำหรับน้องกันต์แล้ว ถือคติที่ว่าน้ำขึ้นให้รีบตัก ช่วงชีวิตนักเรียนสมัยมัธยมที่ผ่านมา น้องกันต์เหมือนมีปมอยู่ในใจในเรื่องรูปร่างของตนเอง เพราะเป็นคนอ้วนตุ๊ต๊ะเหมือนโอ่งมังกร เลยทำให้พลาดโอกาสที่จะเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบกาม

แต่พอมาช่วงชีวิตการเป็นนักศึกษามหาลัย รูปร่างของน้องกันต์ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เปลี่ยนชนิดที่กลายเป็นคนละคน (รูปร่างโอ่งมังกร กลายเป็นหนุ่มน้อยรูปร่างสะโอดสะองค์) เลยทำให้เกิดความมั่นใจขึ้นมาอย่างมากมาย จากที่เคยเก็บกดเอาไว้เยอะๆ(ในเรื่องของประสบกาม) ก็ได้เวลาปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มเหนี่ยว

ขอบคุณมากนะครับ สำหรับกำลังใจ อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

42. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #40
 
19-Dec-12, 11:41 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >แหม อ่านแล้วอยากไปอยู่ข้างๆ ห้องน้องกันต์มั่งจังเลย
>หรือย้ายไปอยู่ด้วยดีล่ะเนี้ยะ
>
>
>ปล น้องกันต์จะได้เจอหนุ่มวิดวะมั่งป่าวอ่ะคับ

555+ จะได้หรือไม่กับหนุ่มวิดวะ ต้องติดตามตอนต่อๆไปนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

44. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #42
 
21-Dec-12, 10:50 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ผมตื่นนอนในอ้อมแขนของป้อง มันช่างเป็นการตื่นนอนรับวันใหม่ที่แสนจะสดชื่นกระปรี่ประเปร่าอะไรเช่นนี้ ส่วนป้องยังคงมีความสุขกับการนอนต่อไป ผมจ้องมองดูใบหน้าที่หล่อเท่ห์+เซอร์ของป้อง พร้อมกับใช้นิ้วมือค่อยๆลูบบริเวณคิ้วที่ดกหนาทั้งสองข้าง ข้ามมายังสันจมูก

"ตื่นนานแล้วเหรอ?" ป้องมองดูผม

"ก่อนหน้านายไม่กี่นาทีเอง" ผมวางมือออกจากจมูกของป้อง

"เช้านี้นายไม่มีเรียน?" ป้องหันหน้าไปมองดูนาฬิกาปลุกบนหัวเตียง

"มีเรียน 2 ตัว แต่โดด เป็นวิชาเรียนรวมหลายๆคณะ ไม่จำเป็นต้องเข้าเรียน อาจารย์ไม่เคยเช็คชื่อ เพราะคนเรียนเยอะมากๆ แค่ขอยืมแล็กเชอร์เพื่อนมาจดทีหลังก็ได้ แล้วนายละ มีเรียนกี่โมง?" ผมถามกลับไป

"8 โมงเช้า นี่มันปาเข้าไปตั้งเกือบ 10 โมง เลยเวลาไปตั้งนานแล้ว ส่วนอีก 2 ตัวนั้น เรียนตอนเที่ยงกับบ่าย 3 โมง เราก็คงโดดเหมือนกัน ไม่มีอารมณ์เข้าเรียน รบกวนขอใช้โทรศัพท์หน่อยได้ไหม? จะโทรไปหาเพื่อนที่ห้อง ให้มันช่วยเซ็นชื่อให้ ไม่รู้ว่าตอนนี้มันยังอยู่ที่ห้องหรือเปล่า?"

"ตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจ" ผมเอาแขนทั้งสองข้างสวมกอดที่ลำตัวของป้อง

ขณะที่ป้องกำลังคุยโทรศัพท์กับเพื่อนอยู่นั้น หูของผมก็บังเอิญไปได้ยินประโยคหนึ่งที่หลุดออกมาจากปากของป้อง

"ตอนนี้กูอยู่กับเด็กของกู เมื่อคืนหนักไปหน่อย ......... บลาๆๆๆๆๆๆๆๆ ....... "

เมื่อป้องคุยโทรศัพท์กับเพื่อนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมพูดขึ้นมาว่า....

"เมื่อกี้นี้เราแอบได้ยินนายบอกเพื่อนนาย ใครเป็นเด็กนายหรือ?" ผมแกล้งถามไปอย่างนั้น

"ตอนนี้เรานอนอยู่กับใครก็คนนั้นแหละ สงสัยนายคงไม่อยากเป็นเด็กเราเท่าไหร่ หรือว่าอยากเป็นเมียเรา? ถึงทางนิตนัยจะไม่ใช่ แต่ทางพฤตินัยนี่ ใช่เลยทุกประการ" ป้องทำหน้าตาทะเล้นใส่ผม

"เวลานายทำหน้าแบบนี้ นายดูน่ารักและดูเป็นผู้ชายที่อบอุ่นมาก มาดแนวเซอร์ๆของนายหายไปหมดเลย เห็นแล้วใจของเราแทบจะละลาย" ผมแอบเขินอยู่ในใจคนเดียว

"ไม่พูดไม่จา ทำเป็นเขินเชียวนะ ดูทำหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก" ป้องแซวผม จนผมอายม้วน หน้าแดงชนิดที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก คิดไม่ถึงคนอย่างป้องจะขี้เล่นถึงขนาดนี้ ตอนแรกผมคิดว่าคนมาดขรึมเซอร์ๆอาร์ตๆติสๆอย่างป้องจะมีเพียงคาแรกเตอร์เดียวเท่านั้น

"บ้า.... พูดอะไรก็ไม่รู้" ผมผละแขนทั้งสองข้างออกจากลำตัวของป้อง พร้อมกับพลิกตัวนอนหันหลังให้ป้อง เหมือนคนที่มีอาการงอนนิดๆ (ก็มันเขินจนทำอะไรไม่ถูกนี่ครับ ก็ต้องถอยออกมาตั้งหลักกันบ้าง)

"ดูซิ พูดแค่นี้ถึงกับหันก้นให้เราทันทีนะ ช่างเป็นเมียที่ดีมาก นี่แหละคือหน้าที่สำคัญที่สุดของเมีย" ป้องใช้มือตีก้นผมอย่างเบาๆ

ผมยังคงนิ่งอยู่เฉยๆไม่พูดจาโต้ตอบอะไร (ก็มันทั้งเขินทั้งอายนี่ครับ จะให้ทำอย่างไร?)

"ยังงอนอีกเหรอ ช่วยทำหน้าที่เมียที่ดีหน่อยครับ ขอร้องละครับ ตอนนี้เราอยากจะทำหน้าที่ผัวที่ดีบ้าง" ป้องหันข้างมากอดผมพร้อมกับใช้ท่อนเอ็นตรงเป้ากางเกงที่กำลังพองตัวขึ้นมาอย่างทีละนิดๆ มาสีแนบที่ก้นของผม ส่วนแขนก็เลื้อยลอดเข้าไปภายในเสื้อของผม

มือของป้องนั้นทั้งลูบและเขี่ยตรงหัวนมของผม ป้องใช้ริมฝีปากจูบและไซร้ที่ซอกคอของผม เวลานี้ผมรู้สึกอ่อนปวกเปียกไปหมด

"ตั้ง 2 ยก แล้วยังไม่เต็มอิ่มอีกเหรอ? จะยกที่ 3 แล้วนะ" ผมพูดเล่นอย่างอารมณ์ดี

"เห็นหน้านายแล้ว ค_ยมันแข็ง ทำไงได้" ป้องพูดสวนกลับ พร้อมกับใช้มือถลกกางเกงของผมออกจนหมด

เราทั้งสองอยู่ในสภาพล่อนจ้อนด้วยกันทั้งคู่ ผมเลื่อนตัวลงมาที่ท่อนเอ็นที่แข็งตัวป้อง พร้อมกับใช้มือรูดขึ้นลงเป็นจังหวะ

ผมกำลังจะอ้าปากถวายบัวให้ป้อง แต่ก็ต้องหยุดการกระทำอย่างกระทันหัน.......

"ทำไมกลิ่นมันเหม็นเปรี้ยวแบบนี้ ล้างบ้างหรือเปล่านี่?" ผมพูดเล่นหยอกล้อฝ่ายตรงข้าม (เข้าใจมีอารมณ์ขันจริงๆนะตรู)

"เฮ้ย....!!! จะบ้าเหรอ? มุขของนายตลกฝืดโคตร เราพยายามหัวเราะแล้ว แต่มันไม่ขำจริงๆ ที่ค_ยเรามันเหม็นแบบนี้ ใครเป็นคนอมละ? ต้องเหม็นน้ำลายคนนั้นแน่ๆ อีกอย่างค_ยเราเข้าๆออกๆอยู่ในตูดของใครนะ?" ป้องเล่นมุขสวนกลับอย่างแสบๆคันๆ จนผมไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไร (กะจะกัดเขา แต่ดันโดนเขาตอกกลับมาจนหน้าแหกเลยตรู)

"เรามันน่ารังเกียจนี่" ผมทำเป็นแกล้งงอน

"โอ๋.... ขวัญเอ๊ย ขวัญมา ผมจะไม่จิกกัดอีกต่อไป ช่วยดูดค_ยให้ผมหน่อยนะครับ ขอร้องนะครับ" ป้องทำท่าอ้อน

"อืม... ก็ได้" ผมตอบรับอย่างหน้าตาเป็น

"เวลานายงอนแล้วน่ารักดี น่ารักมีเสน่ห์กว่าผู้หญิงเวลางอนซะอีก" ป้องใช้ริมฝีปากงับติ่งหูของผม

ผมก้มลงถวายบัวให้ป้องต่อ

"อู๊ย.... อู๊ย..... ตรงนั้นแหละ ดูดเข้าไป โคตรเสียวเลย" ป้องบอกให้ผมกระหน่ำดูดตรงบริเวณหัวกระดอที่เปิดบานเป็นดอกเห็ด

ผมดูดหัวกระดอของป้องได้ซักพัก ป้องก็ใช้มาลูบๆวนๆบริเวณก้นของผม ซึ่งพอจะเป็นสัญญาณบอกให้ผมรู้ว่า ป้องพร้อมที่จะเอากระดอยัดใส่รูดากของผมแล้ว

หลังจากทาเจลหล่อลื่นเรียบร้อย ป้องจัดการทำหน้าที่ของตนอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง นั่นก็คือ ค่อยๆเอาท่อนเอ็นยัดเข้าไปในรูดากของผมจนมิดลำ

ป้องกระเด้าเป็นจังหวะที่รับประสานแรงโยกส่ายไปมาของสะโพกผม เวลานี้ผมเสียวอย่างล้นพ้นจนเกินบรรยายจริงๆ นอกจากจะเสียวจากท่อนเอ็นของป้องที่กระเด้าเข้าๆออกๆรูดากของผมแล้ว ผมยังเสียวยกกำลังสองจากมือของป้องที่สาวว่าวให้ผมอย่างส่งรับจังหวะเสียวได้ลงตัว

"นายเย็ดโคตรเก่ง เราเสียวสุดๆ นี่ใกล้จะแตกแล้ว" ผมครางออกมา เพราะเริ่มเสียวและเกร็งบริเวณท้องน้อยมาก

"เราใกล้จะแตกเหมือนกัน" ป้องเริ่มซอยถี่รัวเร่งจังหวะมากขึ้น จนกระทั่งร้องเสียงหลงออกมา (ซึ่งแน่นอนว่า ป้องน้ำแตกเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งผมยังรู้สึกอุ่นๆเหนียวๆข้างในรูดาก)

แท่งตอปิโดของผมได้พ่นพิษเป็นน้ำสีขาวขุ่นหนืดๆออกมาจนหมดเกลี้ยง

รวมยอดแล้ว ผมโดนป้องถล่มประตูไป 3 ประตู ต่อ 0 (กลายเป็นเมียของป้องตามพฤตินัยอย่างไร้ข้อครหา)

หลังปฎิบัติกิจกามเสร็จสิ้นแล้ว ผมกับป้องเข้าไปอาบน้ำด้วยกัน จากนั้นก็แต่งตัวและออกไปกินอาหารเที่ยง ผมนั่งซ้อนมอเตอร์ไซด์ของป้อง โดยป้องอาสาพาผมไปกินเย็นตาโฟร้านเจ้าประจำ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านขายยาคณะเภสัชฯ
ร้านเย็นตาโฟเจ้านี้โด่งดังมากๆ เรียกได้ว่า คนเชียงใหม่ส่วนใหญ่รู้จักร้านเย็นตาโฟเจ้านี้เป็นอย่างดี

เมื่อเดินเข้าไปในร้าน ผมถึงกับตกใจและอึ้งกิมกี่...

"ตอนเช้าไม่ไปเรียน ที่แท้มีนัดนี่เอง" นพทักทายผม

"พูดเรื่องอะไร? ตื่นสายต่างหากถึงไม่ได้ไปเรียน" ผมพูดกับนพ โดยพยายามไม่สบตาหรือมองหน้าพี่ต่อซึ่งนั่งอยู่ด้วยกับนพ

"เกือบลืมไป นพ นี่... ป้อง คณะวิจิตรฯ ป้อง นี่... นพ อยู่สาขาวิชาเดียวกับเรา" ผมแนะนำให้นพกับป้องรู้จักกัน โดยที่ไม่สนใจที่จะแนะนำให้ป้องรู้จักกับพี่ต่อเลย

"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็ พี่ต่อ นั่นเอง ไม่ได้เจอกันโคตรนานนะพี่ ตั้งแต่เทอมก่อนโน่น" ป้องพูดทักทายกับพี่ต่ออย่างกับคนรู้จักกันมานาน

"รู้จักกันด้วยเหรอ?" ผมถามป้องอย่างงงๆเหมือนไก่ตาแตก (ทำไมเรื่องมันถึงได้เริ่มผูกปมขมวดแบบนี้ว่ะ มึนเลยตรู ถ้าเกิดว่าสองคนนี้รู้จักคุ้นเคยและสนิทกันมาก แล้วตรูจะทำอย่างไรดี งานนี้ตรูโดนแฉแน่ๆ)

"รู้จักกันตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว พี่ต่อเป็นพี่โรงเรียนของเราเอง เรามาจากโรงเรียนเดียวกัน" ป้องบอกผมถึงที่มาที่ไป คำตอบของป้องทำเอาผมแทบจะหงายหลังทันที

ทำไมตรูไม่รู้เลยว่า ทั้งสองคนนี้มาจากโรงเรียนเดียวกัน !!!!!! เพราะตรูไม่ได้ถามป้องนี่ว่า จบโรงเรียนอะไร !!!!!! รู้แค่ว่า ป้องเป็นคนกรุงเทพแค่นั้นเอง ช่างรอบคอบจริงๆเลยตรู ขอประชดตัวเองซักหน่อย

พี่ต่อส่งยิ้มให้ผม รอยยิ้มของพี่ต่อมันช่างเป็นรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชัยชนะเหนือคู่ต่อสู้จริงๆ

"คงไม่ว่านะ ถ้าฉันกับป้องจะขอตัวไปนั่งที่โต๊ะโน่น คือ ฉันรู้ว่าแกกับพี่เขาอยากใช้เวลาส่วนตัวกันสองต่อสอง" ผมหันหน้าไปพูดกับนพ

"น่าเกลียดมาก กลัวจะขัดคอฉันกับพี่ต่อ หรือกลัวว่า ฉันกับพี่ต่อ จะขัดคอแกกับป้อง? นั่งด้วยกันนี่แหละ จะได้คุยกันให้จุใจซักหน่อย มีเรื่องจะเม้าท์ให้ฟังตั้งหลายเรื่อง" นพพยายามดึงแขนผมให้นั่งลง

"นั่งด้วยกันนะป้อง พี่มีเรื่องจะคุยกับเอ็ง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ดูซูบๆไป ยังไงเอ็งอย่าหักโหมให้มาก เมื่อวันจันทร์พี่ก็เจอเอ็งกับกันต์นั่งอยู่ด้วยกันที่โรงอาหารคณะ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้เข้าไปทักทาย เผอิญรีบไปเรียน" พี่ต่อมองหน้าผม สายตาของพี่ต่อเหมือนพยายามจะสื่อนัยอะไรบางอย่าง

"เสน่ห์แรงจริงๆนะ ไปหามาจากที่ไหนจ๊ะ หน้าตาหล่อเท่ห์สุดๆ มิน่าละ ได้น้ำดีนี่เอง หน้าตาแกถึงได้สดใสเปล่งปลั่งเช่นนี้" นพกระซิบกระซาบผม พร้อมกับเหล่ตามองไปที่ป้อง ส่วนป้องนั้นก็ทำหน้าเขินๆเกร็งๆนิดๆ จากนั้นจึงคุยกับพี่ต่อเรื่องสัพเพเหระต่างๆ

หลังจากอิ่มหนำสำราญจากการกินเย็นตาโฟเสร็จเรียบร้อย พวกเราทั้ง 4 คนได้แยกกันไปคนละทาง โดยพี่ต่อไปกับนพ ส่วนผมไปกับป้อง

ป้องขี่มอเตอร์ไซด์มาส่งผมที่หน้าคอนโด เมื่อจอดมอเตอร์ไซด์เรียบร้อยแล้ว ป้องพูดขึ้นมาว่า "ทำไมตอนอยู่ในร้านเย็นตาโฟ นายไม่คุยกับพี่ต่อเลย มีอะไรกันหรือเปล่า?" พอพูดจบ ป้องทำหน้าสงสัย

"ไม่มีอะไรมากหรอก เราแค่หมั่นใส้ ไม่ถูกชะตากับไอ้พี่ต่อ คนอะไรขี้เก๊ก หลงตัวเอง เราไม่กินเส้นกับเขามาตั้งแต่ตอนเราอยู่ปี 1 แล้ว" ผมสร้างประเด็นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ (สตอเบอร์รี่จริงๆเลยตรู)

"เรื่องเป็นแบบนี้นี่เอง นายไม่ต้องไปสนใจอะไรมากหรอก พี่เขามีบุคลิกภาพแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ถ้าได้คุยได้รู้จักแล้ว พี่เขาเป็นคนดีคนหนึ่งเลยนะ" ป้องแสดงความคิดเห็น

ผมกับป้องเดินเข้าไปในตัวตึก ในขณะที่กำลังเดินเข้าประตูใหญ่นั้น......

"แต่งตัวซะหล่อ ออกไปไหนมา? วันนี้ไม่มีเรียนหรือ?" บอลยิ้มทักทายผม

"มีแต่โดด ขี้เกียจไปเรียน เราเพิ่งออกไปกินข้าวมา แล้วนายละ? กำลังจะออกไปเรียนเหรอ? ดูหน้าตาและทรงผมเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ" ผมมองดูบอลในชุดนักศึกษาที่ใหม่เอี่ยมอ่องอรทัย

"ใช่ เราต้องรีบไปแล้วละ เดี๋ยวเข้าห้องเรียนสาย อาจารย์ยิ่งโหดๆอยู่ด้วย เอาไว้ค่อยคุยกันใหม่" พอพูดจบ บอลรีบวิ่งไปสตาร์ทมอเตอร์ไซด์ทันที

"ตามองตา สายตามาจ้องมองกันรู้สึกเสียวซ่านหัวใจ" ป้องร้องเพลงพร้อมกับทำหน้าทะเล้นใส่ผม

ผมแกล้งทำหน้าเบ้ให้กับฝ่ายตรงข้าม

"เสน่ห์แรงจริงๆ เมียเรา เอาไว้ค่อยคุยกันใหม่นะ ต้องรีบไปเรียน " ป้องยังคงตั้งหน้าตั้งตาแซวผมอย่างต่อเนื่อง

"บ้า.... สงสัยนายคงจะเมาเย็นตาโฟ ถึงได้ไร้สติขนาดนี้" ผมค้อนใส่ป้อง

"แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะ เด็กปีหนึ่งซะด้วย คิดแอบคบชู้ใช่ไหมนี่? ตอนคุยกันเห็นจ้องมองทำตาหวานใส่กันปานจะกลืนกิน" ป้องยังไม่เลิกแซวผม

"ถ้าเกิดเขาคิดแบบนั้นกับเราจริงๆขึ้นมาละก็ ป่านนี้นายคงไม่ได้มายืนกัดจิกเราหน้าสลอน และประกาศตัวเป็นผัวเราให้เอิกเกริกแบบนี้หรอก" ผมพูดประชดป้อง และทำหน้างอนใส่แต่พองาม

"ในที่สุดนายก็ยอมรับแล้วใช่ไหมว่า เราเป็นผัวนาย และนายก็เป็นเมียเรา" ป้องยิ้มเยาะผมอย่างสะใจ

"ทะลึ่ง เล่นอะไรก็ไม่รู้ เลิกเล่นได้แล้ว" ผมเหนียมอายจนพูดอะไรไม่ออก

ผมกำลังไขกุญแจลูกบิดเพื่อเปิดประตูห้อง ทันใดนั้นผมก็รู้สึกเคืองๆเหมือนมีอะไรนุ่มๆเบาๆมาโดนที่แก้ม พอเหลือบตาดู ถึงได้รู้ว่าถูกป้องขโมยหอมแก้มอย่างไม่รู้ตัว ผมรู้สึกสั่นสะท้านและเขินอายจนทำอะไรไม่ถูก

"ตกลงจะเข้าห้องไหม? หรือว่าจะยืนที่หน้าประตูอยู่อย่างนี้?" ป้องเอ่ยถามผม

เมื่อเข้าห้องปิดประตูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"กันต์... เราชอบนายนะ เราไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้มาก่อน เราอยากจะอยู่ใกล้นายตลอดเวลา" ป้องโอบกอดผม

ผมยืนตัวเกร็ง โดยที่ไม่พูดไม่จาอะไร เพราะรู้สึกตกใจและไม่รู้ว่าจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสถานการณ์ที่น่ายินดีปรีดาก็ตาม

"เฮ้ย.... ว่าไง.... นายเป็นอะไรหรือเปล่า ดูเงียบๆไม่พูดไม่จา" ป้องถามผมด้วยสีหน้าที่วิตกกังวล

"เราไม่เป็นอะไร ขอบใจมากนะ คือว่า รู้สึกตกใจนิดหน่อย แบบตกใจในทางที่ดี เราก็รู้สึกแบบเดียวกับที่นายรู้สึกกับเรา แต่..... " ผมบอกความรู้สึกของตัวเองกับป้อง

"แต่.. อะไร?" ป้องถามด้วยความอยากรู้

"เราบอกตามตรงนะ เรากับนายก็เพิ่งจะเจอกัน เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่เท่าไหร่ ยังไม่ถึงอาทิตย์ด้วยซ้ำ เรายังไม่รู้จักนิสัยและตัวตนที่แท้จริงของนายมากพอ และนายเองก็ยังไม่รู้จักนิสัยและตัวตนที่แท้จริงของเราด้วย บางทีเราอาจจะไม่ชอบนิสัยหรือตัวตนบางอย่างบางจุดของกันและกันก็ได้"

ป้องนั่งฟังผมอย่างตั้งใจ

ผมพูดต่อไปว่า "เอาอย่างนี้ไหม? ตอนนี้เรายังไม่ต้องคิดอะไรเลยเถิดไปไกลมากขนาดนั้น คบกันเอากันไปเรื่อยๆ สนุกกันไปตามเรื่องตามราวก่อน พอผ่านไปนานเข้า ถ้าทุกอย่างยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เราค่อยมาพูดกันใหม่ว่า จะเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์จากคู่ขา คู่นอน คู่เย็ด มาเป็น คู่รัก หรือไม่?"

"พูดเข้าท่าดีนะ เราเห็นด้วยกับความคิดของนาย ฉลาดสมกับเป็นเมียเราจริงๆ" ป้องพูดสนับสนุนปนติดตลกนิด

"อะ แฮ่มๆๆๆๆๆ" เราไอกระแอมนิดๆ

"ขอเสริมอีกนิดหนึ่ง ลืมไปว่า ตอนนี้ถ้าเกิด นายเป็นแฟนเราจริงๆ เราอาจจะยังไม่พร้อมรับมือต่อกลอน เพราะนายตัวอันตรายมากๆ" ป้องพูดแทรกขึ้นมา

"อันตรายอย่างไร? ไม่เข้าใจ?" ผมทำสีหน้างงๆ

"อันตรายตรงที่ นายเป็นคนหน้าตาดีมาก ใครเห็นใครก็ชอบและอยากได้นายกันทั้งนั้น เราไม่อยากวิตกกังวลคิดมากกลัวว่า จะมีคนมาจีบนายเยอะมาก มาแย่งนาย หรือนายจะเจอคนที่หล่อที่ดีมากกว่าเรา แล้วทิ้งเราไป" ป้องอธิบายเหตุผล

"อะไรจะคิดมากคิดลึกขนาดนั้น พ่อคุณ!!!!!! เราซะอีกที่จะต้องเป็นฝ่ายคิดมากกว่า หน้าตาอย่างนาย จัดได้ว่าหล่อเป็นที่ต้องการของตลาดสุดๆ ทั้งหล่อ ทั้งเท่ห์ ทั้งเซอร์ ที่สำคัญ แฟชั่นหนุ่มผมยาวกำลังมาแรงซะด้วย เรากลัวว่า จะมีคนมารุมจีบนายเยอะมากๆ แต่ละคนนอกจากจะหน้าตาดีแล้ว ยังมีคุณสมบัติอื่นๆที่ดีเพียบพร้อมกว่าเรามาก" ผมพูดโต้ตอบ

ป้องยิ้มพร้อมกับกอดผมไว้กับตัวอย่างแนบแน่ สำหรับผมแล้ว มันช่างเป็นอ้อมกอดที่อบอุ่นและน่าประทับใจอะไรเช่นนี้ (ความรู้สึกแตกต่างจากอ้อมกอดที่เกิดจากอารมณ์ใคร่อย่างสิ้นเชิง)

"ให้มันได้อย่างนี้ซิจ๊ะ... เมียจ๋า.. ผัวคนนี้จะเย็ดให้เสียวรูตูดชนิดไม่ขาดตกบกพร่องทีเดียว" ป้องพูดจาเล่นลิ้นเพื่อสร้างบรรยากาศให้คึกคัก

ผมส่งยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี

"คืนวันเสาร์เรามาหานาย และมาค้างกับนายอีกได้ไหม?" ป้องถามผม

"ไม่บอกนายคงจะรู้คำตอบของเราแล้วนะ" ผมพูดอย่างเอียงอาย

ป้องสบตาผมพร้อมกับจูบลงบนหน้าผาก ตอนนี้ผมรู้สึกหนาวๆร้อนๆอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกพิเศษสุดๆ ไม่บอกก็คงจะรู้ว่า มันมีคุณค่าทางจิตใจมากแค่ไหน

"ดีเหมือนกัน วันอาทิตย์นี้เราจะได้ขับรถพานายไปเที่ยวตลาดทุ่งเกวียนและลำปางด้วย เรากะว่าจะไปเที่ยวตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสซักที" ผมพูดขึ้นมา

ป้องไม่พูดไม่จา ได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่อย่างนั้น

"ป้อง... มองออกไปตรงข้างนอกระเบียงซิ วิวสวยมาก" ผมชี้มือไปตรงระเบียง

ป้องหันหน้าไปตรงระเบียงอย่างรวดเร็ว ในจังหวะนี้ ผมเลยถือโอกาสขโมยจูบตรงที่แก้มของป้องไป 1 ฟอดใหญ่

ป้องหันกลับมามองผม ด้วยสีหน้าที่อายๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของป้องมันทำให้โลกใบเล็กๆของผมสดใสขึ้นในบัดดล

......................................................................


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

45. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #44
 
23-Dec-12, 10:40 PM (SE Asia Standard Time)
 
   น้องกันต์มีแฟนซะแล้ววววว


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
(-_-!)
Guest

46. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #45
 
24-Dec-12, 11:24 AM (SE Asia Standard Time)
 
   ผมกลัวอะไรบางอย่าง ... รอติดตามครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

48. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #46
 
24-Dec-12, 09:09 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >ผมกลัวอะไรบางอย่าง ... รอติดตามครับ

5555+ อยากรู้ก็ต้องติดตามนะครับ

ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

47. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #45
 
24-Dec-12, 09:08 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >น้องกันต์มีแฟนซะแล้ววววว

โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ แล้วจะรู้ว่ามีแฟนหรือไม่

ขอบคุณมากครับ สำหรับกำลังใจที่ให้กันมา


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

49. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #47
 
24-Dec-12, 09:30 PM (SE Asia Standard Time)
 
   เช้าวันศุกร์ ผมกำลังนั่งกินข้าวเช้าอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ที่โรงอาหารคณะ


"นั่งด้วยคนนะ" เสียงคนพูดดังขึ้นมา

ผมเงยหน้าขึ้นไปมอง พอเห็นหน้าเจ้าของเสียงเท่านั้น ใบหน้าของผมถึงกับเปลี่ยนสีทันที

"อยากนั่งก็นั่งซิ ไม่ได้ห้ามนิ ม้านั่งสาธารณะ ไม่ใช่ของผม ไม่จำเป็นต้องขออนุญาติก็ได้" ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา (นึกว่าใครที่แท้พี่ต่อนี่เอง แค่เห็นหน้า ผมก็หมดอารมณ์กินข้าวทันที)

พี่ต่อโน้มตัวนั่งลง "ตกลงกันต์จะไม่พูดกับพี่ดีๆเลยใช่ไหม? พี่ถามจริงเหอะ ที่กันต์แสดงออกแบบนี้กับพี่ กันต์หึงพี่ใช่ไหม?"

"พี่พูดอะไรของพี่? พูดจาแบบนี้ เหมือนพี่กำลังดูถูกผมอยู่นะ พี่พูดอย่างกับผมพิศวาสพี่มากมายอย่างนั้น ผมว่าตอนนี้พี่น่าจะรีบวิ่งไปส่องกระจกในห้องน้ำดูหน้าตาตัวเอง ก่อนจะมาทึกทักว่า ผมแอบชอบและหึงหวงพี่ โอเค ที่ผ่านมา ผมอาจจะเคยหน้ามืดตามัวเผลอตัวมีอะไรกับพี่หลายครั้ง แต่มันเป็นเพียงแค่ความกำหนัดเท่านั้น " ผมพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง มันยากที่จะอธิบายอารมณ์ในเวลานั้นจริงๆ ( ไม่รู้ซิ บอกไม่ถูก อาจจะเป็นเพราะว่า พี่ต่อเป็นแฟนกับนพ และนพเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผม ผมไม่อยากให้นพรู้เรื่องที่ผ่านมาระหว่างผมกับพี่ต่อ กลัวว่านพจะไม่สบายใจ สำหรับผมแล้ว การอยู่ห่างๆพี่ต่อไว้เป็นดีที่สุด)

"พี่ถามแค่นี้ ทำไมกันต์ต้องแสดงท่าทีโกรธเป็นฟืนเป็นไฟด้วย ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบซิ ไม่เห็นต้องทำท่าฟึดฟัดไม่พอใจ" พี่ต่อทำหน้าตาไม่สะทกสะท้านใดๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น (การตีสีหน้าแบบนี้ ยิ่งทำให้ผมโมโหหนักกว่าเดิม)

"อย่าหาว่าผมเสียมารยาทเลย ผมขอตัวก่อนนะ กินข้าวไม่ลง ขืนนั่งอยู่ในโรงอาหารก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา ตั้งแต่นี้ต่อไป เวลาเจอกันให้ทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน จะดีที่สุด" พอพูดจบผมถือจานข้าวพร้อมสมุดหนังสือ เตรียมตัวลุกออกจากโต๊ะทันที

"เออ… ทำหยิ่งจองหอง ทำเก่งไป ที่พี่ยอมลดตัวลงมาพูดคุยกับพี่เอ็ง เพราะหวังดีและอยากจะเตือนเรื่อง ไอ้ป้อง เห็นเอ็งกับมันประกาศเป็นคู่ผัวตัวเมียต่อหน้าผู้คนอย่างเอิกเกริก ไอ้นี่มันเจ้าชู้ ขี้เอาจะตาย สมัยอยู่มัธยม แม่ง.. ผ่านมาไม่รู้กี่สังเวียนกี่สนามแล้ว พี่แค่อยากจะเตือนเอ็งก็เท่านั้น แต่ดูคำพูดที่เอ็งพูดซิ สุนัขไม่รับประทานจริงๆ " พี่ต่อพูดเสียงดังใส่ผม(ผมกำลังลุกออกไปจากโต๊ะ) จนบรรดาคนที่นั่งกินข้าวอยู่โต๊ะข้างๆ ต่างก็หันมามองผมกับพี่ต่อ ด้วยท่าทางที่อยากรู้อยากเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

ผมเดินเอาจานข้าวไปวางในที่เก็บจานอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะออกโรงอาหาร ผมเดินลัดเลาะมายังโต๊ะที่พี่ต่อนั่ง พร้อมกับชูนิ้วกลางนิ้วเดียวใส่พี่ต่อ (ด้วยอารมณ์สับสนปนเม้งหน่อยๆ) จากนั้นผมรีบใส่เกียร์วิ่งสู้ฟัดออกจากโรงอาหารทันที (ขืนไม่วิ่ง มีหวังโดนพี่ต่อตื๊บคาโรงอาหารแน่ๆ แสบจริงๆเลยตรูนี่) ในใจลึกๆแล้ว ผมเองก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ไปยั่วโมโหและพูดจากวนบาทา พี่เขาก่อน


เย็นวันศุกร์


ผมมีนัดกับน้องก้อง (น้องรหัสสุดหล่อของผม) หลังจากเลิกเรียนแล้ว ผมรีบกลับไปอาบน้ำอาบท่าและแต่งตัว (แฟชั่นจะต้องเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ว่า เสื้อผ้า หน้า ผม ต้องดูดีมีสไตล์ ไม่ได้แต่งไปอ่อยเหยื่อนะครับ แค่แต่งไปเช็คเรตติ้งเฉยๆ)

ผมขับรถมาถึงข้างหน้าหอชาย 5 ตามที่ได้นัดหมายกับน้องก้องไว้

"รอนานไหมก้อง?" ผมเห็นน้องก้องมายืนรอข้างหน้าหอ ก่อนที่ผมจะมาถึง

"ไม่นานครับ พี่กันต์แต่งตัวหล่อมากๆ วันนี้ผมขอควงพี่รหัสสุดหล่อซักวัน" น้องก้องส่งยิ้มที่หวานหยาดเยิ้มให้ผม

"เราก็แต่งตัวหล่อไม่เบาเหมือนกันนะ รีบๆขึ้นรถเร็ว พี่ไม่อยากจอดขวางทางเข้านาน" ผมพูดก้มหน้าก้มตา โดยพยายามไม่มองหน้าน้องก้อง เนื่องจากเขินต่อสายของน้องก้องที่จ้องมองผม

"เขินผมหรือครับ พี่กันต์ ????" น้องก้องจ้องหน้าผม เหมือนพยายามจับพิรุจ

"ไม่มีอะไร บ้าไปใหญ่แล้วเรา ว่าแต่อยากกินอะไรละ? พี่จะได้พาไปถูกร้าน" ผมแกล้งเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อหลบเลี่ยงประเด็น

"อะไรก็ได้ ผมกินได้หมด ถ้ากินกับพี่รหัสสุดหล่อ" น้องก้องใช้สายตาแทะโลมผม (แรงส์จริงๆ น้องรหัสตรู)

"แน่ใจนะว่า กินอะไรได้หมด ถ้าอย่างนั้น พี่จะพาเราไปกินข้าวที่โรงอาหารใต้หอเรา ว่าไง? โอเค ไหม?" ผมพูดหยอกเย้า

"พี่กันต์ช่างมีอารมณ์ขำจริงๆนะ ไม่เอาครับ พี่ถามผมว่า อยากจะกินอะไร ผมขอตอบว่า กินอะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่กับข้าวในโรงอาหาร ร้านอาหารในมอ หน้ามอ หลังมอ หรือร้านอาหารในละแวกมอ อยากไปร้านที่อยู่ในเมือง หรือไม่ก็ไกลจากมอ นะครับพี่กันต์สุดหล่อ" น้องก้องอ้อนผม

ผมพาน้องก้องมากินข้าวที่ร้านอาหาร "ริเวอร์ไซด์" ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ขึ้นชื่อของเชียงใหม่

"อยากกินอะไร สั่งได้ตามสบายเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ" ผมบอกน้องก้อง

"ขอบคุณครับพี่กันต์ พี่กันต์มาที่ร้านนี้บ่อยไหมครับ? ผมอยากรู้ว่า ร้านนี้อะไรอร่อย?" น้องก้องถามผม

"แค่ครั้งเดียว เมื่อตอนอยู่ปี1 พี่รหัสของพี่ ก็พี่นา พาพี่มาเลี้ยงที่นี่ แต่เห็นหลายคนบอกว่า อาหารพวกยำ หรือไม่ก็ ต้มยำ ที่นี่อร่อยนะ" ผมแสดงความเห็น

ผมกับน้องก้องได้สั่งอาหารมาคนละ 2 อย่าง น้องก้องสั่ง แกงส้มปลาช่อน และผัดคะน้าหมูกรอบ ส่วนผมสั่งยำทะเลรวมมิตร และไก่ผัดพริกเผา โดยมีส้มตำปู และหอยจ้อทอด เป็นเครื่องเคียง

"พี่กันต์ต้องชอบกินอาหารรสจัดแน่ๆ ดูสั่งแต่ละอย่าง" น้องก้องมองดูอาหารบนโต๊ะ

"ใช่แล้ว พี่ชอบกินอาหารรสจัด ยิ่งเผ็ดยิ่งชอบ แล้วก้องกินเผ็ดได้ไหม?"

"พอได้ครับ แต่ต้องไม่เผ็ดมากนะ เห็นเขาว่าคนที่ชอบกินเผ็ดนี่เซ็กส์จัด ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า?" น้องก้องจ้องหน้าผมด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ (น้องก้องพูดประโยคแบบนี้เหมือนก๊อปปี้พี่ต่อมาเลย เกี่ยวกับเรื่องกินเผ็ดแล้วเซ็กส์จัด)

"จะลองไหมละ? จะได้รู้ว่าจัดหรือไม่จัด" ผมพูดหยอกเอินแบบตลกโปกฮา โดยที่ไม่ได้คิดอะไร

"แฮ่ม... พูดแล้วอย่าคืนคำนะครับ ผมยิ่งเป็นคนใจกล้าบ้าบิ่นซะด้วย พี่กล้าท้า ผมกล้ารับคำท้า" น้องก้องพูดอย่างจริงจัง (ตรูกลัวใจไอ้น้องรหัสคนนี้จริงๆ บ้าได้ใจมาก)

"พี่พูดเล่นเฉยๆ จะบ้าเหรอ" ผมพูดดักคอ (ทั้งที่ใจจริงนั้น... ไม่ต้องคิดแทนผมนะ ผู้อ่านที่น่ารัก คุณอาจจะเดาใจผมผิดก็ได้! ผมไม่กล้าคิดกับน้องก้องแบบนั้น เนื่องจากความเป็นน้องรหัสและเรียนอยู่สาขาวิชาเดียวกัน จะต้องเจอหน้ากันไปอีกนาน ผมไม่อยากให้เรื่องเซ็กส์ต้องมาทำให้เราผิดใจกัน ชนิดที่มองหน้ากันไม่ติด แต่ว่าไปได้ซักทีก็ดีเหมือนกัน ตกลงตรูจะเอายังไงกันแน่นี่? พูดเองเออเอง กลืนน้ำลายตัวเอง และก็งงเอง)

"อ้าว... เป็นงั้นไป ผมอุตส่าห์หลงดีใจ ไอ้จ้อนของผมมันอยากออกศึกเต็มทนแล้ว" น้องก้องพูดอย่างเสียดาย

"ทะลึ่งนะเรา กินเข้าไป กับพี่รหัสยังไม่เว้นเลย หน้าตาหล่อ แถมคารมดีแบบนี้ มีคงจะมีแฟนเพียบชนิดที่หัวกระดอ เอ๊ย…! หัวกระไดหอไม่แห้งละซิ"

"มีมาเรื่อยๆครับ แต่ผมชอบมีอะไรกับผู้ชายมากกว่า มันสนุกตื่นเต้นและเสียวกว่ามาก ผมไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงนานมาก ตั้งแต่สมัยอยู่ม.5 แล้วมั๊ง เอากับผู้หญิงน่าเบื่อยังไงไม่รู้ นอนอย่างเดียวไม่ยอมทำอะไรเลย ไม่ไหว แล้วพี่กันต์มีแฟนหรือยังครับ?" น้องก้องพูดถึงรสนิยมทางเพศของตัวเอง อย่างไม่ปิดบังและไม่มีเขินอายแต่อย่างใด

"หน้าตาอย่างพี่จะมีใครเอา ถ้าหล่ออย่างเราก็ว่าไปอย่าง" ผมพูดถ่อมตัว

"ไม่จริง... ถ้าหน้าตาอย่างพี่กันต์เรียกว่า ไม่หล่อ แล้วหน้าตาอย่างผมมันจะเหลือเหรอ" น้องก้องพูดขึ้นมา

ผมกับน้องก้องกำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ทันใดนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่ง อายุน่าจะราวๆน้องก้อง หรือไม่ก็แก่กว่าผมประมาณ 2-3 ปี ใส่เสื้อยืดแขนกุดสีขาวลายแดงเหลืองทอง กางเกงยีนส์สีดำ และสวมรองเท้าส้นสูงสีเงิน เดินเข้ามาทางผมและน้องก้อง

ผู้หญิงคนนี้ หน้าตาจัดว่าเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดทางเพศมากกว่าเป็นคนที่สวยน่ารัก

"โลกกลมจริงๆ กันต์จำเราได้ไหม? หมวย เอกภาษาไทย ตอนรับน้องคณะเมื่อปีก่อน เราอยู่ในกลุ่มเดียวกับกันต์ เราเป็นรูมเมทของยุ้ยที่เรียนอยู่เอกเดียวกับกันต์ ไม่รู้ว่ายุ้ยพูดเรื่องของเราให้กันต์ฟังบ้างหรือเปล่า?" ผู้หญิงที่ชื่อ หมวย พูดแนะนำตัวเอง

"ที่แท้ก็เป็นรูมเมทของยุ้ย ขอโทษที่เราจำเธอไม่ได้จริงๆ อย่าโกรธเราเลยนะ" ผมพูดทักทายอย่างเป็นมิตร (ทั้งที่ในใจแอบงงมากๆ ที่จู่ๆมีชะนีโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ แถมยังรู้จักผมอีกด้วย)

"ไม่เป็นไรหรอก มากันสองคนหรือ?" หมวยถามผม

"ใช่… เราพาน้องรหัสมาเลี้ยง" ผมตอบไปตรงๆ

"เรามากับเพื่อนๆ นั่งอยู่โต๊ะโน่น กินข้าวจากที่นี่เสร็จแล้ว จะไปไหนกันต่อ? คือ เรากับเพื่อนๆจะไปเที่ยวที่กังสดาล ถ้ายังไงเราขอเชิญกันต์และน้องรหัสไปเที่ยวด้วยกัน" หมวยเชิญชวนผมและน้องก้อง

"เราต้องขอโทษด้วย เอาไว้โอกาสหน้า พรุ่งนี้ต้องรีบตื่นแต่ตี 4 จะไปธุระที่ลำปาง" ผมแจกสตอให้ยัยหมวยไปหลายกิโล พร้อมทั้งใช้เท้าสะกิดเท้าของน้องก้องเพื่อส่งสัญญาณว่า เป็นอันเข้าใจความหมาย

"เสียดายจัง... แต่ไม่เป็นไร โอกาสหน้าก็ได้ ว่าแต่วันนี้เราทั้งสองได้รู้จักกันแล้วนะ ถ้ากันต์เจอหมวยในมอ อย่าลืมทักทายบ้างนะ" หมวยสบตาผมพร้อมส่งยิ้มที่แฝงด้วยความเสน่หาให้ผม

"ได้ " ผมตอบสั้นๆ (ทั้งที่ในใจอยากจะพูดต่ออีกว่า "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอเชิญคุณหมวยออกไปจากโต๊ะของผมได้แล้ว" ดูใจร้ายไปไหมตรู! ช่วยไม่ได้ตรูดันเป็นโรคแพ้ชะนี)

"เพื่อนๆกวักมือเรียกหมวยแล้ว ต้องขอตัวก่อนนะ ถ้ามีอะไรหมวยจะส่งข่าวผ่านแมวมาบอกอีกที แล้วค่อยเจอกันคราวหน้า" ก่อนจะเดินจากไป ยัยหมวยยังไม่วายที่ทำหน้าตาเซ็กส์ซี่ใส่ผม(สำหรับผมคงเห็นเป็น "เซ็กส์เสื่อม"มากกว่า)

"กว่าจะไปได้ เล่นเอาตรูถึงกับนับ 1 ถึง 1,000 ในใจ ไปซะได้ก็ดี จะอะไรกับคนอย่างตรูนักหนานี่" ผมบ่นพึมพำในใจคนเดียว

"โอ้โห ฮ็อตจริงๆพี่รหัสผม ถึงขนาดมีสาวเซ็กส์ซี่มาตามจิกถึงโต๊ะเลย เท่าที่ดูรูปการณ์แล้ว ท่าทางพี่กันต์จะไม่ชอบผู้หญิงเอามากๆนะ" น้องก้องพูดอย่างรู้ทัน (ปากไวจริงๆน้องตรู)

"เออ... ก็มันไม่ชอบนี่ จะให้ทำอย่างไร? พี่ชอบสาก มากกว่า รู" ผมพูดอย่างเปิดเผย (มาถึงขนาดนี้แล้ว ตรูคงไม่ต้องแกล้งแอ๊บว่าเป็นแมน 100% ต่อหน้าน้องก้องอีกต่อไป ในเมื่อน้องเขากล้าแสดงสปิริตเปิดเผยรสนิยมทางเพศขนาดนี้ มีหรือที่พี่รหัสอย่างผมจะยอมน้อยหน้า)

ผ่านไปซักพัก เสียงเพจเจอร์ของน้องก้องดังขึ้นมา.......

"แฟนเรียกตัวหรือ?" ผมแซวน้องก้อง

"เปล่าครับ.. นุ่ม ส่งข้อความมาชวนไปเที่ยวที่ จีจี้ คืนนี้ เห็นบอกว่าไปกันหลายคน ไปเที่ยวจีจี้ด้วยกันนะครับพี่กันต์ เพื่อนๆผมก็รุ่นน้องสาขาวิชาเดียวกับพี่กันต์ คนกันเองทั้งนั้น" น้องก้องพยายามเชิญชวนผม

"ตกลง แต่พี่ไปแป๊บเดียวนะ ไม่เกินตี1 พี่ก็กลับแล้ว พี่ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ขืนไปเที่ยวนานคงไม่สนุก กะจะไปเต้นยืดเส้นยืดสายซักหน่อย" ผมรับคำเชิญ

จีจี้ เป็นผับที่โด่งดังมากที่สุดในเชียงใหม่ (ในสมัยนั้น) ขณะที่น้องก้องและเพื่อนๆกำลังดื่มและเต้นกันอย่างสนุกสนานนั้น ผมรู้สึกปวดฉี่ จึงเดินไปเข้าห้องน้ำ เมื่อฉี่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมเดินไปล้างมือที่อ่าง ทันใดนั้น ผมรู้สึกว่า เหมือนมีใครมาชนตรงข้างๆตัวผม จนทำให้ผมเซๆเล็กน้อย

"ขอโทษครับ" เจ้าของเสียงที่เดินมาชนผมกล่าวคำขอโทษ

"ไม่เป็นไรครับ" ผมพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าคนที่มาชน

สายตาของผมกับคู่กรณีจ้องประสานกัน คู่กรณีของผมเป็นชายหนุ่ม อายุคงจะแก่กว่าผมไม่กี่ปี หรือเท่ากับผม ที่สำคัญ ชายหนุ่มคนนี้หน้าตาหล่อเหลาเอาการ และรูปร่างก็สูงโปร่งได้สัดส่วน ถูกใจชาวเกย์อย่างเราๆมาก

ชายหนุ่มรูปร่างทรมานใจเกย์ คนนั้น เดินไปยืนฉี่ตรงโถ ส่วนผมล้างมือไปพลันส่องกระจกสำรวจความเรียบร้อยของหน้าตาและทรงผมของตัวเอง (กลัวเรตติ้งตก)

เงาสะท้อนจากกระจกทำให้ผมมองเห็นชายหนุ่มคนนั้น ยืนหันหลังฉี่อย่างชัดเจน (ถ้าโถฉี่ข้างๆว่าง อยากเข้าไปยืนประกบจัง) ซักพักหนึ่งชายหนุ่มคนที่ว่า หันหน้ามาแจกยิ้มให้ผม(แบบผีเห็นผีด้วยกันหรือเปล่า?) ผมยิ้มตอบอย่างมีมารยาท(ปนมารยานิดๆ) พร้อมกับเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว (หลอกให้อยากแล้วจากไป เรตติ้งครั้งนี้เป็นที่น่าพอใจ)

ผมกลับเข้าไปสมทบกับน้องก้องและเพื่อนซึ่งกำลังแด๊นซ์กันอย่างเมามันส์ โดยเฉพาะน้องก้องท่าทางจะคึกคักเป็นพิเศษ ทั้งเต้นทั้งดื่่มอย่างไม่บันยะบันยัง (แทบจะเรียกได้ว่า ดื่มเหล้าพอๆกับดื่มน้ำ ส่วนผมนะเหรอ แค่โค๊กแก้วเดียวยังไม่หมดเลย)

ผมเต้นได้ไม่กี่เพลงก็ต้องขอตัวมายืนพักที่โต๊ะ ขณะที่กำลังยืนปลดปล่อยอารมณ์ไปตามเสียงเพลงนั้น

"มาเที่ยวบ่อยไหมครับ?" ชายหนุ่มที่เดินชนผมในห้องน้ำ พูดทักทาย (แอบสะดกรอยตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่นี่? ผมไม่ยักกะเห็นหรือรู้สึกตัวเลย มาแบบย่องเงียบจริงๆ)

"ไม่บ่อยครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ส่วนครั้งแรกนั้น นานเป็นปีแล้ว" ผมตอบรับคำทักทายด้วยอัธยาศัยที่ดี

"ผมชื่อ เสือ คุณ.... ? " ชายหนุ่มแนะนำตัวเอง พร้อมกับยกแก้วเหล้าในมือเพื่อขอชนแก้วกับผม

"กันต์... ยินดีที่ได้รู้จักครับ" ผมยกแก้วขึ้นชนกับแก้วของเสือ

"เช่นเดียวกันครับ คุณกันต์เรียนอยู่ที่ไหน?"

"ไม่ต้องเรียกคุณ เรียกผมก็ได้ มันเป็นทางการจนเกินไป ฟังแล้วจั๊กจี้ เราเรียนอยู่......."

"ผมก็เด็กมอ เหมือนกัน อยู่เทคนิคการแพทย์ ปี 1 แล้วกันต์อยู่คณะไหน? ปีอะไร?"

"เราอยู่คณะ........ ปี 2 แต่ไม่ต้องเรียกเราว่าพี่นะ เราว่านายแก่กว่าเราแน่ๆ เรื่องมันยาว ไว้ค่อยเล่าให้ฟัง"

ทันใดนั้น น้องก้องก็เดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างผมกับเสือ กลิ่นเหล้าแรงๆโชยออกมาจากตัวของน้องก้อง

"จะจีบพี่รหัสผมหรือ? ผมหวงนะ" น้องก้องพูดกับเสือด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะเป็นมิตร

"ไปเต้นกันต่อเถอะ พี่กันต์" น้องก้องใช้แขนโอบไหล่ผม (ถึงเนื้อถึงตัวเร็วดีจัง)

"เอาไว้เพลงหน้านะ ก้องไปเต้นกับเพื่อนๆก่อน พอเพลงนี้จบพี่ตามไปแน่นอน" ผมมองหาพร้อมกับกวักมือเรียก นุ่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนๆของน้องก้อง ให้มาช่วยพาน้องก้องไปเต้นก่อน

"ไปเต้นกับนุ่มก่อนนะ เพลงหน้าพี่ตามไปแน่นอน" ผมรับปากน้องก้อง

"ก็ได้ครับ เพลงหน้าขึ้นแล้วต้องตามไปนะ ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด เพราะผมมองดูพี่ตลอดเวลา" น้องก้องเน้นย้ำกับผม

ก่อนจะออกไปเต้นกับกลุ่มเพื่อนๆ น้องก้องใช้สายตาจ้องมองเสือ แววตาที่ดูแข็งกร้าวของน้องก้อง เหมือนจะสื่อออกมาเป็นการเตือนให้เสือรู้ตัว

"เราต้องขอโทษแทนน้องเขาด้วย อย่าถือสาเลย น้องเขาเมา" ผมขอโทษเสือแทนน้องก้อง

"เราไม่ถืออยู่แล้ว มีพี่รหัสหล่อๆอย่างกันต์ ถ้าไม่หวงก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ตั้งแต่นี้ไป เราต้องเอาใจก้องให้มากๆซินะ เผื่อว่าเขาจะเปิดไฟเขียวให้เราใกล้ชิดกับพี่รหัสสุดหล่อได้" เสือใช้แววตาเพื่อต้องการสื่ออะไรบางอย่างกับผม

ผมไม่พูดไม่จา (ก็มันเขินนี่ จะให้ทำไง) เมื่อเพลงใหม่เริ่มต้นขึ้น น้องก้องเข้ามาฉุดแขนผมไปเต้นอย่างรวดเร็ว จนผมไม่มีโอกาสได้บอกกล่าวอะไรกับเสือ พอเพลงจบลง ผมพยายามมองหาเสือที่บริเวณโต๊ะ แต่ก็ไม่พบเจอ (ทิ้งไว้แค่ความเสียดาย)

ระหว่างทางที่ขับรถกลับ...

"คืนนี้ผมนอนค้างกับพี่กันต์ได้ไหมครับ? ผมลืมเอากุญแจห้องมา" น้องก้องเอ่ยถามขึ้นมา ด้วยหน้าตาที่เหม่อๆเคลิ้มๆ จากฤทธิ์ของสุรา (ไม่รู้ว่าลืมจริงหรือว่าแกล้งลืม?)

"อืม.. ก็ได้" ผมตอบตกลง

ก่อนจะเข้านอน ผมให้น้องก้องนอนเตียงเดียวกับผม โดยมีหมอนข้างมาคั่นกลางแบ่งเขตแดนบนเตียงระหว่างเรา

เมื่อหัวถึงหมอน น้องก้องนอนหลับทันที แถมกรนส่งเสียงดังอีกต่างหาก ส่วนผมก็เผลอหลับไปไม่นานหลังจากน้องก้อง

ในตอนกลางดึก(หรือใกล้รุ่งสาง มิทราบได้ เพราะออกจากผับประมาณตี 1 กว่าๆ กว่าจะเข้านอนก็ปาไปเกือบๆตี 3 ) ผมรู้สึกว่ามีอะไรอุ่นๆนุ่มๆแฉะๆ มาประคบตรงหว่างขาของผม (ลืมบอกไปว่า ผมนุ่งกางเกงเลแบบใช้เชือกผูกรัดเอว ซึ่งเวลานอนผมมักจะรัดเชือกแบบหลวมๆ) ผมไม่ได้ลืมตาดู เพราะรู้สึกเหนื่อยไม่มีแรง และอาจจะมาจากฤทธิ์ยาแก้ปวดด้วย (ก่อนนอนผมกินยาแก้ปวดเข้าไป เพราะรู้สึกปวดหัวจากกลิ่นควันบุหรี่และกลิ่นอะไรต่อมิอะไรในผับ)

วินาทีต่อมา ผมรู้สึกเสียวที่ถุงกะโปกเหมือนถูกลิ้นเลียไปรอบๆ จากนั้นแท่งตอปิโดของผมก็แข็งโด่ขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ ลิ้นที่ลากเลียตรงกะโปกเริ่มเปลี่ยนตำแหน่งขึ้นมาตรงลำแท่งตอปิโดของผมอย่างช้าๆ จนมาหยุดอยู่ที่ปลายหนังหุ้มหัวตอปิโดที่เปิดออกไม่มากนัก

ผมเริ่มรู้สึกเสียววาบขึ้นมาทันที หัวตอปิโดของผมเวลานี้ได้ถูกโหมกระหน่ำเลียอย่างไม่ยั้งทำให้หนังหุ้มเปิดถอก จนหัวกระดอของผมเปิดออกมาสัมผัสปลายลิ้นได้อย่างเต็มที่ ซักพักแท่งตอปิโดของผมถูกสาวว่าขึ้นๆลงๆ ด้วยริมฝีปากที่อ่อนนุ่ม

ผมรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก จะว่าเป็นความฝันมันคงไม่ใช่ เป็นความจริงคงไม่เชิง มันเหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่นซะมากกว่า เพื่อความแน่ใจ ผมจึงค่อยลืมตาขึ้นมาดูทีละนิด ภาพที่ผมเห็นนั้น น้องก้องกำลังใช้ปากอมอวัยวะเพศของผม

ส่วนตัวน้องก้องเองนั้น นอกจากจะใช้ปากลิ้มรสกระดอของผมแล้ว ยังใช้มืออีกข้างสาวว่าวให้ตัวเองอีกด้วย (เข้าใจตั้งท่านะน้องรหัสตรู)

ผมจึงแกล้งหลับและปล่อยเลยตามเลย (สถานการณ์มันสายเกินแก้ที่จะบอกให้น้องเขาหยุด เพราะกระดอของผมได้เข้าอยู่ในปากของน้องเขาแล้ว ถ้าเป็นช่วงก่อนที่น้องเขาจะปลดกางเกงผม ยังพอแก้ไขสถานการณ์ได้)

หลังจากใช้ลิ้นเลียตวัดเล่นทั่วแท่งตอปิโดของผมแล้ว น้องก้องยังใช้ริมฝีปากสาวแท่งตอปิโดของผมขึ้นๆลงๆเป็นจังหวะที่เร็วและรัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนผมน้ำกำหนัดขาวๆขุ่นๆเหนียวๆหนืดๆ พุ่งเข้าไปในปากของน้องก้องจนหมดก๊อก

น้องก้องหันมาชักว่าวให้ตัวเองจนน้ำแตก พอสำเร็จเสร็จสิ้นกามกิจแล้ว น้องก้องดอดมาหอมแก้มผมฟอดใหญ่ๆ แถมกระซิบข้างหูผม… "ผมรู้นะว่า พี่กันต์แกล้งหลับ คนนอนหลับประสาอะไรเคถึงได้แข็งโด่ชูชันแบบนี้ แถมน้ำยังพุ่งแรงอีกด้วย ไม่ต้องอายหรอกครับ"

ผมรู้สึกเขินอายจนพูดไม่ออก ได้แต่หันไปยิ้มให้น้องก้องเท่านั้น น้องก้องกอดผมจนเผลอหลับไป

ผมตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของน้องก้อง ผมหันไปมองดูน้องก้องที่กำลังนอนหลับไหลอยู่บนเตียง
"เมื่อคืนเราถูกน้องก้องลักหลับ พลาดท่าเสียทีน้องรหัสเข้าจนได้" ผมพูดกับตัวเอง


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

50. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #49
 
24-Dec-12, 10:14 PM (SE Asia Standard Time)
 
   แล้วจะไปแก้ตัวกะป้องได้ไงเนี้ยะ ดีนะที่ยังไม่ตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ

ปล แปลกใจกะพี่ต่อ ทำไมกันต์ต้องโกรธพี่ต่อด้วยนะ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
(-_-!)
Guest

51. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #50
 
25-Dec-12, 08:52 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >แล้วจะไปแก้ตัวกะป้องได้ไงเนี้ยะ
>ดีนะที่ยังไม่ตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ
>
>ปล แปลกใจกะพี่ต่อ ทำไมกันต์ต้องโกรธพี่ต่อด้วยนะ

แอบแปลกใจด้วยเหมือนกัน...หรือว่าเค้าทั้งสองจะ ... อืม
อยากย้อนเวลากลับไปเป็นหนุ่มบ้างจัง ...


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ton ton
Guest

52. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #51
 
26-Dec-12, 02:23 PM (SE Asia Standard Time)
 
   มาต่อเร็วๆนะคับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

55. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #52
 
26-Dec-12, 05:03 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >มาต่อเร็วๆนะคับ

โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ รับประกันความแซ่บ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

54. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #51
 
26-Dec-12, 05:00 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >>แล้วจะไปแก้ตัวกะป้องได้ไงเนี้ยะ
>>ดีนะที่ยังไม่ตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ
>>
>>ปล แปลกใจกะพี่ต่อ ทำไมกันต์ต้องโกรธพี่ต่อด้วยนะ
>
>แอบแปลกใจด้วยเหมือนกัน...หรือว่าเค้าทั้งสองจะ ... อืม
>อยากย้อนเวลากลับไปเป็นหนุ่มบ้างจัง ...

เรื่องพี่ต่อนั้น ที่น้องกันต์ทำไปเพราะความน้อยใจ + สับสนในอารมณ์ของตน(นิดหน่อย) และที่สำคัญคือ แฟนของพี่ต่อดันเป็นเพื่อนสนิทที่สุดอีกต่างหาก เลยกลัวว่าเวลาอะไรลงไปจะกระทบเทือนความรู้สึกของทุกฝ่าย ทางที่ดีที่สุดคือ อยู่ห่างกัน(หมายถึง ห่างพี่ต่อ) จะดีที่สุดครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

53. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #50
 
26-Dec-12, 04:58 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >แล้วจะไปแก้ตัวกะป้องได้ไงเนี้ยะ
>ดีนะที่ยังไม่ตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ
>
>ปล แปลกใจกะพี่ต่อ ทำไมกันต์ต้องโกรธพี่ต่อด้วยนะ


เรื่องพี่ต่อนั้น ที่น้องกันต์ทำไปเพราะความน้อยใจ + สับสนในอารมณ์ของตน(นิดหน่อย) และที่สำคัญคือ แฟนของพี่ต่อดันเป็นเพื่อนสนิทที่สุดอีกต่างหาก เลยกลัวว่าเวลาอะไรลงไปจะกระทบเทือนความรู้สึกของทุกฝ่าย ทางที่ดีที่สุดคือ อยู่ห่างกัน(หมายถึง ห่างพี่ต่อ) จะดีที่สุดครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

56. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #53
 
26-Dec-12, 05:11 PM (SE Asia Standard Time)
 
   กริ๊ง... กริ๊ง... กริ๊ง... เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

"ฮัลโหล" ผมรับสาย ด้วยน้ำเสียงที่สะลึมสะลือเพราะเพิ่งตื่นนอน

"เมื่อคืนโทรไปทำไมไม่รับสาย?" เสียงขอป้องถามขึ้นมาอย่างสงสัย

"พาน้องรหัสไปเลี้ยง จากนั้นไปต่อที่จีจี้ โทรมาหาแต่เช้าเลยนะ คิดถึงเราหรือ?" ผมพูดอย่างอารมณ์ขัน (หายง่วงเลยตรู ต้องพยายามทำใจดีสู้เสือเอาไว้นะ)

"เช้าอะไร? นี่มันปาเข้าไปจะเที่ยงกว่าแล้ว คงจะกลับมาสว่างคาตาละซิ ถึงได้ตื่นเอาป่านนี้?" ป้องพูดน้ำเสียงเหน็บแนม (ผมมองดูนาฬิกาปลุกที่หัวเตียง แอบตกใจเล็กน้อย ปล่อยไก่ไปหลายเล้าเลยตรูงานนี้)

"กลับมาตี 1 เอง เมื่อคืนปวดหัวเลยกินยาแก้ปวดเข้าไป เลยตื่นสายแบบนี้ ถามแบบนี้แสดงว่าหึงละซิ?" ผมพูดจาเล่นลิ้นฝ่ายตรงข้าม

"ไม่ได้หึง แต่ หวง หวงมากๆด้วย" ป้องพูดชนิดแอบซึ้งนิดๆ

"ปากหวานแบบนี้ อยากได้อะไรเป็นรางวัลดีละ?" ผมหยอกฝ่ายตรงข้าม

"รางวัลไม่อยากได้หรอก แต่อยากทำหน้าที่ผัวที่ดีมากกว่า" ป้องเล่นมุขกลับ

"บ้า... แล้วจะมากี่โมง? จะได้เตรียมตัวอาบน้ำประแป้งพรมน้ำหอมรอ แล้วจะมากินข้าวเย็นด้วยกันไหม?"

"กำลังจะถามนายอยู่พอดีเลย เรามาหานายตอนบ่าย 3 โมง ได้ไหม? เราจะพานายไปดูหนังด้วยกันก่อน จากนั้นค่อยไปกินข้าวเย็น" ป้องบอกรายละเอียด

"ได้เลย งั้นเราจะรอนะ แล้วเจอกัน" ผมตกปากรับคำ พร้อมกับวางสาย

"แฟนโทรมาหรือครับ?" น้องก้องเอ่ยถาม

"อ้าว... ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่? เมื่อกี้ยังเห็นหลับปุ๋ยอยู่เลย" ผมแอบสะดุ้งเล็กน้อย

"นานพอที่จะได้ยินพี่กันต์คุยจ๊ะจ๋ากับแฟนทางโทรศัพท์" น้องก้องแซวผม

" ไม่ใช่เรื่องของเราน่า เมื่อคืนนอนหลับสบายไหม? เห็นกรนซะเสียงดังลั่นเลย" ผมพยายามพูดเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"นอนหลับสบายดี ที่นอนพี่กันต์นุ่มน่านอนมาก คราวหน้าคงต้องขออนุญาตมานอนค้างบ่อยๆแล้ว ได้ไหมครับ? " น้องก้องทำหน้าเป็นใส่ผม

"ชักจะเอาใหญ่แล้วนะเรา กับรุ่นพี่นี่ยังเล่นไม่เลิก" ผมหยอกน้องก้อง โดยพยายามที่จะไม่พูดเรื่องที่โดนน้องก้องลักหลับ (เพราะเขินอายและก็ทำตัวไม่ถูกด้วย อีกอย่างหนึ่งก็คงเป็นเหตุผลที่เคยได้บอกไปในตอนที่แล้ว) ส่วนน้องก้องก็เก็บงำเรื่องราวได้เนียนมาก เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้น (ตรูละนับถือในความเป็นมืออาชีพจริงๆ)

"เราตื่นก็ดีแล้ว รีบไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อยซะ เดี๋ยวพี่จะพาไปกินข้าวเที่ยง และก็จะพาไปส่งที่หอด้วย" ผมบอกน้องก้องให้เตรียมตัว

"โห... พอแฟนจะมาหา รีบผลักไสไล่ส่งน้องเลยนะ ผมยังไงก็ได้ครับ แม้พี่กันต์จะมีแฟนแล้วก็ตาม ถ้าว่างๆอยากจะมาเล่นอะไรสนุกๆเสียวๆกับผมอีก บอกมาได้เลยนะครับ สำหรับพี่กันต์ผมยินดีเสมอ ผมชอบอะไรที่ไม่ผูกมัดมีข้อแม้ให้มันยุ่งยากเสียเวลา ชอบแบบน้ำแตกแล้วทางใครทางมัน" น้องก้องประกาศเจตนารมที่แน่วแน่

"ต่อปากต่อคำเก่งจริงๆนะเรา รีบเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเลยไป ก่อนที่พี่จะเปลี่ยนใจให้เราเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวพี่"


......................................................................

ก๊อก.... ก๊อก..... ก๊อก...... เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น

ผมเดินไปเปิดประตูอย่างหน้าชื่นตาบาน ไม่บอกก็คงรู้ว่าใครมาเคาะประตู เมื่อเปิดประตูออกมา แค่เห็นใบหน้าของป้องก็ทำให้วันทั้งวันของผมนั้นสดชื่นสดใสขึ้นมาอย่างทันที

"แต่งตัวซะหล่อเชียว ไม่ได้เจอแค่วันเดียว นายดูหล่อขึ้นเป็นกอง" ผมเอาแขนทั้งสองข้างพาดลงไหล่ทั้งสองของป้อง พร้อมกับส่งสายตาพิศวาส (ตรูทำไมอ้อล้อได้น่าตบอย่างนี้)

"นายก็เหมือนกัน ยิ่งดูยิ่งหล่อ ยิ่งมองนานๆ ค_ยเราเริ่มแข็งขึ้นมาทันที อยากจะทำหน้าที่ผัวที่ดีแล้วซิ" ป้องใช้มือตบเบาๆที่ก้นของผม พร้อมกับยื่นเป้ากางเกงมาสีๆตรงเป้ากางเกงของผม

"ไอ้บ้า... เพิ่งจะเจอหน้ากัน ทักทายยังไม่ทันขาดคำ อยากจะเอาแล้วเหรอ เงี่ยนได้ตลอดเวลาจริงๆนะ" ผมพูดกระแหนะกระแหนป้อง

"มันเงี่ยนนี่… เงี่ยนก็ต้องเอาน้ำออก ถูกไหม? ถ้านายไม่อยากให้เราทำหน้าที่ผัวที่ดี ก็ไม่เป็นไร เราไม่ชอบบังคับใคร เดี๋ยวเราขอตัวไปชักว่าวในห้องน้ำก่อนนะ" ป้องทำท่างอนใส่ผม

"ใจน้อยจริงๆนะนาย หัวก็ไม่ได้ล้านซะหน่อย ทำเป็นใจน้อยไปได้ เรายังไม่ได้พูดอะไรเลย มานี่... " ผมดึงแขนป้องไว้ พร้อมกับโอบกอดป้อง

"คิดถึงนายมากเลย นี่ขนาดไม่ได้เจอหน้านายแค่หนึ่งวัน เรายังเป็นเอามากขนาดนี้" ผมใช้ริมฝีปากจูบประกบปากของป้อง เราทั้งสองจูบแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม

ผมเอื้อมมือลงไปปลดกระดุมกางเกงยีนส์ของป้องออกทีละเม็ดๆ (ป้องใส่กางเกงยีนส์แบบที่ใช้กระดุมแทนซิปส์) จากนั้นผมก้มลงไปสูดดมกลิ่นสาบเสน่หาของความเป็นชาย ที่นอกกางเกงในตัวจิ๋วของป้อง ผมใช้ปลายจมูกลากไปทั่วบริเวณเป้านอกกางเกง จนท่อนเอ็นของป้องแข็งโด่ได้ที่ โผล่หัวที่เปิดบานเป็นดอกเห็ดออกมาทักทาย

ผมแลบลิ้นไปเลียที่ส่วนหัวของท่อนเอ็น ที่มีน้ำเยิ้มๆซึมออกมาจากรู่ท่อขนาดเล็ก

ป้องหลับตาพริ้ม พร้อมกับครางออกมาด้วยความเสียว

ผมจัดการถลกกางเกงในและกางเกงยีนส์ของป้องลงไปกองที่ข้อเท้า

ผมถวายบัวให้ป้องอย่างไม่รอช้า ส่วนป้องนั้นก็ส่ายสะโพกโยกกระเด้าเอาท่อนเอ็นเข้าๆออกๆปากผม โดยใช้มือจิกเส้นผมของผมเพื่อควบคุมบังคับให้เป็นจังหวะจะโคน

ปากของผมอมๆดูดๆท่อนเอ็นของป้อง โดยที่มือทั้งสองข้างไม่ได้ปล่อยไว้ให้ว่างเปล่าแต่อย่างใด มือขวาลูบๆขยำๆเส้นหะมอยอันดกดำหยิกหยองของป้อง และมือซ้ายก็เล่นปูไต่ตรงบริเวณกะโปก

"นายดูดได้เซียนโคตรๆ เราใกล้จะแตกแล้ว" ป้องเริ่มใช้มือจิกเส้นผมของผมอย่างแน่นขึ้น พร้อมกับกระเด้าท่อนแข็งเข้าๆออกๆปากผม อย่างระรัวถี่ขึ้นเรื่อยๆ

"อู๊ย... อู๊ย... แตกแล้ว " ป้องครางออกมา โดยพ่นน้ำกำหนัดเข้าปากผมอย่างเต็มๆ ส่วนผมนั้น ทั้งกลืน ทั้งดูด ทั้งเลีย น้ำเงี่ยนของป้องอย่างเมามันส์

ใจจริงแล้วผมอยากจะร่วมเพศกับป้อง หรือเรียกตามประสาชาวบ้านว่า ให้ป้องเอาอย่างเป็นรูปแบบเต็มๆ แต่เนื่องด้วยเวลาที่จำกัด (เพราะเราทั้งสองแพลนกันว่า จะออกไปดูหนังและก็กินข้าวเย็นข้างนอก) ถ้าขืนมัวเอากันอย่างเป็นการเป็นงาน รับรองไม่ได้ออกไปเที่ยวข้างนอกแน่ๆ

ดังนั้นผมจึงแค่ทำ oral sex เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อน พอกลับมาจากข้างนอก ก็ค่อยร่วมประเวณีอย่างครบเครื่่องเต็มรูปแบบ


----- ณ ห้างสรรพสินค้ากาดสวนแก้ว --------

พอซื้อตั๋วหนังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่รอรอบหนังฉายเป็นเวลาเกือบๆ 2 ชั่วโมง ผมกับป้องจึงพากันไปเดินเล่นดูของตามร้านต่างๆ

ป้องพาผมไปดูร้านขายหนังสือญี่ปุ่นและสินค้าต่างๆที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น ป้องมาที่ร้านนี้เป็นประจำเพื่อมาซื้อการ์ตูนญี่ปุ่น หรือไม่ก็หนังสือจำพวกนิตยสารของญี่ปุ่น (ป้องชอบการ์ตูนญี่ปุ่นมาก ส่วนหนังสือนิตยสารญี่ปุ่นนั้น ป้องซื้อมาดูเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เพราะป้องเรียนทางด้านศิลปะ)

ขณะที่ผมกำลังดูนิตยสาร โดยมีป้องยืนเลือกการ์ตูนอยู่ชั้นหนังสือฝั่งตรงข้าม....

"โชคดีจัง เจอกันบังเอิญที่นี่อีก" เสือเข้ามาสะกิดที่ไหล่ของผม

"นึกว่าใคร เสือ นั่นเอง เมื่อคืนกลับกี่โมง?" ผมพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ เพราะตกใจที่เจอเสือโดยบังเอิญที่นี่ (จริงๆแล้ว กลัวป้องจะมาเจอและเข้าใจผิด)

"ตี 2 กว่าๆ นี่... กันต์มาคนเดียวหรือว่ามากับใคร?" เสือถามผม พร้อมกับเหลียวซ้ายแลขวา (เวลานี้ป้องก็กำลังเดินเข้ามาทางผมและเสือ ตรูจะทำอย่างไรดีนี่?)

"เราไม่ได้มาคนเดียว แล้วเสือมากับใคร?" ผมพยายามตอบแบบเผินๆ (ป้องเดินมาหยุดอยู่ข้างๆผมและเสือ โดยป้องทำทีเป็นว่า กำลังมองหาหนังสือ)

"มากับเพื่อน นั่งกินไอติมอยู่ที่สเวนเซ่นส์ เราเดินไปเข้าห้องน้ำ บังเอิญผ่านมาทางนี้ เลยมาเจอกับนายเข้า เราต้องรีบไปก่อน ดันมาเข้าห้องน้ำตอนที่เพื่อนๆเรียกเก็บเงินด้วยซิ เดี๋ยวจะหาว่าเราเบี้ยวไม่ยอมจ่ายตังส์อีก ยังไงคงจะได้เจอกันโดยบังเอิญอีกนะ ไม่ที่ไหนก็ซักที่ หรือไม่ก็มาหามาคุยกับเราที่หอชาย 2ห้อง 222 ก็ได้นะ จำง่ายออก" เสือพูดทิ้งทวนปนเชิญชวน ก่อนที่จะเดินออกไปจากร้าน

"โอ้โห... มีการบอกที่อยู่และเบอร์ห้องให้เสร็จสรรพเลยนะ เมียเรานี่เป็นที่ต้องการของตลาดจริงๆ แบบนี้เราควรจะดีใจหรือเสียใจกันแน่?" ป้องพูดประชดประชัน

"บ้า... คิดอะไรแต่ละอย่างนี่ ไม่พ้นเรื่องใต้สะดือเลยนะ ที่พูดแบบนี้ หึง เราใช่ไหม?" ผมแกล้งงอนพร้อมทั้งเชิดใส่ฝ่ายตรงข้าม นิดๆ

"ถ้าไม่หึงก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ทำไมไม่บอกไปละว่า มากับผัว ไอ้คนนั้นก็เหลือเกิน เล่นเดินเข้ามาหาเมียชาวบ้านแบบไม่เกรงใจเลย ผัวเขายืนหัวโด่อยู่ทั้งคน แล้วไปเจอกันที่ไหนอย่างไร? ได้เสียกันหรือยังละ?" ป้องพูดทีเล่นทีจริง (ซึ่งผมดูไม่ค่อยออกว่า พูดเล่นติดตลก หรือพูดจริง)

"นายคิดได้แค่นี้เองเหรอ? พูดแบบนี้ นายไม่ให้เกียรติเราเลยนะ นอกจากจะไม่ให้เกียรติแล้ว นายไม่เชื่อใจเราอีกด้วย เราเพิ่งเจอเขาเมื่อคืนนี้ ตอนที่ไปจีจี้กับน้องรหัส คุยกันได้ไม่ถึง 10 นาทีเลย อีกอย่างน้องรหัสเราเมา เราเลยต้องคอยแบกไปส่งที่หอ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง และสีหน้าที่เคร่งเครียด

"ทำไมต้องทำหน้าจริงจัง ซีเรียสด้วย เราแค่จิกกัดนายเล่นๆเอง ขอโทษนะที่อาจจะเล่นแรงไปหน่อย เราเชื่อใจนายและเชื่อที่นายเล่าให้เราฟังทุกอย่าง อย่าโกรธผัวเลยนะ เมียจ๋า" ป้องจับมือผมพร้อมกับค่อยบรรจลูบอย่างเบาๆ (ได้ยินแบบนี้แล้ว ผมค่อยโล่งใจสบายใจขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังแอบงอนอยู่นิดๆ)

"บ้า... เล่นอะไรก็ไม่รู้ คราวหน้าเวลาจะพูดอะไรลงไป หัดนึกถึงหัวอกคนฟังบ้าง ถ้านายอยากให้เราหายโกรธละก็ ช่วยทำหน้าที่ผัวที่ดีด้วย เลี้ยงข้าวเย็นเรานะ เราอยากกินเอ็มเคสุกี้มาก จะสั่งมาให้เต็มโต๊ะชนิดที่เจ้ามือกระเป๋าฉีกเลย คอยดูเถอะ" ผมพูดด้วยสีหน้าที่เขินอายปนติดตลกนิดๆ

"ครับ... ผมจะเลี้ยงข้าวเย็น จากนั้นเลี้ยงของหวานคือ ไอติมแท่งหัวแดง ยิ่งดูดยิ่งมีครีมสีขาวข้นหวานมันราดที่หัว ตบท้ายด้วยถั่วดำสูตรประตูหลังระบม รับรองว่าต้องรักผัวคนนี้ไปอีกนาน" ป้องพูดอย่างทะลึ่งทะเล้น

ยิ่งอยู่ใกล้ นับวัน.... ผมก็ชักจะเริ่มหลงรักผู้ชายที่ชื่อ "ป้อง" มากขึ้นทุกทีๆแล้วซิ (ทำอย่างไรดี? ตรูยังไม่เคยรู้สึกกับใครมากเป็นพิเศษแบบนี้มาก่อน ทั้งโดนใจทั้งได้ใจไปเต็มๆ)


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ฺBaron
Guest

57. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #56
 
27-Dec-12, 09:21 AM (SE Asia Standard Time)
 
   หวานแหววกันจิง อิจฉาอ่ะ รู้ป่ะ ^^


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

58. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #57
 
28-Dec-12, 03:57 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >หวานแหววกันจิง อิจฉาอ่ะ รู้ป่ะ ^^

555+ ต้องคอยติดตามกันต่อไปนะครับ น้ำตาลจะรักษาความหวานได้ตลอดหรือเปล่า?


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

59. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #58
 
28-Dec-12, 05:21 PM (SE Asia Standard Time)
 
   เวลาผ่านไปเดือนกว่าๆ ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับป้อง นับวันยิ่งไปกันได้ดีมากๆ เราทั้งสองได้เลื่อนสถานะภาพความสัมพันธ์จาก "คู่ขา" มาเป็น "คู่รัก"

ผมยังจำได้ดีเกี่ยวกับวันที่ป้องสารภาพความในใจกับผมและอยากจะเปลี่ยนสถานะภาพความสัมพันธ์

วันนั้นเป็นคืนวันลอยกระทง ผมกับป้องไปลอยกระทงด้วยกันที่ริมฝั่งแม่น้ำปิง ตรงบริเวณใกล้ๆกับสะพานนวรัฐ หลังจากที่อธิฐานและลอยกระทงเสร็จแล้ว เราทั้งสองก็นั่งชมพระจันทร์อยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำ

ป้องจับมือขวาของผมขึ้นมา พร้อมกับใช้มือของตัวเองลูบไล้ตรงฝ่ามือของผมให้อยู่ในลักษณะแบมือ จากนั้นป้องได้ใช้นิ้วชี้เขียนลากวนเป็นรูปหัวใจใส่ที่ฝ่ามือของผม พร้อมกับใช้มือของตัวเองห่อมือของผมให้อยู่ในลักษณะกำมือ

"หัวใจของเราอยู่ในกำมือของนายแล้ว นายต้องดูแลรักษาทะนุถนอมให้ดี อย่าทิ้งขว้างหรือทำให้หัวใจดวงนี้บอบช้ำเป็นอันขาด" ป้องจูบลงบนแก้มของผม (ตอนนี้ตรูรู้สึกเขินมากๆ จนทำอะไรไม่ถูก นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึก feeling in love แบบนี้)

"หัวใจของเราก็อยู่ในกำมือนายเหมือนกันนะ ขอให้นายดูแลรักษาและอย่าทำร้ายให้หัวใจนี้ต้องเจ็บช้ำเป็นอันขาด" ผมทำแบบเดียวกับที่ป้องได้ทำกับผม

คืนวันนั้นผมมีความสุขมากๆ เพราะเป็นคืนที่ผมมีคนให้รักและในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ถูกรักด้วย คราวนี้ผมสามารถเรียกใครคนหนึ่งว่า "แฟน" ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ โดยที่ไม่เคอะเขินแต่อย่างใด

...................................................................

ผมกับป้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันทุกๆวันสุดสัปดาห์ ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ส่วนวันจันทร์-พฤหัส นั้น เป็นช่วงเวลาส่วนตัวของแต่ละฝ่ายที่จะจัดการหรือทำภาระกิจหน้าที่ของตนเองให้สำเร็จเสร็จสิ้นไปก่อน

ตลอดช่วงประมาณเกือบๆ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ผมไม่ได้มีโอกาสเจอป้องเลย เพราะว่าป้องติดกิจกรรมของคณะ ต้องซ้อมการแสดง "ลูกทุ่งวิจิตร" ซึ่งเป็นงานประเพณีของคณะวิจิตรฯที่โด่งดังเป็นที่รู้จักมากมาย (ชนิดที่ดังข้ามมหาลัยเลยทีเดียว) รูปแบบของงานจะคล้ายๆกับงานมหกรรมคอนเสิร์ตลูกทุ่งที่ยิ่งใหญ่ มีการแสดงโชว์ที่อลังค์การดาวล้านดวงและมีการเล่นตลกคั่นหน้าม่าน

ยิ่งใกล้ช่วงวันที่จะเปิดแสดงแล้ว ต้องซ้อมอย่างหนักชนิดที่แทบจะปลีกเวลาไปไหนได้เลย (ลืมบอกไปว่า ป้องได้เป็นนักร้อง ร้องเพลงบนเวที ซึ่งจะร้องเพลงอะไรนั้น ผมพยายามคะยั้นคะยอถามป้องแล้ว แต่ป้องไม่ยอมบอก ป้องบอกแต่ว่า "อยากรู้ก็ต้องไปดูเอาเอง")

......................................................

"เพิ่งเรียนเสร็จเหรอ?" บอลเจอกับผมโดยบังเอิญที่ใต้คอนโด

"เออ.... แล้วนายละ?" ผมถามบอล

"เหมือนกัน โคตรเซ็งเป็นบ้าเลยวิชานี้ กว่าจะหมดชั่วโมงได้ นั่งรากงอกพอดี เย็นนี้นายอยู่ห้องไหม? ว่าจะขอเข้าไปเล่นเกมส์ซักหน่อยได้ไหม?" บอลขออนุญาตผม (ก่อนหน้านี้ บอลเคยมานั่งคุยและนั่งเล่นวีโดเกมส์ที่ห้องผมประมาณ 2-3ครั้ง)

"ได้เลย ยังไงนายก็เคาะประตูเรียกละกัน" ผมเดินแยกขึ้นบันไดไป ส่วนบอลนั้น ยืนดื่มน้ำอัดลมอยู่ที่ร้านมินิมาร์ทใต้คอนโด

เมื่อเดินมาถึงประตูห้อง ผมเห็นถุงกระดาษขนาดย่อมแขวนห้อยอยู่ที่ลูกบิดประตู ผมเปิดดูปรากฏว่าเป็น บัตรเข้าชมงานลูกทุ่งวิจิตร 2 ใบ พร้อมกับสูจิบัตรบอกกำหนดการต่างๆอย่างคร่าวๆ

"ต้องไปดูให้ได้นะ ถ้าไม่ไปโกรธจริงๆด้วย ป้อง.. " ป้องทิ้งโน๊ตสั้นๆไว้ข้างใน

ผมถือถุงกระดาษไว้แน่น พร้อมกับยืนยิ้มอยู่คนเดียว


ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นมา ผมเดินไปประตู..........

"นายยังไม่เปลี่ยนชุดอีกหรือ? นี่กะจะใส่ชุดนักศึกษาทั้งวันทั้งคืนหรือยังไง? รักสถาบันจริงๆนะ" ผมแซวบอล

"ขี้เกียจว่ะ อีกอย่างถ้าขืนเปลี่ยนชุดบ่อยๆ มีหวังจ่ายค่าซักรีดอานแน่ๆ นี่นายจะไปไหน? เรามาขัดจังหวะนายหรือเปล่า?" บอลจ้องมองไปที่มือของผม ซึ่งกำลังถือกระเป๋าสตางค์และกุญแจห้อง

"นายมาก็ดีแล้ว อยู่เฝ้าห้องให้เราแป๊บหนึ่ง เราจะได้ไม่ต้องถือกุญแจไป กางเกงเรายิ่งกระเป๋าตื้นอยู่ด้วย แค่ถือกระเป๋าตังส์อย่างเดียวก็เต็มมือแล้ว คือ เราจะเดินไปซื้อขนมและของกินที่ถนนปากทาง หิวสุดๆ นายจะเอาอะไรไหม?"

"อะไรก็ได้ซื้อมาเถอะ เรากินได้หมด"

"งั้นอยู่เฝ้าห้องนะ เดี๋ยวเรามา ม้วนเกมส์ ม้วนวีดีโอ ทั้งหมดอยู่ในลิ้นชักใต้โต๊ะวางทีวี นายรู้ใช่ไหม? ยังไงก็เปิดหาเอาเองละกัน อยู่แถวๆนั้น" ผมเดินออกจากห้อง

หลังจากซื้อของกินต่างๆเรียบร้อยแล้ว ผมกลับมาที่ห้อง พอเข้ามาในห้อง ผมตกใจจนแทบช็อค เมื่อมองเห็นหนังสือเกย์และม้วนวีดีโอเอ็กซ์เกย์ ที่ผมซื้อและเช่ามาดู วางอยู่บนพื้นข้างโต๊ะวางทีวี

ผมอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน (ที่อายเพราะยังไม่รู้ว่า บอลเป็นผู้ชายแท้ๆหรือมีรสนิยมทางเพศแบบเดียวกับผม เวลาอยู่ต่อหน้าบอล ผมมักจะเก๊กแมนใส่ตลอด) จะโทษใครก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นความสะเพร่าเผลอเรอของผมเอง ที่ไม่รู้จักเก็บของพวกนั้นให้มิดชิดเป็นที่เป็นทาง

"นายคงจะรู้เห็นอะไรแล้วซินะ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆเหมือนคนประหม่า เวลานี้ผมไม่กล้าสู้หน้าบอลมากๆ

"ทำไมนายต้องซีเรียสขนาดนั้นด้วย มันไม่ใช่เป็นเรื่องร้ายแรงหรือเรื่องใหญ่หลวงอะไรเลย นายไม่ต้องกลัวนะว่า ถ้าเราเห็นหนังสือและวีดีโอเทปพวกนั้นแล้ว เราจะเลิกคบนายหรือรังเกียจนาย เราไม่ได้ตัดสินคนจากตรงนี้ ที่เราคบนายก็เพราะนายเป็นคนที่มีจิตใจดีและจริงใจ เรายังจำครั้งแรกที่เจอนายได้ รถมอเตอร์ไซด์เราล้มคว่ำ นายยังมีน้ำใจมาช่วยพยุงรถ ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ และพูดตักเตือนให้เราได้คิด" บอลยิ้มให้กำลังใจผม

"ขอบใจมากนะ บอล... แล้วนายได้เปิดอ่าน เปิดดู บ้างหรือยัง? ถ้าสนใจเราให้ยืมไปอ่าน ไปดู ที่ห้องนะ" ผมยิ้ม พร้อมกับพูดแซวฝ่ายตรงข้ามเพื่อให้บรรยายากาศกลับมาเหมือนเดิม

"ถ้าเรายืมไปหมดนี่ แล้วนายจะเอาที่ไหนดู ตอนที่อารมณ์เปลี่ยวละ?" บอลแซวย้อนกลับ

"อืม.... " ผมมองบอลอย่างรู้ทัน

"อาทิตย์หน้านายว่างไหม?" ผมถามขึ้นมา

"ว่าง มีอะไรเหรอ?" บอลมองหน้าผมอย่างสงสัย

"จะชวนไปดู ลูกทุ่งวิจิตร ด้วยกัน ได้บัตรฟรีมา 2 ใบ ไปหรือเปล่า?"

"ไปซิ ว่าแต่... แฟนให้บัตรมาหรือ? เมื่อตอนสายๆเราเห็นไอ้หนุ่มผมยาวเอาถุงอะไรซักอย่างมาแขวนไว้ตรงประตูหน้าห้องนาย เขาพยายามเคาะห้องนายตั้งหลายครั้ง สงสัยตอนนั้นนายคงจะไปเรียน ไอ้หนุ่มผมยาวคนนั้น แฟนนายใช่ไหม? เราเห็นเขามาหานายที่ห้องตั้งหลายครั้ง และยังเห็นนายเดินไปไหนมาไหนกับเขาอยู่บ่อยๆ" บอลถามผมอย่างตรงไปตรงมา

ผมตอบโดยการพยักหน้า เพราะเขินจนพูดไม่ออก และไม่ชินปากด้วย

"พูดแค่นี้ ทำเป็นเขินไปได้ นายช่างเข้าใจหาแฟนนะ แบบว่าหาแฟนได้เหมาะกับนายมากๆ นายเป็นคนที่หน้าตาหล่อเหลา แถมแฟนนายก็หน้าตาเท่ห์ๆเซอร์ๆ สมกันมากๆคู่นี้" บอลพูดยอผม

ผมได้แต่ยิ้มๆๆๆๆๆๆ และก็ยิ้ม (มันเขินนี่ จะพูดจะบอกอะไรก็กลัวโดนแซว แค่นี้ก็หน้าแดง แก้มแดง มากพอแล้ว)

ใจจริงแล้ว ผมอยากจะชวนนพไปดูลูกทุ่งวิจิตรกับผม เพราะนพเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผม เวลาที่พวกเราไปงานแบบนี้กัน ก็มักจะชอบใช้สายตาเป็นเรด้าสอดส่องหาเป้าหมายที่เป็นหนุ่มหล่อๆ จากนั้นก็มาให้คะแนนความหล่อ หรือไม่ก็นินทาเม้ามอยเรื่องชาวบ้านต่างๆนานา

แต่ในตอนนี้ นพเป็นแฟนกับพี่ต่อ แน่นอน ถ้านพไป พี่ต่อก็ต้องพ่วงท้ายไปด้วย (สองคนนี้ตัวติดกันมากๆ ยิ่งกว่าปาท่องโก๋อีก) รู้ๆกันอยู่ว่า ผมกับพี่ต่อไม่กินเส้นกัน ตั้งแต่เหตุการณ์ที่โรงอาหารคณะ

เพราะฉะนั้นชวนบอลไปดูลูกทุ่งวิจิตรกับผม จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด
---------- ภายในงาน "ลูกทุ่งวิจิตร" -----------


"คนเยอะจริงๆ" บอลกวาดสายตามองไปรอบๆบริเวณงาน

ส่วนผมนั่งถือพวงมาลัยรอคล้องคอให้นักร้องรูปหล่อคนหนึ่ง ผมอุตส่าห์นั่งหลังขดหลังแข็งทำพวงมาลัยตลอดวัน พวงมาลัยมาลัยที่ว่านี้ ทำด้วยลูกอมมายมิ้นท์และขนมปักกิ่ง โดยมีโรตีสายไหมใส่ในถุงพลาสติกใสเล็กๆ พันระโยงระยางรอบพวงมาลัย (ขนมหวานดังกล่าว ป้องชอบกินมากๆ)

ผ่านไปได้ซัก 3-4 เพลง ในที่สุด นักร้องรูปหล่อที่ผมรอคอยก็ออกมาปรากฏโฉม ในเพลงลูกทุ่งที่ความหมายอาจจะถูกใจบรรดาแม่ยกหลายต่อหลายคน แต่สำหรับผมนั้น ......... (เออ ไม่ขอออกความเห็น) ............

"หัวใจผมว่างจะมีใครบ้างจับจอง เปิดโอกาสให้คุณครอบครองมาจับมาจองหัวใจผมได้ รับรองไม่เสียนายหน้าแป๊ะเจี๊ยแต่อย่างใด ให้คุณผู้หญิงมาจองไว้ ส่วนคุณผู้ชายผมห้ามจอง ......................................... " เพลงนี้ชื่อเพลง "หัวใจผมว่าง"

ป้องร้องเพลงนี้ได้ไพเราะเพราะพริ้งอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งน้ำเสียงและลูกคอ

ใครจะไปคิดว่า ป้องผู้ที่ชื่นชอบหลงใหล ร้องเป็นแต่บทเพลงนูโว และ อัสนี-วสันต์ จะสามารถทำเซอร์ไพร์สซ์ร้องเพลงลูกทุ่งได้อย่างมีเสน่ห์มากๆ

"แฟนนายนี่ เท่ห์สุดๆ ยังไม่รีบออกไปคล้องพวงมาลัย เดี๋ยวก็มีคนมาคล้องตัดหน้าหรอก ไหนนายบอกว่าจะต้องออกไปคล้องเป็นคนแรกไง" บอลเน้นย้ำผม

"เออ... ใช่.... เกือบลืมไป เดี๋ยวมานะ" ผมรีบเดินออกไปหน้าเวทีอย่างรวดเร็ว

คืนนี้ป้องดูหล่อมีสง่าราศีมากๆ เป็นความหล่อที่ดูพิเศษแตกต่างออกไปจากความหล่อที่เห็นอยู่ทุกวัน

ป้องก้มโน้มตัวลงรับพวงมาลัยจากผม แววตาของเราทั้งสองจ้องประสานกันอย่างดื่มด่ำชื่นฉ่ำจับใจ ถ้าไม่ติดตรงที่คนดูเยอะมากขนาดนี้ ผมอยากจะหอมที่แก้มของป้องหลายๆฟอดให้หายคิดถึงที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นอาทิตย์ๆ

เมื่อคล้องพวงมาลัยเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ผมหันหลังจะเดินกลับมายังที่นั่งของตนนั้น ผมเห็นชะนีนางหนึ่ง แต่งตัวตามสมัยนิยม(ในขณะนั้น) แถมยังเปียผมทั้งสองข้างยังกับพจมานเดินเข้าบ้านทรายทอง ในมือของน้องนีถือตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ที่มีรูปหัวใจสีแดงดวงใหญ่ติดตรงที่อก

น้องนีเดินอย่างมาดมั่นมุ่งตรงเข้าไปที่ตัวนักร้อง ชนิดที่ว่า ฉัน สวย เริ่ด เชิ่ด หยิ่ง & คัน พร้อมกับส่งตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ให้กับป้อง ทำเอาคนในงานทั้งปรบมือและส่งเสียงแซวอย่างเซ็งแซ่ไปทั้งงาน (แย่งซีนตรูสุดๆ ทำเอาพวงมาลัยตรูกลายเป็นสิ่งของที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ ไปในพริบตา ยอมไม่ได้แบบนี้มันหยามกันชัดๆ ถ้าไม่ติดที่คนเยอะๆแบบนี้ ตรูจะเดินเข้าไปถอนสายบัวตรงหน้า พร้อมกับบอกอย่างสุภาพชนว่า "คนนี้ของฉัน")

"ทำไมทำหน้าบูดแบบนั้น ใครทำให้ไม่สบอารมณ์หรือ?" บอลหยอกเอินผม ด้วยน้ำเสียงที่ขำขัน

"นายก็รู้นี่น่า ไม่น่าถาม" ผมตอบอย่างเซ็งๆ

"มีแฟนหล่อก็ย่อมเป็นที่หมายปองของใครต่อใคร ทางที่ดีที่สุดคือ ทำใจ" บอลยังคงหยอกเอินผม

ผมพอจะทราบจากปากของคนรู้จักหลายคนในงานว่า ชะนีมั่นที่ให้ตุ๊กตาหมีกับป้องนั้น ชื่อ "กองฟาง" (ขนาดชื่อยังอ้อล้อได้เพียงนี้) เรียนอยู่คณะบริหารฯ ปี 2 (รุ่นพี่คณะของบอล)

หลังจากงานคืนนั้นแล้ว ผมยังไม่มีโอกาสได้เจอป้อง เพราะว่าป้องต้องทำโปรเจคชิ้นใหญ่ส่งอาจารย์เพื่อเก็บคะแนนกลางภาค ขนาดผมโทรไปหาที่หอ เจอแต่เข่งกับหยอง ซึ่งเป็นแชร์ห้องอยู่กับป้อง (เข่งกับหยอง ต่างก็รู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผมกับป้องเป็นอย่างดี)

ดังนั้นผมจึงฝากข้อความผ่านทั้งสองคนไปถึงป้อง (ถ้าเป็นสมัยนี้ก็มือถือ หรือไม่ก็อุปกรณ์ช่วยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น BB, FB หรือไม่ก็ Line ) เพราะป้องไม่ค่อยจะอยู่หอเท่าไหร่

ผมลองโทรไปอีกทีตอนสี่ทุ่มกว่าๆ..

"ฮัลโหล" เสียงจากปลายสายพูดขึ้น

"ป้อง... นี่เรานะ ไม่ได้เจอกันหลายอาทิตย์แล้ว เราคิดถึงนายมาก" ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้คุยกับป้อง

"เราก็คิดถึงนายเหมือนกัน ไม่ได้ทำหน้าที่ผัวที่ดีมานาน" ป้องพูดอย่างขำๆ

"คิดถึงก็มาหาซิ นี่ยังไม่ดึกมากนะ" ผมออดอ้อน (คันจริงๆเลยตรู)

"เราทำรายงานอีกวิชา ต้องส่งพรุ่งนี้ด้วยสิ ตอนนี้ยังไม่เสร็จเลย"

"พรุ่งนี้นายว่าง? เราอยากจะไปกินข้าวเที่ยงหรือไม่ก็ข้าวเย็นกับนาย แล้วแต่นายจะว่างเวลาไหนก็ตาม นะ นะ นะ" ผมยังคงออดอ้อนป้อง

"พรุ่งนี้เหรอ? เราต้องไปวาดรูปกับอาจารย์และเพื่อนๆที่ลำพูน กว่าจะกลับก็ค่ำๆ ช่วงนี้งานเยอะจริงๆ แทบจะหาเวลามาทำหน้าที่ผัวที่ดี ไม่ได้เลย เข้าใจผัวหน่อยนะ เมียจ๋า ขอเป็นอาทิตย์หน้าได้ไหม?" ป้องอ้อนขอความเห็นใจ

"ก็ได้ อาทิตย์หน้าจริงๆนะ ห้ามเลื่อนเด็ดขาด ไม่งั้นไม่ยอมจริงๆด้วย แล้วอย่าลืมทำหน้าที่ผัวที่ดีด้วยนะ" ผมแสดงอาการงอนอย่างพองาม

...............................................................

ตอนบ่ายของวันรุ่งขึ้น

ผมกำลังนั่งกินเย็นตาโฟอยู่ที่ร้านสุดโปรดของป้อง สาเหตุที่ผมเลือกมากินร้านนี้เหตุผลแรก คือ เวลานั่งกินที่ร้านนี้ทีไร รู้สึกเหมือนกับว่าได้อยู่ใกล้ๆป้องยังไงก็ไม่รู้ และเหตุผลที่สอง คือ วันนี้รู้สึกอยากกินเย็นตาโฟอย่างบอกไม่ถูก (ปรกติผมไม่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวแบบน้ำๆเท่าไหร่ ผมชอบกินประเภทก๋วยเตี๋ยวผัดหรือก๋วยเตี๋ยวแห้งมากกว่า)

โต๊ะที่ผมนั่ง หันหน้าออกทางหน้าร้านทำให้เห็นบริเวณถนนและผู้คนเดินเข้าๆออกๆร้าน เมื่อเย็นตาโฟที่ผมสั่งมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ด้วยความหิว ผมรีบปรุงและรีบคีบเส้นใส่ปากอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่กำลังกินเย็นตาโฟได้เพียงแค่ 3 คำ สายตาของผมก็ไปสะดุดกับหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่กำลังเดินเข้ามานั่งในร้าน ทำเอารู้สึกจุกเข้าไปในอกจนหายหิวไปเลย

หนุ่มที่ว่านี้ คือ "ป้อง" ส่วนสาวที่ควงมาด้วย คือ "กองฟาง" จากความรู้สึกแรกเห็นในงานคืนนั้น มันทำให้ผมรู้ว่า เธอคนนี้จะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ แล้วมันก็ใช่และไปไกลเกินกว่าที่ผมได้คาดเดาเอาไว้

สำหรับยัยกองฟางนั้น ผมไม่รู้สึกโกรธหรือคันไม้คันมืออยากจะตบเธอเท่าไหร่นัก (จะไปโทษเธอฝ่ายเดียวคงไม่ถูกต้อง ถ้าผู้ชายไม่มีใจให้ ตบมือข้างเดียวมันคงไม่ดังหรอก) แต่กับป้องนั้น ผมรู้สึกโกรธและเสียใจมากๆ ชนิดที่ไม่สามารถแสดงอารมณ์ใดๆออกมาทางสีหน้าและท่าทางได้เลย

"ไหนบอกว่า วันนี้ไปวาดรูปที่ลำพูน แล้วทำไมถึงพายัยชะนีมั่นมานั่งกินเย็นตาโฟที่นี่ ได้ละ?" ผมรำพึงรำพันอยู่ในใจคนเดียว

อารมณ์และความรู้สึกของผมในตอนนี้มันปะปนมั่วซั่วไปหมด เหมือนมีอะไรมาชนเข้าอย่างจัง

ป้องพอเห็นหน้าผมแล้ว ไม่ยอมทักทาย เหมือนกับว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนอย่างนั้น พยายามหลบหน้าหลบตาผม ขนาดนั่งโต๊ะฝั่งตรงข้ามที่ต้องหันหน้าเข้าหาผม หน้าของผมเขายังไม่เหลียวมองด้วยซ้ำ

ส่วนยัยกองฟางก็ทำตัวอ้อล้อออดอ้อนผัวคนใหม่ เห็นแล้วหมั่นใส้น่าตบจริงๆ

ผมรีบเดินไปจ่ายเงินและออกจากร้านไปทันที ทั้งอิ่ม ทั้งจุก ทั้งช็อค ทั้งเสียความรู้สึก


หญิงร้าย ชายเลวได้ใจจริงๆ

.........................................................

ผมจะเข้ามาโพสตอนต่อไป หลังจากวันปีใหม่นะครับ ช่วงปีใหม่นี้ขอตัวไปเที่ยวลัลล้าก่อนนะครับ สวัสดีปีใหม่ครับคุณผู้อ่านทุกท่าน


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ชายพเนจร
Guest

60. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #59
 
29-Dec-12, 07:05 PM (SE Asia Standard Time)
 
   สุขสันต์วันปีใหม่ครับ ผมติดนิยายเรืีองนี้ซะแล้ว


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

61. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #60
 
01-Jan-13, 10:02 AM (SE Asia Standard Time)
 
   ห้อง 301 หอ1 ชายว่างนะครับ

ปล ผมเคยอยู่ห้องนี้มา 3 ปีติดกันเลย ตั้งแต่ปี 2 ถึงปี 4 อ่ะคับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

63. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #61
 
02-Jan-13, 02:40 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >ห้อง 301 หอ1 ชายว่างนะครับ
>
>ปล ผมเคยอยู่ห้องนี้มา 3 ปีติดกันเลย ตั้งแต่ปี 2 ถึงปี 4
>อ่ะคับ

หอ1 เป็นหอเดียวที่ผมยังไม่เคยเข้าไปข้างใน รวมถึงโรงอาหารด้วย

ผมเคยอยู่หอ3 ผู้ชายหอนี้คุณภาพแซ่บเว่อร์ทั้งนั้น 555


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

62. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #60
 
02-Jan-13, 02:30 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >สุขสันต์วันปีใหม่ครับ ผมติดนิยายเรืีองนี้ซะแล้ว

ขอบคุณครับสำหรับกำลังใจ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

64. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #62
 
02-Jan-13, 03:08 AM (SE Asia Standard Time)
 
   ผมรีบบึ่งรถกลับมาตั้งหลักที่คอนโด ตอนนี้ผมรู้สึกมึนตื้อไปหมด มันคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ทั้งเสียใจ(ชนิดที่อยากจะร้องให้ แต่น้ำตามันไม่ยอมไหลออกมาซะที) ทั้งโกรธ และทั้งเสียความรู้สึก เหมือนโดนหลอก (หลอกให้เรารัก พอเราให้ความรักไปจนหมดใจแล้ว เขากลับไม่เห็นคุณค่าอะไรเลย ทำเหมือนเป็นของเล่น พอเบื่อก็ทิ้งๆขว้างๆ) จนอยากจะตะโกนออกมาจนสุดหลอดลม

ผมนั่งอยู่คนเดียว พร้อมกับเปิดเพลงสร้างอารมณ์ไปด้วย (เพื่อไม่ให้บรรยากาศมันหดหู่เศร้าสร้อยจนเกินไป) ผมเปิดฟังอยู่ 2 เพลง คือ เพลง "ก็เคยสัญญา" ของ อัสนี วสันต์ และ เพลง "หมดคำถาม" ของ นูโว (โดยเฉพาะท่อนที่ว่า "เจอคำตอบอย่างนี้ จึงหมดคำถาม" โดนใจมากๆ) เปิดวนกลับไปมาอย่างนั้น (พอเพลงจบก็กรอเทปกลับมาใหม่ เปิดจนชนิดที่เทปยานกันไปข้างหนึ่ง) ตั้งแต่บ่าย 2 โมง จนเกือบๆ 4 ทุ่ม (ไม่รู้ว่าตรูทำไปได้ยังไง?) จากนั้นสายตาของผมก็จ้องมองไปที่โทรศัพท์บนโต๊ะหัวเตียง

"ป่านนี้แล้วยังไม่โทรมาหาหรือโทรมาแก้ตัวอีก ใจดำจริงๆ" ผมบ่นกับตัวเอง (ทำไมตรูโง่ซ้ำซากแบบนี้ ยังจะไปหวังลมๆแล้งๆให้เขาโทรมาอีก ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ)

พอเวลาหัวถึงหมอนก็นอนไม่หลับอีก จิตใจมันคิดถึงแต่ "ป้อง" ให้ฟุ้งซ่านไปหมด นี่ก็ผ่านไปดึกดื่นครึ่งค่อนคืนแล้ว ทำไมถึงนอนไม่หลับซักที ภายในใจของผมมันช่างตรงข้ามกับอากาศในฤดูหนาวที่เหน็บหนาวเยือกเย็น ในใจมันร้อนเหมือนอากาศในฤดูร้อนช่วงกลางเดือนเมษา ก็ไม่ปาน

กว่าข่มตาหลับนอนได้ก็ปาเข้าไป 6 โมงเช้า (โดดเรียนไป 1 วันเต็มๆ เพราะตื่นสายและไม่มีกะจิตกะใจไปเรียน) ตื่นมาอีกทีตอนบ่าย 3 โมง

ก๊อก.. ก๊อก.. ก๊อก.. เสียงเคาะประตูดังขึ้น

"ในที่สุดเขาก็มา คราวนี้ละ ตรูจะแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฎิหารย์ให้ดู" ผมพูดกับตัวเองด้วยความสะใจ(งงกับความรู้สึกของตัวเองมาก ใจหนึ่งก็ดีใจที่เขามาหา แต่อีกใจก็โกรธเกลียดไม่อยากเห็นหน้า)

ผมค่อยๆเดินไปเปิดประตู (ทั้งที่ใจอยากจะรีบวิ่งไปเปิด ก็มันอยากเจอหน้า นี่พูดตามความจริงนะ) พอเปิดประตูออกมา สีหน้าของผมก็เปลี่ยนไปทันที เพราะคนที่มาเคาะประตูคือ "บอล" ไม่ใช่เขาคนนั้น (ไม่อยากพูดถึงชื่อ)

"วันนี้ทำไมนายไม่ไปเรียน? เราเห็นรถนายจอดอยู่ที่ลานจอดรถตั้งแต่เมื่อวานแล้ว นายเป็นอะไรหรือเปล่า?" บอลถามด้วยความเป็นห่วง

"เราไม่ค่อยสบาย" ผมตอบแบบผ่านๆ

"ตัวก็ไม่ร้อน ผิวพรรณนายก็สดใสดูไม่เหมือนคนเจ็บไข้ได้ป่วย ปวดหัว ปวดฟัน หรือปวดท้อง คงไม่ใช่ อาการแบบนาย ดูเหมือนคนไม่สบายใจมากกว่า ทะเลาะกับแฟนมาละซิ?" บอลใช้หลังมือแตะตรงหน้าผากของผม พร้อมกับทำหน้าที่หมอวินิจฉัยโรค

ผมพยักหน้าอย่างเป็นอันเข้าใจ

"นึกแล้วว่าต้องเป็นเรื่องนี้แน่ๆ ถึงว่าวันนั้น... " บอลหยุดพูดทันทีอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

ดูจากลักษณะท่าทางการพูดของพอเดาออกว่าบอลคงจะรู้จะเห็นอะไรมา

"วันนั้น... อะไรหรือ? นายไปรู้ไปเห็นอะไรมา บอกให้เราฟังบ้างซิ เผื่อว่ามันจะทำให้เราดีขึ้นนะ ถ้านายมัวแต่ปิดบังแบบนี้ มันอาจจะไม่ช่วยให้อะไรๆดีขึ้นมาก็ได้ ดีไม่ดี... มันอาจจะทำให้แย่ลงด้วยซ้ำ" ผมพยายามเค้นเอาความจากบอล

"เออ.. ความจริงมันใช่ธุระกงการอะไรของเราหรอกนะ ขอโทษด้วยที่เราไม่ได้บอกนายตั้งแต่แรก เพราะเรากลัวว่านายจะไม่สบายใจ และถ้ามันไม่เป็นจริงอย่างที่เราเห็นหรือเราคิด มันก็ไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่ายด้วย แต่เพื่อความสบายใจของนายในตอนนี้ เราก็จะเล่าให้ฟัง.. เมื่ออาทิตย์ก่อน เราเห็นแฟนของนายนั่งกินข้าวกับยัยเจ๊กองฟาง สองต่อสอง อยู่ที่โรงอาหารคณะเรา" บอลบอกรายละเอียด

"ขอบใจมากนะ บอล " ผมแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ มันรู้เจ็บจี๊ดที่ตรงหน้าอกข้างซ้าย

ผมนั่งปรับทุกข์กับบอล จนรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้างนิดหน่อย ในเวลาทุกข์ใจเช่นนี้ การที่มีใครซักคนคอยรับฟังเรื่องราวและปลอบใจ ให้กำลังใจ นับว่าเป็นยาแก้ปวดทางใจที่วิเศษสุดๆ ถึงแม้ว่าจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม

เวลาผ่านไปได้ อาทิตย์กว่าๆ อาการเจ็บปวดทางใจของผมเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาเยอะมาก กาลเวลาถือเป็นยาขนานเอกที่ช่วยสมานแผลใจได้ดีที่สุดจริงๆ

ส่วนป้องนับตั้งแต่เจอกันที่ร้านเย็นตาโฟ จนมาถึงเวลานี้ก็ยังคงหายหน้าหายตา ไม่ได้เจอหรือติดต่อกัน คนอะไรใจร้ายใจดำสุดๆ

ผมนั่งคุยกับบอลอยู่ในห้องของผม เราทั้งสองคุยเรื่องสัพเพเหระกันอย่างสนุกสนาน

ก๊อก..... ก๊อก...... ก๊อก...... เสียงเคาะประตูดังขึ้นมา

"ใครมาว่ะ ดึกดื่นค่ำคืนขนาดนี้แล้ว ยังมาเคาะอยู่ได้ไม่รู้จักเกรงอกเกรงใจกันบ้างเลย" ผมบ่นไปพร้อมกับเดินไปเปิดประตู (ผมเดาว่าคงจะเป็นอีพี่บาสแน่ๆ เพราะตอนบ่าย พี่แกเปรยๆว่า จะมาขอยืมแล็กเชอร์วิชาประวัติศาสตร์ล้านนา ไปถ่ายเอกสาร แต่ก็ไม่น่าจะรีบร้อนอะไรขนาดนั้น กว่าจะสอบก็วันศุกร์หน้าโน่น)

พอเปิดประตูออกมา ผมถึงกับตกใจชนิดที่ว่า ใจเต้นระรัวและมือไม้สั่นไปหมด คนที่มาเคาะประตูไม่ใช่พี่บาส แต่เป็น เขาคนนั้น

"มาทำไม? มีธุระอะไร?" ผมถามป้องด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา และสีหน้าที่ไร้อารมณ์ (แต่ในใจหาได้เป็นเช่นนั้นไม่)

"คิดถึง มีเรื่องจะคุยด้วย" ป้องพูดเสียงค่อยๆ สีหน้าของป้องนั้น เหมือนกับคนที่ทำผิดแล้วถูกจับได้

"เราไม่มีเรื่องจะคุยกับนาย กลับไปได้แล้ว ตั้งแต่นี้ต่อไป เรากับนายไม่มีอะไรที่จะต้องติดต่อพูดคุยกันอีก เราไม่รู้จักกันอีกต่อไป ที่ผ่านมาทั้งหมดถือซะว่า เรากับนายแค่เล่นสนุกด้วยกันเฉยๆไม่มีความผูกพันธ์ใดๆต่อกัน" ผมทำท่าหมางเมิน พร้อมกับดันมือไปปิดประตู

"เดี๋ยวก่อนซิ เราอยากจะคุยกับนายจริงๆ สำคัญและก็ซีเรียสมาก" ป้องพยายามดันประตูเพื่อเข้ามาในห้อง

"แต่เราไม่มีอะไรจะคุยกับนาย ขอเชิญกลับไปได้แล้ว" ผมพยายามไล่ป้องออกจากห้อง

"ที่ไล่เรากลับก็เพื่อจะเอาเวลาไปเย็ดกับไอ้แว่นนี่ใช่ไหม? คงไม่อยากให้เราขัดความเสียวละซิท่า" ป้องชี้นิ้วไปที่บอล พร้อมกับพูดประชดประชันใส่ผม

"อย่าเอาความประพฤติของตัวเอง มาเป็นบรรทัดฐานใช้วัดคนอื่น และอย่าคิดว่า คนอื่นเขาจะทำเหมือนตัวเองทำ" ผมเผลอใช้มือตบปากป้องไปอย่างลืมตัว จนป้องง้างมือจะมาตบผม แต่แล้วป้องก็ต้องหยุดการกระทำเอาไว้ เพราะสายตาของผมจ้องมองป้องอย่างแข็งกร้าวและท้าทาย จนป้องไม่กล้าทำอะไร

"ทำไมนายพูดหมาๆแบบนี้ว่ะ" บอลพูดต่อว่าป้อง

"กูจะพูด... มึงจะทำไม? ไอ้แว่น! ถ้ามึงแน่จริง มาตัวต่อกับกูที่ใต้ตึกไหม?" ป้องเดินเข้ามาหาเรื่องบอล โดยผลักอกบอล จนบอลถึงกับเซและเกือบตกเก้าอี้

"นี่มันหาเรื่องกันนี่หว่า ไอ้ห่า. เออ.. ได้เลยทุกเมื่อ" บอลเดินเข้ามาหาป้อง และกำหมัดทำท่าจะชก

ผมเห็นเหตุการณ์ชักแย่ลงไปทุกที ดังนั้นผมจึงเข้าไปห้ามบอลและกันบอลออกห่างจากป้อง

"เราว่านายกลับห้องไปก่อน ได้โปรดเถิด เราขอร้องนะ นะ" ผมอ้อนวอนให้บอลกลับไปที่ห้อง เพราะผมคิดว่า เป็นวิธีที่ดีที่สุด

ระหว่างบอลกับป้องนั้น ดูเหมือนว่า บอลจะเป็นคนมีเหตุผลและเข้าใจอะไรง่ายกว่า ไม่ดื้้อด้านเหมือนป้อง ส่วนป้องนั้น ถ้าปล่อยให้อยู่กับผมตามลำพัง ผมพอจะรับมือได้ (ตอนนี้ป้องเหมือนหมาบ้า ไล่ยังไงก็ไม่ยอมไป ต้องปล่อยตามใจ)

"ก็ได้ นี่เราเห็นแก่นายนะ ดีเหมือนกัน ขืนอยู่ต่อมีหวังได้ชกหน้าใครบางคนแน่ๆ" บอลจ้องมองป้องอย่างโกรธเคือง และเดินออกจากห้องไปทันที

"ไม่แน่จริงนี่หว่า จะกลับไปกินนมละซิ" ป้องพูดถากถางทิ้งท้าย

หลังจากบอลออกไปจากห้องแล้ว ก็เหลือผมกับป้องตามลำพังสองคนเท่านั้น เวลานี้ใจผมเริ่มเต้นตุ้มๆต่อมๆ ชนิดที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความดีใจและตื่นเต้นที่ได้เจอป้อง กับความโกรธเคืองและความน้อยอกน้อยใจที่ป้องได้ทำกับผมอย่างเจ็บแสบ

"มีอะไรก็ว่ามา จะได้จบๆและรีบกลับไปซะที" ผมพูดขึ้นมา

"ขอโทษนายที่ได้ทำให้โกรธและเสียใจ แต่เราไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจริงๆ เราไม่โทษใครทั้งสิ้น ทั้งหมดเป็นความผิดของเราเอง เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า เรากับเพื่อนได้พนันกันเอาไว้ ใครจะจีบฟางติดก่อนกัน ถ้าแพ้จะต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงข้าวและเหล้าที่กู๊ดวิว อีกอย่างเราก็สับสนไม่แน่ใจตัวเองว่า เราเป็นเกย์หรือไบเซ็กส์ชวล กันแน่ เราเลยรับคำท้าโดยที่ไม่คิดมากอะไร เพราะเราแน่ใจว่า ยังไงเราก็ไม่ชอบผู้หญิงแน่ๆ แต่พอได้ใกล้ชิดกับฟางแล้ว เรากลับค้นพบตัวเองว่า เราไม่ใช่เกย์ เราก็ชอบผู้หญิงเหมือนกัน พอฟางเริ่มมีใจให้เรา เรากลับสงสารเธอ ไม่อยากจะทิ้งเธอ" ป้องสาธยายความรู้สึกและเหตุผลส่วนตัว

"เรารู้สึกทุเรศ สมเพช และขยะแขยงนายจริงๆ พูดออกมาได้ว่า สงสารฟาง แล้วเราล่ะ? นายไม่สงสารเราบ้างเหรอ? เรามาก่อนยัยนั่น ทำไมนายไม่เห็นให้ความสำคัญอะไรเลย เราก็มีหัวใจนะ รักเป็น เจ็บเป็น เสียใจเป็น นายทำเหมือนกับว่า เราเป็นแค่วัตถุสิ่งของที่ใช้ระบายความใคร่ของนาย พอน้ำกามแตกแล้ว นายก็สะบัดหน้าเดินหนีไปเฉยๆ มาหลอกให้เรารักจนหัวปักหัวปำ พอเบื่อแล้วก็สลัดทิ้งอย่างเลือดเย็น" ผมตัดพ้อต่อว่าป้อง เวลานี้น้ำตาของผมเริ่มไหลออกจากตา ณ เวลานี้ผมไม่สามารถที่จะกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป

"เรายังไม่ได้พูดซักหน่อยว่า เราจะทิ้งนาย เรากับนายก็ยังเป็นผัวเมียกันอยู่ เพียงแต่ว่า เราอาจจะแบ่งใจอีกส่วนและแบ่งเวลาเผื่อฟางบ้าง คือ เราขออนุญาตมีแฟนผู้หญิงนะ เรามีแฟน 2 คน แฟนผู้ชาย คือ นาย ส่วนแฟนผู้หญิง คือ ฟาง" ป้องพูดเชิงต่อรอง

ผมอยากจะแหกปากร้องตะโกนออกมาดังๆ หลังจากที่ได้ยินป้องพูดออกมา คนอะไรใจคอโลเล จับปลาสองมือ เหยียบเรือสองแคม รักพี่เสียดายน้อง อยากเก็บเธอเอาไว้ทั้งสองคน ผมเกลียดนักคนประเภทนี้

"ตั้งแต่เกิดมา เรายังไม่เคยเจอใครที่เห็นแก่ตัวเหมือนนาย เราไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร เรารับไม่ได้จริงๆ" (ตรูไม่ใช่ ดร. วิกันดา นะ ที่จะได้มานั่งปั้นหน้าเฉิ่ด-เริ่ด-หยิ่ง นั่งนิ่งเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น)

"นายจะเอาอะไรหนักหนา หัดเข้าใจอะไรง่ายๆบ้างซิ ดีแค่ไหนแล้วที่เราไม่ทิ้งนาย" ป้องพูดออกมาอย่างหน้าตาเฉย

"พูดออกมาได้ว่า จะไม่ทิ้งเรา ที่นายทำอยู่ทุกวันนี้ ไม่ทิ้งมันก็เหมือนทิ้ง แล้ววันที่เจอกันในร้านเย็นตาโฟ ล่ะ? นายบอกเราหน่อยซิว่า ทำไมนายถึงได้ทำหมางเมินไม่ทักทายพูดจากับเรา ทำเหมือนว่าไม่เคยรู้จักกับเรามาก่อนอย่างนั้น และตั้งแต่วันนั้นมา เคยมีบ้างไหมที่นายจะมาหาเราที่นี่หรือไม่ก็โทรหาเรา? ข้าวใหม่ปลามัน คงจะมันส์มากละซิ ถึงปลีกตัวมาหาเราไม่ได้" เวลานี้ผมปล่อยโฮออกมาเต็มๆ น้ำตาไหลนองออกมาจากสองตา เลอะเต็มหน้า

ป้องนิ่งเงียบไม่พูดจาอะไร ไม่ถึงวินาที ป้องเดินเข้ามากอดผม พร้อมกับพูดกระซิบข้างๆหูว่า "เราขอโทษนายนะ เรามันเลวจริงๆ"

ผมผละตัวออกจากป้อง พร้อมรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ โดยปิดกระแทกประตูห้องน้ำเสียงดังลั่นและลงกลอนเสร็จสรรพ

ผมปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาจนหมดก๊อก ครั้งนี้ผมจะร้องให้จนจุใจทีเดียว หลังจากนั้นผมจะไม่ยอมร้องให้เสียน้ำตาให้กับผู้ชายเฮงซวยคนนี้อีกต่อไป


...................................................


ปัง..... ปัง..... ปัง....... เสียงทุบประตูห้องน้ำดังขึ้น

"กันต์... นายเป็นอะไรหรือเปล่า? นี่นายเข้าไปในห้องน้ำนานมากเลย" ป้องร้องเสียงดังเหมือนจะเป็นห่วง

"อย่ามายุ่งกับเราได้ไหม นายออกจากห้องเราไปได้แล้ว จะไปไหนก็ไป" ผมตะโกนขึ้นมา

"ถ้านายทำธุระของนายในห้องน้ำเสร็จแล้ว ช่วยออกมาก่อนได้ไหม? เราอยากจะเข้าห้องน้ำ" ป้องตอบกลับ (ไอ้บ้าป้อง นึกว่าจะเป็นห่วงตรู ที่ไหนได้อยากจะใช้ห้องน้ำนี่เอง ตรูอุตส่าห์แอบดีใจ หลงนึกว่ายังแคร์ความรู้สึกของตรู ไอ้เลว)

ผมเดินปาดน้ำตาออกมาจากห้องน้ำ พร้อมกับเดินไปล้มตัวนอนที่บนเตียง น้ำตาของผมยังคงไหลอย่างต่อเนื่อง

ผ่านไปได้ซักพัก ป้องเดินออกจากห้องน้ำ และมานั่งข้างๆผม ป้องใช้มือลูบบริเวณขมับของผมลากยาวมาที่แก้ม

"นายจะโกรธจะเกลียดเรามากแค่ไหน เรายินดีรับเอาไว้ทั้งหมด แต่อยากให้นายรู้เอาไว้ว่า เรารักและห่วงหวงนาย เรามันเลวมากที่ทำกับนายในร้านเย็นตาโฟวันนั้น และก็หายหน้าปัดความรับผิดชอบไป ขอโทษนะ ที่เราสำนึกผิดช้าไปมาก" ป้องก้มลงจูบเบาๆที่แก้มของผม


ผมยังคงอยู่ในอาการสะอึกสะอื้นไม่พูดไม่จา (ตรูก็แอ็คติ้งซะ... นางเอ๊ก... นางเอก ดราม่าสุดๆ)

"คืนนี้เราจะนอนค้างกับนายที่นี่ เราเป็นห่วงไม่อยากปล่อยนายไว้คนเดียว" ป้องพูดขึ้นมา

"ไม่จำเป็น เราดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องการความสงสารและเห็นใจจากใคร โดยเฉพาะคนสองจิตสองใจ มาหาเราแบบนี้ ยัยกองฟางกองฟืนสุดที่รักของนาย ไม่ว่าเอาหรือ? แล้วนายยังจะอยากมานอนค้างกับเราอีก แบบนี้หล่อนต้องมาอาละวาดแหกอกเราแน่ๆ โทษฐานที่ไปเบียดบังเวลาข้าวใหม่ปลามันของนายและหล่อน" ผมพูดกระแหนะกระแหน

"วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ฟางกลับบ้านที่ลำปาง กว่าจะกลับมาก็เช้าวันจันทร์" ป้องตอบอย่างซื่อๆ (พอฟังคำตอบที่หลุดออกมาจากปากไอ้บ้าป้องแล้ว ตรูอยากจะร้องกรี๊ดลั่นสนั่นตึก และอยากจะเอาหัวโขกกับขอบเตียงให้หายบ้ากันไปข้างหนึ่ง)

"ออกไปจากห้องเราเลยนะ เราไม่อยากเห็นหน้านายอีกต่อไป นี่ถ้ายัยกองฟางกองฟืนไม่กลับบ้าน นายคงไม่มาหาเราใช่ไหม?" ผมปาหมอนใส่ป้อง

ป้องนิ่งเงียบไม่พูดจาอะไร (สงสัยตรูคงจะพูดแทงใจดำแน่ๆ) จากนั้นก็โน้มตัวลงนอนข้างๆผม

ผมกับป้องต่างก็นอนนิ่งเงียบไม่พูดจาอะไรกัน ปล่อยให้ความเงียบเข้ามาคั่นกลางระหว่างเรา

"กันต์...... เราไม่รู้จะพูดอธิบายหรือแก้ตัวกับนายยังไงดี อย่างไรก็ตาม ผู้ชายที่ชื่อ ป้อง คนนี้ ยังรักนายและแคร์ความรู้สึกของนายอยู่ตลอดเวลา ต่อให้เรามีคนใหม่อีกไม่รู้กี่คนต่อกี่คน เราก็ยังไม่เคยรู้สึกผูกพันธ์แนบแน่นสนิทใจแบบที่รู้สึกกับนายมาก่อน" ป้องใช้แขนโอบกอดผมและลากตัวผมเข้ามาแนบชิดกับตัวของเขา

"แต่เราเกลียดคนสองจิตสองใจ เราอยากเป็นเพียงแค่คนเดียวในหัวใจเท่านั้น เราไม่อยากแบ่งแฟนกับใคร นายเข้าใจไหม? ถ้านายอยากจะให้เราแบ่งกันกินแบ่งกันใช้น้ำอสุจิของนายกับยัยกองฟืนนั่น เราขอเป็นฝ่ายไปอย่างสมศักดิ์ศรีดีกว่า เราจะไม่บังคับให้นายต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง" ผมพูดกึ่งๆยื่นคำขาด

ผมพยายามขัดขืนโดยการแกะมือของป้องออก แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ ป้องยิ่งกอดรัดผมแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนผมต้องปล่อยเลยตามเลย (ซึ่งใจจริงแอบดีใจอยู่นิดๆ แต่การแสดงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ตรูยอมรับว่าเป็นคนที่ปากไม่ตรงกับใจเอามากๆ)

ป้องยื่นจมูกมาหายใจรดที่หลังใบหูของผม ลมหายใจอุ่นๆอ่อนๆจากจมูกของป้องทำให้ขนของผมลุกซู่ด้วยความเสียวซ่านนิดๆ

ป้องได้ทีเลยใช้ปลายจมูกสูดดมปนไซร้ตรงใต้ใบหูและลากยาวมาที่ซอกคอของผม ผมพยายามขัดขืนแต่ป้องกลับใช้แขนกอดรัดและล็อคตัวผมเอาไว้อย่างแน่นหนา

เวลานี้อารมณ์ของผมกระเจิดกระเจิงเพราะความเสียว จนลืมความถือเนื้อถือตัว เจ้าทิฐิไปชั่วขณะ ยิ่งเห็นผมนิ่งเงียบไม่ต่อสู้ขัดขืนใดๆ ยิ่งทำให้ป้องได้ใจใช้มือถอดเสื้อยืดของผมออก พร้อมกับก้มไปเลียและดูดหัวนมของผมอย่างเมามันส์ ส่วนผมนั้นก็นอนนิ่งเฉยไม่ทำอะไรทั้งสิ้น (ก็มันเสียวนี่ และขี้เกียจด้วย คราวนี้ตรูจะแกล้งให้ป้องต้องเป็นฝ่ายตีเองชงเองเล่นเองซะบ้าง แต่ไม่เสียวเอง เพราะเราทั้งสองเสียวด้วยกัน)

ปากของป้องดูดเลียหัวนมทั้งสองของผมอย่างเพลิน จากนั้นป้องก็ใช้มือทั้งสองข้าง ถลกกางเกงและกางเกงในของผม ทิ้งลงจากเตียง จนผมอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า

พอดูดหัวนมของผมจนหนำใจแล้ว ป้องก็ลากลิ้นจากหัวนมผ่านบริเวณหน้าอกของผม ลงมาที่ตรงสะดือ ป้องลากลิ้นเลียวนสะดือ ผมรู้สึกเสียวจนแท่งตอปิโดของผมแข็งโด่ตั้งตรงอย่างรวดเร็ว

ป้องใช้มือรูดแท่งตอปิโดของผม ขึ้นๆลงๆอย่างช้าๆ จากนั้นก็เร่งสปีดความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ

ผมครางออกมานิดๆด้วยความเสียว

ป้องลากปลายจมูกลงมาซอนไซร้ที่ขนหะมอยอันดกดำของผม จากนั้นก็อ้าปากอมแท่งตอปิโดของผมจนมิดลำ (นี่เป็นครั้งแรกที่ป้องถวายบัวให้ผม)

ป้องพยายามใช้ปากดูดและรูดแท่งตอปิโดของผมขึ้นๆลงๆ แต่ด้วยความที่ยังใหม่ต่อการถวายบัว เลยทำให้บางครั้งฟันของป้องไปกระทบกับหัวและลำโคนแท่งตอปิโดของผม แทนที่จะเสียวกลับกลายเป็นเจ็บนิดๆ

ผมพยายามถอดแท่งตอปิโดออกจากปากของป้องก่อนที่แท่งตอปิโดจะได้รับความเสียหายมากไปกว่านี้จากฟันของป้อง

เมื่อแท่งตอปิโดของผมออกจากปากของป้องแล้ว ป้องก็จัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด

ป้องใช้มือรูดๆท่อนเอ็นของตัวเอง ให้แข็งสุดๆเพื่อจะได้ออกรบอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องถ่มน้ำลายใส่มือจนเปียกโชก จากนั้นก็ใช้มือที่เปียกน้ำลายทาถูตรงท่อนเอ็น และตรงบริเวณปากเข้าถ้ำแก้วของผม ก่อนที่จะปล่อยเจ้าท่อนเอ็นเข้าสู่ถ้าแก้วของผม ป้องสอดนิ้วชี้แยงๆเข้าไปในถ้ำแก้วเพื่อเป็นการเบิกทาง (ผมขี้เกียจและไม่มีอารมณ์ไปหยิบเจลหล่อลื่นที่ลิ้นชักตรงข้างหัวเตียง)

ป้องยกขาข้างขวาของผมขึ้นพาดบนบ่าของตัวเอง พร้อมกับจ่อท่อนเอ็นพร้อมทะลุทะลวงรูดากของผม ป้องเริ่มดันท่อนเอ็นเข้ารูดากของผมจนมิดลำ ผมรู้สึกเจ็บและแสบมากๆ เหมือนกับว่ารูดากของผมนั้นคับแน่นจนจะปริแตกออกมา (ที่รู้สึกแบบนั้น คงเป็นเพราะว่า ไม่ได้ใช้เจลหล่อลื่นซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อผิวหนังบริเวณนั้นมีความยืดหยุ่นผ่อนคลาย)

ป้องกระเด้าท่อนเอ็นเข้าๆออกๆภายในรูดากของผมอย่างเมามันส์และเร็วๆรัวๆจนไม่เป็นจังหวะ (ไม่รู้ว่าไปอดอยากปากแห้งมาจากไหน)

ป้องครวญครางออกมาด้วยความเสียว ส่วนผมนั้นครวญครางออกมาด้วยความเจ็บแสบรูดาก ชนิดที่รู้สึกได้ว่า เลือดออกแน่ๆ

ซักพักป้องเร่งจังหวะเร็วจนชนิดที่ว่าเตียงสั่นโยกไปหมด จนในที่สุดน้ำเงี่ยนของป้องก็แตกคารูดากของผม เมื่อป้องถอดท่อนเอ็นออกแล้ว ก็มีน้ำอุ่นๆเหลวๆไหลเยิ้มออกมาจากภายในรูดากของผม เปรอะเปื้อนบนผ้าปูที่นอนของผมเต็มไปหมด ผมลองเอามือแตะๆดู ปรากฏว่าเป็นคราบเลือด

"นายเป็นอะไรหรือเปล่า ดูหน้าซีดเชียว เราขอโทษด้วยที่ทำให้นายเจ็บ" ป้องถามผมด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก

"ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเราขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน ผ้าปูที่นอนใหม่อยู่ในตู้เสื้อผ้าตรงชั้นใต้สุด นายช่วยปูเตียงให้เราด้วยนะ" ผมดึงผ้าปูที่นอนออก พร้อมกับเดินไปเข้าห้องน้ำ

คืนนี้ผมนอนหลับในอ้อมแขนของป้องที่โอบกอดผมไว้ทั้งคืน ผมไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมผมไม่ได้วีนหรืออาละวาดกับป้องอย่างสุดๆไปเลย เหมือนที่ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรก

แต่ ณ เวลานี้ ความรู้สึกที่ผมมีให้กับป้อง ตลอดจนความสัมพันธ์ของเราทั้งสอง มันคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว (จากมุมมองและการตัดสินใจของผมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเราทั้งสอง ส่วนมุมมองของป้องนั้น ผมไม่รู้ว่าป้องคิดและตัดสินใจอย่างไร)


........................ เช้าวันรุ่งขึ้น ...................

ผมลืมตาตื่นขึ้นมา หันไปดูข้างๆไม่เห็นป้อง พอชะโงกหน้าออกมาดูตรงโต๊ะทีวี ปรากฏว่า ป้องยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงระเบียงห้อง

"ตื่นแล้วเหรอ แล้วตูดนายเป็นอย่างไรบ้าง ค่อยยังชั่วขึ้นมาหรือยัง หรือว่ายังเจ็บอยู่? เลือดไม่ออกแล้วใช่ไหม?" ป้องพูดทักทายผม (ช่างเป็นคำพูดทักทายในยามเช้าที่แปลกพิลึกหูทะแม่งๆยังไงก็ไม่รู้)

"บ้า....... พูดเรื่องอะไร ก็ใครนั้นแหละที่เป็นคนทำ ยังมีหน้ามาถามอีก" ผมทำหน้าเคืองๆใส่ฝ่ายตรงข้าม

"นายรีบไปอาบน้ำก่อนละกัน เดี๋ยวเราค่อยอาบทีหลัง พออาบเสร็จจะได้ออกไปกินข้าวกัน นี่ก็เที่ยงกว่าแล้ว ตอนแรกเราว่าจะพานายไปกินข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง แต่เห็นสภาพตูดนาย เราเปลี่ยนใจขอพอนายไปกินก๋วยเตี๋ยวหรืออะไรที่อ่อนๆไม่รสจัดจนเกินไป เวลานายเข้าห้องน้ำจะได้ไม่ปวดแสบปวดร้อนมาก" ป้องแซวผมอย่างอารมณ์ดี

"ที่นายพูดนี่ใช้ปากหรืออะไรพูด? ไม่ตลกเลยนะ อย่าคิดว่าพอทำให้เรายิ้มได้หัวเราะได้ แล้วเราจะลืมคดีความที่นายได้ทำเอาไว้กับเราอย่างสาสม" ผมแกล้งทำหน้าโกรธๆงอนๆใส่ป้อง (แต่ในใจยังแอบยิ้มนิดๆ ตรูก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เขาทำให้เจ็บใจขนาดนั้น และล่าสุดเมื่อคืนที่แล้ว ยังทำให้เจ็บจนประตูหลังเกือบพัง ตรูก็ยังโกรธไม่ลง หรือโกรธได้ไม่เต็ม 100% อีก)

ในขณะที่ผมกำลังเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวนั้น......

กริ๊ง.... กริ๊ง..... กริ๊ง ..... เสียงโทรศัพท์ที่หัวเตียงดังขึ้นมา ผมเดินไปรับสาย

"ฮัลโหล นั่นใครพูดครับ?" ผมเอ่ยถามเสียงจากปลายสาย

"ไอ้กันต์... นี่กูเอง พัฒน์.... หายไปเลยนะมึง ไม่โทรหากูบ้างเลย กูอุตส่าห์คิดถึงมึงตลอดเวลา ถ้ากูไม่โทรมาหา มึงคงลืมกูเลยละซิ" ไอ้พัฒน์ทักทายผมด้วยการบ่นตามสไตล์ของมัน

"กูก็คิดถึงมึง ไอ้พัฒน์... ขอโทษด้วยที่กูหายหน้าหายตาไม่ได้ติดต่อกับมึง โกรธกูไหมนิ?" ผมแกล้งพูดเสียงดังเพื่อให้ใครบางคนได้ยิน (คราวนี้ถึงทีตรูบ้าง จะได้พิสูจน์ใจใครบางคนว่า จะแคร์ จะหึงหวง ตรูไหม?)

"ใครจะโกรธมึงได้ลงคอ แค่กูรู้ว่ามึงคิดถึงกูๆก็ดีใจแล้ว กูอยากเย็ดมึงมากๆเลยรู้ไหม?" ไอ้พัฒน์หยอดคำหวานพร้อมกับแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนออกมา

"ไอ้บ้า.. พูดได้ไม่อายปากเลยนะมึง แล้วมึงรู้เบอร์โทรที่คอนโดกูได้ยังไง?" ผมถามอย่างสงสัย

"มึงเคยให้เบอร์โทรบ้านมึงที่เชียงของไว้ พอกูโทรไป แม่มึงรับสายพอดี กูเลยได้เบอร์ของมึงมา"

"ตอนนี้มึงอยู่ที่ปัตตานีหรือว่ากลับบ้านมึงที่หาดใหญ่?"

"กูอยู่บ้านที่หาดใหญ่ มึงก็รู้ว่า วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ กูเคยอยู่ในมอที่ไหน เงียบวังเวงมาก สู้กลับหาดใหญ่ไปดูแสงสีเสียงจะดีกว่า ที่กูโทรมาหามึง กูมีข่าวดีจะบอก อีกประมาณ 2 อาทิตย์ กูจะขึ้นมาหามึงที่เชียงใหม่ และจะอยู่เที่ยวซักอาทิตย์กว่าๆ ช่วงนั้นเป็นช่วงปีใหม่พอดี กูเลยโดดเรียนนานๆได้" ไอ้พัฒน์พูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นดีใจ

"จริงหรือ? มึงต้องขึ้นมาจริงๆนะ อย่าโกหกเด็ดขาด ถ้ามึงโกหก กูโกรธจริงๆด้วย มึงมาพักกับกูได้เลย กูจะพามึงร่อนทั่วเชียงใหม่ และพามึงไปเที่ยวบ้านกูที่เชียงของ" ผมแกล้งพูดเน้นย้ำดังๆตรงประโยคเกี่ยวกับ เชียงของและแม่น้ำโขง เพราะใครบางคนเคยบอกให้ผมพาไปเที่ยว พอผมจะพาไป กลับบอกไม่ว่างอ้างติดโน่นนี่สารพัด (ตอนที่เขากำลังตามจีบกองฟางใหม่ๆ)

ป้องหันมามองผมด้วยสายตาสงสัยและครุ่นคิด

"ได้เลย ขอบใจว่ะ รับรองกูไม่พลาดแน่นอน อีกอย่าง มึงอย่าลืมเตรียมก้นขาวๆอวบๆเด้งๆของมึงเอาไว้เผื่อเจี๊ยวของกูด้วยนะ" ไอ้พัฒน์พูดจาทะลึ่งทะเล้น

พอผมคุยโทรศัพท์กับไอ้พัฒน์เสร็จเรียบร้อย และกำลังจะวางสาย...


ก๊อก.... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นมา ป้องรีบเดินไปเปิดประตู

"นึกว่าใคร ที่แท้.. คุณแว่นนี่เอง ผมว่าคุณมาช้าไปนิดหนึ่ง ไม่ทันอีกคนที่โทรศัพท์มาปาดหน้าคุณไปแล้ว" ป้องพูดจาเล่นลิ้นกับบอล พร้อมกับหัวเราะอย่างสาแก่ใจ

"นายพูดอะไรของนาย ไม่เข้าใจ และไม่อยากถือสาคนอย่างนายด้วย หลีกไป... เรามาหากันต์" บอลผลักประตูมาโดนป้อง และรีบเดินเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว

"มีอะไรเหรอบอล? เมื่อคืนนอนหลับสบายดีนะ?" ผมทักทายบอล

บอลพยักหน้า และพูดต่อไปว่า "เราจะมาเอาม้วนเกมส์และม้วนวีดีโอไปส่งคืนที่ร้าน วันนี้ครบกำหนดส่งพอดี แล้วนายละ รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม?"

ผมยิ้มให้บอล

"ได้ของแล้ว ก็รีบไปซิว่ะ จะมายืนเกะกะขวางหูขวางตาอยู่ทำไม? หรือว่าอยากจะมีเรื่องต่อจากเมื่อคืน พี่พร้อมทุกเมื่อเลยนะไอ้น้อง นี่คงจะไปกินนมอิ่มมาแล้วซิ ถึงได้กล้ามาท้าทายถึงที่นี่" ป้องเริ่มทำตัวกร่างๆ

บอลรีบเดินออกจากห้องไป โดยที่ไม่พูดจากับผมเลยซักคำ จากสีหน้าท่าทางของบอล ผมพอจะดูออกว่า บอลต้องโกรธหรือน้อยใจอะไรผมซักเรื่อง

"เดินออกห้องไปเฉยเลย คงจะมาเห็นภาพตำตาว่า ผัวเมียยังดีกันอยู่ ถึงขั้นรับไม่ได้เชียว" ป้องพูดเยอะเย้ยบอลทิ้งท้าย

ผมส่ายหัวและจ้องมองป้องด้วยความเบื่อหน่าย

"เมื่อกี้ใครโทรมาหรือ? ชู้รักคนที่เท่าไหร่? จู๋และตูดเลื่อมทองจริงๆ ถึงได้มีคนมาติดพันธุ์อยากจะสมสู่มากขนาดนี้ เห็นได้ยินว่าจะพากันไปเที่ยวบ้านด้วย ทีกับเราละก็ ไม่เห็นจะพาไปเลย" ป้องชักจะทำตัวกวนบาทาต่อเนื่องเข้าไปทุกที

"ก่อนที่นายจะพูดอะไร หรือพูดถึงใครนะ นายหัดดูตัวเองบ้างซิ พูดออกมาได้ว่า เราไม่อยากจะพานายไปเที่ยวที่บ้านเรา เราเคยชวนนายตั้งหลายครั้งแล้ว ทั้งชวนทั้งขอร้องอ้อนวอนจนแทบจะกราบงามๆตรงที่เท้าของนาย แต่นายก็อ้างว่าไม่ว่าง ติดทำรายงานอย่างโน้นอย่างนี้บ้าง ที่แท้ก็เอาเวลาไปพรอดรักกับยัยกองฟาง" ผมตอกกลับจนฝ่ายตรงข้ามถึงกับเถียงไม่ออก

ป้องยังคงอยู่กับผมและนอนค้างกับผมอีกคืนหนึ่ง พอกองฟางกลับมาจากบ้าน ผมก็ไม่ได้เจอป้องอีกเลย เขาหายหน้าหายตาไป ไม่มีแม้แต่จะโทรมาคุย

สำหรับผมแล้ว พอเวลาผ่านไป ความรู้สึกพิเศษที่เคยมีให้แก่ป้อง นับวันมันก็ยิ่งลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ส่วนจิตใจก็ค่อยๆกลับคืนมาเหมือนเดิม

ส่วนบอลนั้น ดูเหมือนว่าเขาพยายามจะหลบหน้าหลบตาผม โดยที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร? เวลาเจอกันโดยบังเอิญที่ใต้คอนโด ก็พูดทักทายกันแบบ ถามคำตอบคำ เหมือนกับคนที่รู้จักแบบผิวเผิน


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
(-_-!)
Guest

65. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #64
 
02-Jan-13, 02:51 PM (SE Asia Standard Time)
 
   รู้สึกเจ็บแทนกันต์มาก ... ถ้าเป็นผม จะยอมอภัยไหม...เป็นคำตอบที่ยากจริง ๆ ถ้าไม่เจอกับตัวเอง ...


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

66. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #65
 
02-Jan-13, 07:37 PM (SE Asia Standard Time)
 
   เป็นผมก็คงไม่ยอมอ่ะนะ ของของเรา ก็ไม่อยากจะแบ่งใครอ่ะนะ ถ้าเราทำแบบนั้นมั่ง จะได้หรือเปล่า ถ้าได้ จะเรียกว่าเป็นแฟนกันหรือเปล่า หรือจะเป็นแค่ sex friend เฉยๆ

ปล ตอนทะเลาะกันตอนเช้า บอลโผล่มาตอนไหนหว่า อ่านแล้วงงอ่ะคับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ชายเพนจร
Guest

68. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #66
 
03-Jan-13, 12:19 PM (SE Asia Standard Time)
 
   รักแท้ไม่มีในหมู่เกย์จริงๆเหรอ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

71. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #68
 
04-Jan-13, 00:24 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >รักแท้ไม่มีในหมู่เกย์จริงๆเหรอ

มีหรือไม่? โปรดติดตามตอนต่อๆไปนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

70. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #66
 
04-Jan-13, 00:21 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >เป็นผมก็คงไม่ยอมอ่ะนะ ของของเรา ก็ไม่อยากจะแบ่งใครอ่ะนะ
>ถ้าเราทำแบบนั้นมั่ง จะได้หรือเปล่า ถ้าได้
>จะเรียกว่าเป็นแฟนกันหรือเปล่า หรือจะเป็นแค่ sex friend เฉยๆ
>
>ปล ตอนทะเลาะกันตอนเช้า บอลโผล่มาตอนไหนหว่า อ่านแล้วงงอ่ะคับ


ตอนที่กันต์คุยโทรศัพท์ใกล้เสร็จ บอลเคาะประตู แล้วป้องเปิดประตูให้

...........................

ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามให้กำลังใจกันมาทุกตอน


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
สวยเนอะ
Guest

67. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #65
 
02-Jan-13, 07:41 PM (SE Asia Standard Time)
 
   อีสัดป้อง อีเหี้ย!!!! พูดได้แค่นี้จริงๆ ....


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

72. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #67
 
04-Jan-13, 00:27 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >อีสัดป้อง อีเหี้ย!!!! พูดได้แค่นี้จริงๆ ....

เห็นคุณผู้อ่านอินสุดๆแบบนี้ ผู้เขียนอย่างผมรู้สึกดีใจมากๆครับ โปรดติดตามตอนต่อไป


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

69. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #65
 
04-Jan-13, 00:18 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >รู้สึกเจ็บแทนกันต์มาก ... ถ้าเป็นผม
>จะยอมอภัยไหม...เป็นคำตอบที่ยากจริง ๆ ถ้าไม่เจอกับตัวเอง ...

ใช่แล้วครับ เรื่องแบบนี้พูดยากจริงๆ มันก้ำกึ่งอารมณ์ทั้งรัก+ทั้งเกลียด


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

73. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #69
 
04-Jan-13, 00:59 AM (SE Asia Standard Time)
 
   ก๊อก...... ก๊อก...... ก๊อก.......

ผมยืนเคาะประตูหน้าห้องบอล ผมอยากจะรู้ว่า เพราะอะไรบอลถึงทำหมางเมินไม่พูดไม่จากับผม ไม่มาคุยกับผมที่ห้องเหมือนเมื่อก่อน ?

"นายนั่นเอง มีอะไร? วันนี้มาหาเราถึงที่ห้อง ร้อยวันพันปีนายไม่เคยมาหาเราที่ห้องเลย" บอลพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา (มันก็ถูกของบอลนะ เพราะตั้งแต่คบกันมา ผมมาหาบอลที่ห้องยังไม่ถึง 5 ครั้ง ส่วนใหญ่บอลเป็นฝ่ายมาหาผมที่ห้องมากกว่า ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ ผมรู้สึกเขินอายและยึดติดกับความคิดบ้าๆว่า กลัวบอลเข้าใจผิดหาว่า ผมมาอ่อยถึงที่)

"เราอยากจะคุยกับนาย ช่วงนี้ไม่เห็นนายมาเล่นที่ห้องเราเลย พอเจอกันนายก็ทำท่าทางเหมือนไม่อยากคุยกับเรา เราขอเข้าไปคุยกับนายในห้องได้ไหม?" ผมยืนคุยกับบอลอยู่ที่ประตูห้อง

บอลไม่พูดไม่จา โดยทำทีพยักหน้าเชิญผมเข้ามาในห้อง

"ทำไมช่วงนี้นายถึงไม่อยากพูดกับเรา เวลาเจอเราก็พยายามหลบหน้าตลอด เราทำให้อะไรให้นายโกรธหรือไม่พอใจ?" ผมพยายามถามคาดคั้นเอาความจากบอล

บอลยังคงนิ่งเงียบทำท่าทางไม่สนใจในสิ่งที่ผมถาม

"นายไม่ได้ยินที่เราถามเหรอ? บอกเรามาซิ เราทำอะไรไม่ถูกใจนาย นายถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแบบนี้" ผมพยายามคาดคั้นคำตอบจากบอล

บอลส่งสายตาที่ไม่ยินดียินร้ายใดๆทั้งสิ้น มาให้ผมแทนคำตอบ

ผมเริ่มจะหัวเสียนิดๆกับกริยาที่บอลทำใส่ผม ผมจึงเดินไปหาบอลที่ยืนพิงประตูหลังห้องตรงระเบียง (ผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตรงประตูหน้าห้อง) ขณะที่ผมกำลังเดินเข้าไปหาบอลนั้น เท้าของผมได้เดินเตะกล่องลังกระดาษใบเล็กๆที่อยู่บนพื้นห้องใกล้กับโต๊ะอ่านหนังสือของบอล โดยอุบัติเหตุ ทำให้ลังกระดาษใบนั้นคว่ำและหนังสือที่อยู่ข้างในกระจัดกระจายออกมากองกับพื้น

เมื่อเห็นหนังสือทั้งหมดที่อยู่ข้างในกล่อง ผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เพราะหนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือยอดนิยมชาวสีม่วง(ในยุคนั้น)เช่น นีออน มรกต วีคเอ็นด์แมน ฮีท เมล มิถุนา และห้องห้าเหลี่ยม

คิดไม่ถึงจริงๆว่า บอลจะมีรสนิยมทางเพศแบบเดียวกับผม แต่ไม่แสดงอาการออกมาให้จับผิดได้เลยแม้แต่น้อย (ถ้าสมัยนี้คงเรียกว่า "แอ๊บได้เนียนมาก")

สีหน้าของบอลในตอนนี้ถึงกับเหวอ ไม่กล้าสู้หน้าผม แถมยังเดินออกมายืนอยู่ที่ระเบียงห้องเหมือนกับจะเป็นการสงบสติอารมณ์หรือตั้งหลัก

"ขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจจะเตะจนทำให้ลังกระดาษล้มลงจริงๆ เรากำลังจะเดินเข้ามานาย เพื่อถามให้เคลียร์ว่า ทำไม? เพราะอะไร? แต่มันดันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาก่อน" ผมพยายามพูดให้บอลเข้าใจ

บอลยังคงไม่ยอมพูดกับผม

"นายไม่ต้องกลัวหรือกังวลเกี่ยวกับเรื่องหนังสือในกล่องนั้นนะ เพื่อความสบายใจของนาย เราจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่รับรู้ว่าเกิดเหตุการณ์ใดๆทั้งสิ้น" ผมพยายามพูดและเอามือลูบลงบนแผ่นหลังของบอล เพื่อให้บอลสบายใจ

"เราไม่ว่าอะไรทั้งสิ้นถ้านายยังโกรธเราอยู่ หรือไม่ยอมให้อภัยเรา แต่เราขออะไรนายอย่างหนึ่งได้ไหม? เราอยากรู้ว่า ทำไมนายถึงโกรธและทำท่าทางไม่พอใจเรา? เราอยากรู้แค่นี้เท่านั้นเอง พอได้คำตอบแล้ว เราจะรีบออกไปจากห้องนายให้เร็วที่สุด และจะไม่โผล่หน้ามาสร้างความรำคาญให้นายอีกต่อไป" ผมพูดขอร้องบอล

"ไอ้บ้าเอ่ย!!! แค่นี้นายยังดูไม่ออกอีกหรือว่าทำไมเราถึงได้แสดงออกแบบนี้กับนาย? นายแกล้งโง่หรือว่าโง่จริงๆ?" บอลกัดฟันพูดกับผมอย่างกล้าๆกลัวๆ

"นายหมายถึงอะไร? เราไม่เข้าใจที่นายพูดเลยนะ" ผมทำหน้ามึนงง

"จะเข้าใจหรือไม่ก็แล้วแต่นาย เราถือว่าเราได้บอกเหตุผลที่นายอยากรู้ให้นายฟังแล้ว ถ้าไม่มีอะไรขอเชิญนายออกจากห้องเราไปได้" บอลพูดเสียงแข็ง แต่เท่าที่ดูจากสีหน้าและท่าทางแล้ว มันช่างแตกต่างจากน้ำเสียงอย่างสิ้นเชิง

พอบอลพูดจบ ผมชักจะเริ่มมองเกมส์ออกแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาของทั้งสองฝ่าย และต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีอะไรจะต้องเสียหรือจะต้องอาย อีกต่อไป ดังนั้นผมจึงค่อนข้างจะแน่ใจมั่นใจที่จะพูดประโยคนี้ออกมาอย่างไม่สงวนท่าที

"นายชอบเราใช่หรือเปล่า?"

บอลใช้สายตาตอบคำถามแทนคำพูด พร้อมกับเดินเข้ามาในห้อง ผมเดินตามบอลเข้ามาอย่างกระชั้นชิด

"ครั้งแรกที่เราเจอนาย หน้าตาท่าทางรวมทั้งความเป็นตัวของนายเองสะดุดตาและสะดุดใจเรามาก แต่สิ่งที่เป็นช่องว่าง เป็นกำแพงขวางกั้นไม่ให้เราใกล้ชิด ศึกษานิสัยใจคอและความรู้สึกนึกคิดของนายได้คือ เราหลงคิดว่า นายไม่ได้มีรสนิยมชอบไม้ป่าเดียวกันเหมือนกับเรา ดังนั้นเราเลยไม่ได้ให้ความสนใจนายมากไปเกินกว่าคำว่า เพื่อน" ผมใช้มือลูบไหล่บอลเบาๆ

บอลมองหน้าผมด้วยสายตาที่ลดความแข็งกร้าวลงอย่างสิ้นเชิง

"เราว่า.... เรากลับก่อนจะดีกว่า เผื่อว่านายอยากอยู่คนเดียว" ผมไม่รู้จะวางตัวอย่างไรและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่านี้

"นายนี่ช่างเป็นคนที่ใจร้ายใจดำจริงๆนะ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจคนอื่นบ้างเลย" บอลตัดพ้อต่อว่าผม

"นายพูดอะไรของนาย? ตกลงนายอยากจะให้เราอยู่เป็นเพื่อนนายในห้อง หรือนายอยากจะให้เราไสหัวออกจากห้องไป? จะเอาอะไรก็เอาให้มันแน่ซักอย่างหนึ่งได้ไหม มัวแต่อ้ำอึ้งไม่พูดไม่จา ใช้สายตาแทนคำพูดแบบนี้ ใครมันจะไปเดาใจได้ถูกว่า นายต้องการอะไรกันแน่ แค่เปิดปากพูดออกมานี่มันลำบากยากเย็นมากนักใช่ไหม?" ผมเริ่มจะหัวเสียขึ้นมาอย่างลืมตัว (งอนเหมือนผู้หญิงจริงๆ บอลเอ๋ย... )

"ออกไปจากห้องเราได้แล้ว เราไม่อยากเห็นหน้านาย ไอ้บ้า" บอลชี้มือไปที่ประตูห้อง

"เราต้องขอโทษด้วยที่เผลอตัวขึ้นเสียงกับนาย เราไม่ได้มีตั้งใจจะทำแบบนั้นเลย คือมันลืมตัว ถ้านายต้องการอย่างนั้น เราก็จะออกไปจากห้องเพื่อความสบายใจของนาย"

ผมกำลังจะหมุนลูกบิดเพื่อเปิดประตูห้อง ปัง.... ปัง... เสียงตบโต๊ะดังขึ้นมาทันทีทันใด

บอลตบโต๊ะด้วยฝ่ามืออย่างสุดแรงเกิด ผมรีบเดินเข้าไปห้าม

"หยุดได้แล้ว! เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีก" ผมใช้มือทั้งสองข้างจับตัวบอลไว้อย่างแน่น

สายตาของผมกับบอลจ้องประสานกันอย่างลึกซึ้ง เวลานี้คงมีแค่ภาษากายกับภาษาใจเท่านั้นที่สามารถสื่อสารถึงกันได้มากกว่า

ผมคว้าตัวของบอลเข้ามาโอบกอด ซึ่งตัวของบอลเองนั้นก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด

เราทั้งสองกอดกันได้ซักพัก จากนั้นผมค่อยๆขยับปลายจมูกมาหอมที่แก้มของบอล และลากยาวมาไซร้ตรงซอกคอของบอล

บอลหลับตาเคลิ้มอย่างสบายตัว ผมใช้ริมฝีปากจูบประกบลงบนริมฝีปากของบอล เราทั้งสองจูบแลกลิ้นกันด้วยความเสน่หา
ผมจัดการถอดเสื้อผ้าของบอลออกจนเหลือแต่ตัวล่อนจ้อน ผิวของบอลขาวใสมาก หัวนมทั้งสองข้างก็อมชมพูน่าดูดเลียซะเหลือเกิน บริเวณใต้สะดือก็น่ากินใช่ย่อย ตรงหัวหน่าวมีสาหร่ายเส้นดำยาวขึ้นหลอมแหลมพลอมแพลม ดูไม่รกเกะกะจนเกินไป ส่วนอวัยวะเพศนั้นเหยียบตรงเป็นลำสวยงามไม่อวบอ้วนจนเกินไปและก็ไม่ยาวมากจนน่าเกลียด ตรงหัวกระดอเปิดเป็นสีชมพูเข้มนิดๆ

ผมใช้ปากดูดเลียและขบกัดหัวนมของบอลเล่นอย่างเบาๆ โดยที่มือทั้งสองข้างนั้น จับคลำเครื่องเพศของบอลเล่นสนุกมือ มือขวาของผมสาวว่าวให้บอล และมือซ้ายก็ลูบกะโปก เล่นกับลูกชิ้นเอ็นทั้งสองลูก ยิ่งจับเครื่องเพศของบอลก็ยิ่งแข็งตัวเป็นจนลำเต็มไม้เต็มมือผม

"บอล... เราขอเอาตูดนายได้ไหม?" ผมกระซิบถามบอล

"เออ.. เรากลัว นี่เป็นครั้งแรกของเรา เราไม่เคยให้ใครเอามาก่อน" บอลพูดอย่างลังเล

"ไม่เป็นไร ถ้างั้น.. นายอยากจะเอาตูดเราไหม?" ผมถามแบบมีทางเลือกให้กับบอล

"เออ... เราเอาไม่เป็น ไม่เคยเอาใครมาก่อน นายเป็นคนแรกที่เปิดบริสุทธิ์เรา นายช่วยสอนเราหน่อยซิว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง?" บอลพูดอย่างตรงไปตรงมา (แจ๊คพ๊อตจริงๆเลยตรู ได้เป็นคนแรกที่เปิดซิงบอล)

"คราวหน้าเราจะสอนให้อย่างเต็มที่ รับรองอีกหน่อยนายต้องเป็นมืออาชีพแน่ คราวนี้เราขอชักว่าวให้นายและขอดูดจู๋นายให้หายอยากก่อนนะ" พอพูดจบ ผมจัดการอ้าปากครอบกระดอของบอลจนมิดลำ พร้อมกับใช้ริมฝีปากรูดกระดอของบอลขึ้นๆลงๆเป็นจังหวะจะโคน จนบอลหลับตาพริ้มด้วยความเสียว

ไม่ถึง 3 นาที บอลเริ่มครางเสียงดังขึ้น จนผมรู้สึกว่า ในปากของผมมีน้ำอุ่นๆหนืดๆคาวๆพ่นใส่เต็มปาก (แตกเร็วจริงๆพ่อคุณ แบบนี้เขาเรียกว่า "ล่มปากอ่าว" หรือเปล่า)

คราวนี้ก็มาถึงของผมบ้าง ผมไม่รอช้า รีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด เพื่อให้บอลสามารถรีดน้ำเงี่ยนออกจากแท่งตอปิโดของผมได้อย่างเต็มที่

"โอ้โห...... จู๋นายโคตรใหญ่จัง แบบนี้เราจะดูดได้ไหม? กลัวปากฉีกจังเลย" บอลแสดงอาการตื่นเต้นเมื่อเห็นแท่งตอปิโดที่แข็งโด่ของผม

บอลใช้ลิ้นเลียรอบๆหัวแท่งตอปิโดของผมที่ถอกออกมาจากปลายหนังหุ้ม จากนั้นก็ใช้มือสาวว่าวให้ผมอย่างเมามันส์ จนผมกลั้นความเสียวเอาไว้ไม่อยู่ ฉีดน้ำอสุจิใส่หน้าของบอลอย่างเต็มสตรีม

เมื่อเสร็จกามกิจแล้ว เราทั้งสองก็นอนกอดกันบนเตียง และพูดคุยเปิดความในใจต่อกันและกัน

"ที่เราทำอาการแบบนั้นใส่นาย เพราะ เราน้อยใจที่นายไม่สนใจใยดีต่อความรู้สึกที่เรามีให้นายเลย นายน่าจะดูออกนะว่า ที่ผ่านมาเราคิดยังไงกับนาย เราเข้าใจนะว่า ตอนนั้นนายยังเป็นแฟนกับป้องอยู่ แต่หลังจากที่นายเลิกกับเขาแล้ว นายน่าจะหันมามองคนที่ห่วงใยและแคร์นายบ้าง อีกอย่างคือ เรื่องของป้อง เราไม่ชอบใจที่นายเป็นคนโลเลไม่หนักแน่น ไม่เด็ดขาด" นั่นเป็นเหตุผลจากปากของบอล ที่ผมอยากได้ยินแต่แรก

.................................................................


~ ณ สถานีรถไฟเชียงใหม่ ~

ผมยืนรอขบวนรถไฟที่กำลังเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ท่านผู้อ่านที่ได้ติดตามอ่านทุกตอนมาตลอดคงจะพอเดาออกนะครับว่า ผมมารอรับใคร? สำหรับท่านผู้อ่านที่ไม่ได้อ่านตอนก่อนหน้านั้น คงเดาไม่ออกแน่ๆ ไม่เป็นไรครับ ถ้าเดาไม่ออก เดี๋ยวผมจะเฉลยให้

ในระหว่างที่ยืนรอรับใครบางคนที่สถานีรถไฟ ผมขอเล่าเรื่องราวอัพเดทชีวิตประจำวันของผมตลอด 4-5 วันที่ผ่านมา (หลังจากได้เปิดซิงบอลแล้ว)

เรื่องระหว่างผมกับบอล หลังจากบอลได้เปิดอกพูดถึงความในใจและความรู้สึกที่มีต่อผมแล้ว ทำให้ผมเข้าใจบอลมากขึ้น และบอลก็เข้าใจผมเช่นกัน ส่วนเรื่องสถานะภาพความสัมพันธ์ เราทั้งสองต่างก็ตกลงและยินดีที่จะคงความสัมพันธ์เป็นแค่ "เพื่อน" ที่ดีต่อกันเท่านั้น (แต่มีข้อตกลงร่วมกันว่า ถ้าใครเกิดมีอารมณ์เปลี่ยวขึ้นมา อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องสนองให้ทันทีโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น หรือเรียกง่ายตามศัพท์ภาษาฝรั่งที่กำลังฮิตอยู่ปัจจุบันนี้ว่า " friend with benefit" )
เพราะว่า ผมอยากจะพักใจซักพักหนึ่ง หลังกรำศึกหนักจากเรื่องของป้อง ผมยังไม่พร้อมที่จะผูกมัดหัวใจตัวเองไว้กับใคร สำหรับบอลนั้น ก็ยังไม่มีประสบการณ์ ยังไม่ประสีประสาในเรื่องความรักมาก่อน

สรุปแล้วคงต้องให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน


มายืนรอรับใครบางคนที่สถานีรถไฟแบบนี้ บอลไม่ว่าหรือน้อยใจ?
คำตอบคือ เมื่อคืนที่แล้ว บอลเพิ่งกลับกรุงเทพฯเพื่อไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว (อีก 3 วันจะถึงวันปีใหม่แล้ว) จะกลับก็ต้นอาทิตย์หน้า (เวลาช่างอำนวยประจวบเหมาะซะเหลือเกิน สับรางรถไฟได้ดีมาก) และอีกอย่างผมกับบอลไม่ได้เป็นแฟนกัน ผมจะไปไหน มาไหน หรือทำอะไรกับใคร ก็ไม่ผิดใช่ไหม? (แต่ไม่บอกบอล หรือปล่อยให้บอลไม่รู้ก็ดีเหมือนกัน เพราะผมยังไม่เข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของบอลมากพอ ดูเหมือนบอลจะเป็นคนอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้มากๆ ถึงมากที่สุด)


เมื่อขบวนรถไฟเข้าจอดเทียบสถานีปลายทาง และบรรดาผู้โดยสารต่างทยอยเดินออกจากตู้รถไฟ

"ไอ้กันต์... ไม่ได้เจอตั้งนาน มึงสบายดีนะ ดูหล่อขึ้นเป็นกองเลย" ไอ้พัฒน์กล่าวทักทายผม

"กูสบายดี มึงก็ยังหล่อ เท่ห์และกวนตีนเหมือนเดิม" ผมช่วยไอ้พัฒน์ถือกระเป๋าเดินทาง

"ถ้าไม่กวนตีนก็ไม่ใช่กูซิวะ โอ้โห.... ตูดมึงยังแน่นเด้งดึ๋งเหมือนเดิมเลย" ไอ้พัฒน์เอามือมาตบก้นผม

"ทะลึ่งนะมึง อายคนเขาบ้างซิ คนออกจะเต็มสถานี ยังเล่นพิเรนแบบนี้อีก" ผมดุไอ้พัฒน์ด้วยสีหน้าที่ยิ้มๆ

"แค่นี้ก็ต้องดุด้วย กูอุตส่าห์เหน็ดเหนื่อยเดินทางรอนแรม เพื่อมาเย็ด โอ๊ย.... ไม่ใช่!!! เพื่อมาเยี่ยมมึงที่นี่ น่าจะพูดกับกูหวานๆหน่อย" ไอ้พัฒน์แกล้งงอนใส่ผม

"พูดหวานๆก็ได้ขอครับ คุณพัฒน์... กระผมขอเชิญคุณพัฒน์ไปขึ้นรถทางนี้นะขอรับ" ผมพูดประชดประชัน

.........................................................


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ชายพเนจร
Guest

74. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #73
 
04-Jan-13, 07:09 AM (SE Asia Standard Time)
 
   สุดท้ายก็ยังไม่เฉลยนิครุับว่ารักแท้มีหร่อเปล่า


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

75. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #74
 
04-Jan-13, 12:02 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ป้องเค้าจะหายไปเลยช่าวป่ะคับ เสียดายผมชอบหนุ่มผมยาวซะด้วย


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
(-_-!)
Guest

76. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #75
 
04-Jan-13, 12:54 PM (SE Asia Standard Time)
 
   โชคดีของกันต์ ที่เป็นคนหน้าตาดี อกหักไม่นาน ก็มีคนดามหัวใจ...
หล่อเลือกได้ หุ หุ หุ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Bankhm
Guest

77. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #76
 
04-Jan-13, 08:42 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ชอบมาก ไม่เคยอ่านอะไรสนุกและติดขนาดนี้
#รีบมาต่อนะคับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

81. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #77
 
05-Jan-13, 06:34 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >ชอบมาก ไม่เคยอ่านอะไรสนุกและติดขนาดนี้
>#รีบมาต่อนะคับ


ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจ โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

80. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #76
 
05-Jan-13, 06:32 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >โชคดีของกันต์ ที่เป็นคนหน้าตาดี อกหักไม่นาน
>ก็มีคนดามหัวใจ...
>หล่อเลือกได้ หุ หุ หุ


ขอบคุณครับสำหรับกำลังใจ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

79. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #75
 
05-Jan-13, 06:30 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >ป้องเค้าจะหายไปเลยช่าวป่ะคับ เสียดายผมชอบหนุ่มผมยาวซะด้วย

ถ้าบอกก็ไม่สนุกนะซิครับ ต้องติดตามต่อไปเรื่อยๆ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

78. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #74
 
05-Jan-13, 06:27 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >สุดท้ายก็ยังไม่เฉลยนิครุับว่ารักแท้มีหร่อเปล่า

เรื่องยังไม่จบครับ จะให้สปอยล์ตอนจบได้ยังไง โปรดติดตามต่อไปเรื่อยๆนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

82. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #78
 
05-Jan-13, 10:52 PM (SE Asia Standard Time)
 
   "ห้องมึงโคตรน่าอยู่ เตียงนอนนุ่มน่านอน คงกระดอนเด้งทนต่อแรงโยกเยกได้ดี เดี๋ยวกูขอทดสอบหน่อย" ไอ้พัฒน์ส่งสายตาแฝงเลศนัยพร้อมกับกระโดดนั่งลงบนเตียงอย่างเบาๆ

"ไอ้บ้า... มันไม่ใช่เตียงติดสปริงนี่ จะได้เด้งไปเด้งมารับจังหวะที่มึงว่า" ผมรู้สึกเขินนิดๆ

ไอ้พัฒน์ดึงมือของผมลงมานั่งบนเตียงด้วยกัน

"ไม่ได้เจอตั้งนาน กูโคตรคิดถึงมึงจริงๆ อยากจะกอด อยากจะจูบ อยากจะเย็ดมึงซักร้อยครั้งพันครั้ง" ไอ้พัฒน์เริ่มไซร้ตรงข้างกกหูของผมเบาๆ

"พอมาถึงก็เงี่ยนเลยนะมึง กูว่ามึงเก็บแรงเอาไว้ลุยคืนนี้ดีกว่า เท่าที่ดูจากสภาพแล้ว มึงไม่เหนื่อยบ้างหรือไง ดูตามึงซิ แดงก่ำขนาดนั้น หน้าก็ไม่ได้ล้าง ฟันก็ไม่ได้แปรง น้ำก็ไม่ได้อาบอีก สารพัดความเหม็นมารวมอยู่ในตัวมึง อีกอย่างกูเหนื่อยด้วย อยากจะนอนหลับเอาแรงซักงีบ เมื่อคืนไม่ได้นอน กลัวว่าจะตื่นไม่ทันมารับมึงที่สถานีรถไฟ" ผมเริ่มผละตัวไอ้พัฒน์ออกห่าง

"เออ.... เป็นความคิดที่ดี กูเหนื่อยอยากจะนอนพักเหมือนกัน รอให้ถึงคืนนี้ก่อนเถอะ กูจะเย็ดมึงให้มิดลำมิดโคน เอาให้หนำใจสุดๆ แล้วอย่ามาโอดครวญว่ากูใจร้ายใจดำไม่ได้นะ ช่วยไม่ได้ หน้าตามึงชอบทำให้เจี๊ยวกูโด่ดีนัก" ไอ้พัฒน์กอดผมไว้อย่างแน่น

...................................................

เย็นวันนี้ผมพาไอ้พัฒน์ไปกินข้าวเย็นที่ตลาดฝายหิน ซึ่งเป็นลานขายอาหารในมหาลัย ตลาดฝายหินแห่งนี้ ขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารและบรรยายกาศสถานที่ ซึ่งคล้ายกับตลาดในอดีตที่ก่อสร้างด้วยไม้ หลังคามุงจากและหญ้าคา (แต่ปัจจุบันนี้ ตัวตลาดจะก่อสร้างใหม่ เทพื้นคอนกรีต เสาคอนกรีตและมุงกระเบื้อง แทบจะไม่เหลือสภาพเดิมของตลาดฝายหินเมื่อซัก 10 กว่าปีก่อน หรือมากกว่าขึ้นไป)

เมื่ออาหารทุกอย่างที่ได้สั่งไว้ มาเสิร์ฟบนโต๊ะครบเรียบร้อยแล้ว..

ขณะที่ผมกำลังจะตักข้าวใส่ปาก ผมถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจจนต้องหยุดการกระทำเอาไว้ชั่วขณะ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? เพราะสายตาของผมดันไปเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังเดินเข้ามานั่งในร้านเดียวกับผม หนุ่มสาวที่ว่าคือ ป้องและยัยกองฟาง (หมั่นใส้อยากจะตบยัยกองฟางมากๆ ทำเชิ่ดอย่างกับเป็นคุณนาย ส่วนป้องก็เดินถือกระเป๋าและถุงหิ้วใส่ของต่างๆ ตามก้นยัยกองฟาง) แถมทั้งคู่ยังเดินมานั่งตรงโต๊ะข้างๆ แถวเดียวกับโต๊ะของผมอีก อะไรมันจะบังเอิ๊น บังเอิญ ขนาดนั้น

แรกๆที่เห็นผม ป้องแสดงสีหน้าตกใจเล็กน้อย แต่พอมองเห็นไอ้พัฒน์ที่นั่งอยู่กับผมเท่านั้น สีหน้าและสายตาของป้องก็เปลี่ยนไป ป้องมองผมกับไอ้พัฒน์ด้วยสีหน้าที่นิ่ง สายตาที่ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างอยู่

ผมพยายามรวบรวมสติให้กลับคืนมาให้เร็วที่สุด

"เราจะต้องไม่มอง เมื่อเห็นหญิงร้ายชายเลวคู่นั้นแล้วต้องไม่รู้สึกอะไร เหมือนเห็นอากาศธาตุ ไม่มีตัวตน เราต้องทำได้ เราต้องเข้มแข็งนะ" ผมพูดให้กำลังใจตัวเองอยู่เงียบในใจ

พอได้สติกลับคืนมาแล้ว ผมลงมือกินอาหารต่อไปอย่างเอร็ดอร่อยโดยที่ไม่สนใจอะไร ส่วนป้องก็ยังคงแอบมองผมกับไอ้พัฒน์อยู่เป็นระยะๆ

"กินเยอะๆนะมึง จะได้มีเนื้อมีหนังกับเขาบ้าง ดูซิผอมกร่องเชียว" ผมตักกับข้าว 2-3 อย่าง ใส่ในจานข้าวของไอ้พัฒน์ โดยพยายามพูดส่งเสียงดังเล็กน้อยเผื่อโต๊ะข้างๆจะได้ยิน (ร้ายจริงๆเลยตรู)

"มึงก็เหมือนกัน ผอมลงไปเยอะ เอานี่ไปเลย หมูกรอบชิ้นใหญ่ๆ จะได้เพิ่มส่วนก้นของมึงให้ดูนูนๆแน่นๆเด้งๆ" ไอ้พัฒน์ตักหมูกรอบใส่ในจานข้าวของผม

"ไอ้บ้า.... พูดอะไรทะลึ่งอีกแล้ว ไม่รู้จักอายคนบ้างเลยนะ" ผมพยายามพูดดังเพื่อให้คลื่นความถี่เสียงเดินทางไปถึงโต๊ะข้างๆ ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด เพราะป้องหันหน้ามองที่โต๊ะของผมอย่างจัง (เวลานี้ตรูเชิ่ดใส่อย่างเดียวเท่านั้น) พูดไปก็สับสนตัวเองเหมือนกัน ไหนบอกว่าจะไม่แคร์เขา จะไม่สนใจเขา แล้วสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่นี่ ทำลงไปเพื่ออะไร?
เมื่อกินข้าวเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว (ต้องทนฝืนกินให้เสร็จๆไป ถ้าติดตามอ่านจากตอนที่แล้วคงจะรู้นะครับว่า เหตุผลคืออะไร? แค่เห็นหน้าใครบางคน มันก็จุกอกจนหายหิวแล้ว) ผมพาไอ้พัฒน์เดินชมรอบๆฝายหินจนทั่ว ก่อนที่จะออกจากฝายหิน ผมได้ซื้อน้ำแตงโมปั่นถุงใหญ่ น้ำแตงแคนตาลู๊ปปั่นถุงใหญ่ พร้อมทั้งขนมและของกินต่างๆติดไม้ติดมือมา

จากนั้นผมขับรถพาไอ้พัฒน์ขึ้นไปเดินเล่นที่อ่างเกษตร ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่อยู่บนเนินเขาหลังมหาลัย โดยอ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีทั้งในหมู่นักศึกษาและบุคคลรอบนอกทั่วไป เพราะเป็นอ่างเก็บน้ำที่สวยมากๆ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองเชียงใหม่ทั้งเมืองได้อย่างชัดเจนมาก ส่วนบริเวณด้านหลังเป็นวิวของดอยสุเทพที่สูงตระหง่าน

http://upic.me/show/42516336>

"สวยว่ะ ไอ้กันต์ ถ้าไม่ได้มึงมาเป็นไกด์พากูเที่ยวที่นี่ กูคงคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี อย่างมากคงหนีไม่พ้นพวกห้างและผับต่างๆในตัวเมือง ขอบใจมากนะโว้ย" ไอ้พัฒน์มองหน้าผมพร้อมกล่าวขอบคุณ

"มึงไม่ต้องเวอร์ขนาดนั้นก็ได้ ตอนนี้เป็นทีของกูแล้วที่จะพามึงเที่ยวทั่วเชียงใหม่ กูยังจำได้เลย ตอนที่ไปเที่ยวบ้านมึงที่หาดใหญ่ มึงทำหน้าที่ไกด์ได้ดีมากๆ กูรู้สึกประทับสุดๆจนถึงวันนี้เลย" ผมยิ้มให้ไอ้พัฒน์

"เสียดาย ที่มึงกับกูไม่ได้เรียนอยู่มหาลัยเดียวกัน ไม่อย่างนั้นป่านนี้กูคงจะเป็นผู้ชายที่น่าอิจฉามากที่สุดคนหนึ่ง" ไอ้พัฒน์พูดทิ้งท้าย พร้อมกับเอื้อมมือของมันมาจับมือผม

"ไอ้บ้า... มึงพูดจนกูอายไปหมดแล้ว" ผมพยายามแสดงอาการเขินอายเล็กน้อย (มันเป็นอาการเขินที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นการแสดงที่สร้างขึ้นมาเพื่อถนอมน้ำใจฝ่ายตรงข้าม โดยภายในใจของผมนั้น มันร้อนรนจากเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในฝายหิน เมื่อครู่ที่ผ่านมา)

"ไอ้กันต์... กูชอบมึงจริงๆนะโว้ย ถ้ามึงเรียนอยู่มหาลัยเดียวกับกู กูขอมึงเป็นแฟนนานแล้ว กูไม่ปล่อยมึงไว้หรอก กลัวโดนใครคาบไปแดกเสียดายว่ะที่ระยะทางทำให้กูต้องแห้ว" ไอ้พัฒน์พูดด้วยสีหน้าจริงจัง

"มึงเข้าใจพูด มันก็เป็นเรื่องจริงนะที่ว่า รักแท้แพ้ใกล้ชิด หรือไม่ รักแท้แพ้ระยะทาง แต่อย่างไรเสีย ตอนนี้มึงกับกูก็ได้มาพบกันอีกครั้ง" ผมได้แต่ยิ้มให้ฝ่ายตรงข้าม

"แค่ 5 วันเอง" ไอ้พัฒน์แกล้งทำหน้าซึม

"เออน่า... จะ 5 วัน ยังดีกว่าไม่ได้เจอกันเลยนะ จริงไหม?" ผมหยอกกลับ

"จริงของมึง ช่วงเวลาที่กูอยู่กับมึง กูจะถอนทุนคืนและเอากำไรให้มากที่สุด เริ่มจากคืนนี้ กูจะเอามึงยันเช้าจนเห็นฟ้าเหลืองคาตาเลย คอยดูเถอะ" ไอ้พัฒน์เริ่มพูดวกเข้าสู่เรื่องใต้สะดือ

"ไอ้บ้า.. เงี่ยนอีกแล้วนะมึง ดูซิเป้ากางเกงตุงแน่นเชียว เวลาเดินไม่อายคนบ้างเลยหรือไง" ผมมองไปที่เป้ากางเกงของไอ้พัฒน์ พร้อมกับหัวเราะด้วยความขบขัน


........................................................


ก่อนที่จะเข้านอน ผมกับไอ้พัฒน์ต่างก็อยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่ เราทั้งสองสวมกอดและแลกลิ้นดูดปากของกันและกันอย่างดูดดื่ม

ไอ้พัฒน์ค่อยๆผลักตัวของผมนอนล้มลงบนเตียง พร้อมกับก้มหน้ามาดูดตรงหัวนมทั้งสองข้างของผม จากนั้นก็ย้ายตำแหน่งเลื่อนลงมาทีละนิดๆจนมาถึงแท่งตอปิโดของผม

ไอ้พัฒน์อ้าปากครอบแท่งตอปิโดของผมจนมิดลำ พร้อมทั้งใช้ริมฝีปากรูดขึ้นๆลงๆอย่างเป็นจังหวะ จนผมส่งเสียงร้องครางอย่างเบาๆด้วยความเสียว

ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ใช้ลูบคลึงกะโปกของผม พร้อมทั้งช้อนลูกชิ้นเอ็นของผมทั้งสองลูกอยู่เป็นระยะๆ

พอดูดแท่งตอปิโดของผมจนหนำใจแล้ว ไอ้พัฒน์ก็จัดการเปลี่ยนตำแหน่งทันที โดยการเลื่อนตัวผมให้ไปนอนทับอยู่ข้างบนตัวมัน

ผมดูดไซร้ซอกคอ ตลอดจนหัวนมทั้งสองข้างของไอ้พัฒน์จนเป็นที่เรียบร้อย ผมไม่รอช้า รีบจัดการถวายบัวให้ไอ้พัฒน์อย่างรู้การรู้งาน ไม่ได้เอากันมานานมาก กระดอของไอ้พัฒน์ยังสวยน่าดูดอยู่เหมือนเดิม (ถึงแม้จะเล็กไปก็ตาม)

ผมใช้ลิ้นเลียตวัดไปรอบๆบริเวณรอยหยักตรงกระดอ เวลานี้ไอ้พัฒน์ทำหน้าเหย๋ พร้อมกับร้องซี๊ดๆขึ้นมา

ซักพักไอ้พัฒน์ใช้ฝ่ามือตบลงบนก้นของผมอย่างเบาๆ ซึ่งเป็นอันรู้กันว่า ได้เวลาที่จะเอากระดอของมันมาสวนรูทวารของผมแล้ว

ผมเอื้อมมือไปหยิบเจลหล่อลื่นที่ในลิ้นชักตรงโต๊ะหัวเตียง ผมชะโลมทาเจลหล่อลื่นลงที่กระดอของไอ้พัฒน์ และทาบริเวณปากรูทวารหนักของตัวเอง

ไอ้พัฒน์ค่อยๆแหย่กระดอเข้าไปในรูดากของผมอย่างช้าๆนุ่มนวล จนกระดอเข้ามิดลำ จากนั้นไอ้พัฒน์ก็ชักเข้าๆออกๆอย่างไม่เร่งรีบเพื่อเป็นการอุ่นเครื่อง

เมื่อเครื่องยนต์วิ่งเรียบไม่มีสะดุด ไอ้พัฒน์จึงเร่งเครื่องกระเด้าซอยกระดอเข้าๆออกๆในรูดากของผมอย่างถี่รัว ผมครางออกมาโดยไม่สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้ (ก็มันเสียวนี่)

เวลานี้เราทั้งสอง ต่างก็ร้องส่งเสียงครางรับประสานกันเป็นบทเพลงแห่งกามโลกีย์ได้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง

ซักพัก ไอ้พัฒน์เริ่มซอยกระดออย่างถี่รัวผิดปรกติ พอจะเดาออกว่า มันใกล้แตกแล้วแน่ๆ ผ่านไป 3 วินาที ไอ้พัฒน์ส่งเสียงร้องครางดังผิดปรกติและผมเองก็รู้ตัวว่าในก้นของผมร้อนๆ แน่นๆ และเปียกแฉะ

ไอ้พัฒน์ได้พ่นน้ำกามออกมาอย่างล้นทะลัก พร้อมกับสีหน้าที่เหนื่อยอ่อนนิดๆ

"คราวนี้มาถึงทีกูบ้าง ดูดให้ดีๆนะมึง กูอยากจะแตกคาปากมึง" ผมยื่นแท่งตอปิโดที่แข็งโด่ ไปที่ปากของไอ้พัฒน์

ไอ้พัฒน์จับการอมๆดูดๆเลียๆแท่งตอปิโดของผม จนผมทนไม่ไหว พ่นน้ำกามใส่ในปากของไอ้พัฒน์อย่างหมดก๊อก
จนไอ้พัฒน์ต้องรีบวิ่งเข้าไปในห้องห้องน้ำทันที

"ไอ้ห่า... แม่ง... น้ำโคตรเยอะเลยมึง แถมเค็มอีกต่างหาก กูจะท้องไหมนี่?" ไอ้พัฒน์พูดด้วยอารมณ์ขำขัน พร้อมเดินออกมาจากในห้องน้ำ

...............................................................


ตลอดระยะเวลา 5 วัน ที่ได้อยู่กับไอ้พัฒน์ ผมรู้สึกมีความสุขมาก จนสามารถที่จะลืมและไม่คิดถึงใครบ้างคนได้ แต่ก็น่าเสียดาย ที่ผมกับไอ้พัฒน์ต่างอยู่ไกลกันเหลือเกิน (เหนือ กับ ใต้) ไม่อย่างนั้น............ (ไม่เอา ไม่อยากคิด) ............ จะอธิบายอย่างไรดี ผมว่าประโยคหรือวลีนี้จะอธิบายถึงความรู้สึกและความเป็นไปได้ ได้ดีที่สุด

"ระยะทางยิ่งห่างกันมากเท่าใด ความสัมพันธ์และความผูกพันธ์ก็ย่อมห่างเหินกันมากฉันนั้น"


วันที่ผมส่งไอ้พัฒน์ขึ้นรถทัวร์จากเชียงของ ไป กรุงเทพฯ (ผมพาไอ้พัฒน์เที่ยวที่เชียงใหม่ 3 วัน และขึ้นไปเชียงของ 2 วัน) ก่อนที่มันจะขึ้นรถ มันได้บอกกับผมว่า....

"วันนี้กูกับมึงคงเป็นได้แค่เพื่อนร่วมสนุกกันไปก่อน แต่วันหน้า หลังจากเรียบจบแล้ว ถ้าเราสองคนมีโอกาสอยู่ใกล้กันมากกว่านี้ กูหวังว่า เราสองคนคงจะได้เป็นเพื่อนร่วมทางเดินหัวใจของกันและกัน"


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
tonluk
Guest

83. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #82
 
05-Jan-13, 11:20 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ผมติดเรื่องนี้งอมแงมเลย มาต่อไวๆนะคับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ชายพเนจร
Guest

84. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #83
 
06-Jan-13, 10:46 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ขอบคุณครับสนุกมากเลย


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
(-_-!)
Guest

85. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #84
 
07-Jan-13, 08:27 AM (SE Asia Standard Time)
 
   อ่านมาถึงตอนนี้ เรื่องคุณกับพัฒน์ ทำให้ผมใจแกว่งมาก...
ผมกลัวมันจะเกิดกับผมจริง ๆ ในไม่ช้านี้ ... รักแท้ แพ้ระยะทาง
สะท้อนใจกับประโยคนี้ของคุณมาก
"ระยะทางยิ่งห่างกันมากเท่าใด ความสัมพันธ์และความผูกพันธ์ก็ย่อมห่างเหินกันมากฉันนั้น"
เพราะอีกไม่นานแฟนผมก็จะต้องไปทำงาน ตจว. ... ความเหงาของทั้งสองฝ่าย
อาจทำให้ความสัมพันธ์ของเราจืดจางลง แม้ตอนนี้จะรักกันมากก็ตาม
กลัวจริง ๆ
รออ่านต่อนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

88. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #85
 
07-Jan-13, 11:13 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >อ่านมาถึงตอนนี้ เรื่องคุณกับพัฒน์ ทำให้ผมใจแกว่งมาก...
>ผมกลัวมันจะเกิดกับผมจริง ๆ ในไม่ช้านี้ ... รักแท้ แพ้ระยะทาง
>สะท้อนใจกับประโยคนี้ของคุณมาก
>"ระยะทางยิ่งห่างกันมากเท่าใด
>ความสัมพันธ์และความผูกพันธ์ก็ย่อมห่างเหินกันมากฉันนั้น"
>เพราะอีกไม่นานแฟนผมก็จะต้องไปทำงาน ตจว. ...
>ความเหงาของทั้งสองฝ่าย
>อาจทำให้ความสัมพันธ์ของเราจืดจางลง แม้ตอนนี้จะรักกันมากก็ตาม
>กลัวจริง ๆ
>รออ่านต่อนะครับ

ถ้าเป็นสมัยก่อน คำว่า "รักแท้แพ้ระยะทาง" ค่อนข้างใช้ได้เสมอ

แต่สมัยนี้ ถึงแม้ทั้งสองฝ่ายจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหนก็ตาม ยังมีตัวช่วยย่นระยะทางเพื่อสามารถเติมใจให้กันได้มากถึงมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ(สมัยก่อนโทรศัพท์มือถือ+ค่าบริการ ราคาแพงมากๆ) สายการบินหางแดง+หางเหลือง ที่ขยันออกโปร 0 บาท มาแข่งกันถี่มาก(สมัยก่อนจะบินไปไหนต่อไหน ค่าตั๋วแพงเว่อร์มากๆ) ไหนจะมีรถไฟฟรี ตลอดจน social network (BB, FB & Line) ที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันและกันได้ (สมัยก่อนต้องร่อนจดหมายหากันลูกเดียว)

อย่ากังวลและวิตกใดๆทั้งสิ้น ถ้าคุณกับแฟนมีจิตใจที่แน่วแน่ต่อกัน และหมั่นขยันเติมใจให้กันอยู่บ่อยๆ ระยะทางก็ไม่สามารถสร้างกำแพงขวางกั้นพวกคุณได้

ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

87. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #84
 
07-Jan-13, 10:55 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >ขอบคุณครับสนุกมากเลย

อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

86. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #83
 
07-Jan-13, 10:52 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >ผมติดเรื่องนี้งอมแงมเลย มาต่อไวๆนะคับ

ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจที่ให้มา น่ารักมาก


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

89. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #86
 
07-Jan-13, 11:46 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ปิดเทอมใหญ่รอบนี้ ผมไม่ได้ลงเรียนซัมเมอร์อีกเช่นเคย เพราะขี้เกียจ และสาขาวิชาที่ผมเรียนนั้น ถึงแม้จะลงเรียนซัมเมอร์ทุกปีก็ตาม แต่ก็ต้องจบ 4 ปีอยู่ดี เพราะหลักสูตรบังคับว่า "ต้องจบ 4 ปีเท่านั้น" ไม่อนุญาตให้จบก่อน( 3 ปีครึ่ง) เหมือนกับสาขาวิชาอื่นๆ หรือคณะอื่นๆ แต่จะสามารถจบหลัง 4 ปีก็ได้ (ถ้าใจปราถนา ซึ่งคงไม่มีใครอยากเรียนเกิน 4 ปีอยู่แล้ว)

จริงๆแล้วเหตุผลหลักของคนปากแข็งอย่างผมก็คือ อยากจะพาหัวใจดวงน้อยๆของตัวเอง ที่โดนย่ำยีจนบอบช้ำจากฝีมือของคนใจร้ายที่ชื่อ "ป้อง" ไปพักผ่อนตากอากาศ เปิดหูเปิดตา ดูโลกกว้างเพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์และมุมมองใหม่ๆให้กับตัวเอง (พูดออกทะเลไปโน่นเลยตรู) พูดง่ายๆตามประสาชาวบ้านก็คือ "หลบไปหาที่พักใจ" (จนป่านนี้แล้ว ตรูยังไม่ลืมผู้ชายคนนี้อีกหรือ?) ทำไมถึงช่างลืมยากลืมเย็นแบบนี้!!!!!!!!

ผมทำอะไรตอนปิดเทอมใหญ่รอบนี้? คำตอบคือ ผมจะไปทัศนศึกษาที่ประเทศอินเดีย กับอาจารย์ท่านหนึ่งในภาควิชาภาษาปัจจุบันตะวันออก (โดยอาจารย์มีศักดิ์เป็นญาติของผม) นอกจากอาจารย์จะมีงานประจำ คือ สอนหนังสือในมหาลัยแล้ว อาจารย์ยังรับงานพิเศษเป็นไกด์และคนจัดคณะทัวร์ไปเที่ยวอินเดีย ตอนปิดเทอมอีกด้วย


.............................................................


ณ สนามบินดอนเมือง (พ.ศ. 2539) เวลา 7 โมงเช้า

ผมกับบอลถือกระเป๋าทางพร้อมกับสะพายเป้มายืนรอคณะทัวร์ในจุดนัดหมาย มองไปมองมายังไม่เห็นมีใครมาเลย แน่ละ... เราทั้งสองมาก่อนเวลาที่กำหนดตั้ง 3 ชั่วโมงกว่า

ไม่ใช่บ้าเห่ออะไรหรอกครับ (เดี๋ยวกลัวคนอ่านจะคิดว่า มาเมืองนอกครั้งแรกถึงกับตื่นเต้นถึงเพียงนี้เชียวหรือ?) ที่มาก่อนเพราะต้องเผื่อเวลา บ้านของบอลอยู่ตั้งบางนา (ผมมาค้างที่บ้านของบอลก่อนล่วงหน้า 2 คืน คงไม่ต้องบรรยายให้ทราบนะครับว่า นอนห้องไหนในบ้านของบอล? และทำอะไรกันบ้าง? เพราะคำตอบเป็นอย่างที่คุณผู้อ่านคิดเอาไว้แน่นอน XXXกันทั้งคืนครับ เสียอย่างเดียวคือ "บอลล่มปากอ่าว" แต่ก็เงี่ยนบ่อยเหมือนกันนะ)

การเดินทางจากบางนามายังสนามบินดอนเมืองไกลมากโขอยู่


ผมลืมบอกไปว่า ในการเดินทางครั้งนี้ ผมได้ชวนบอลไปเที่ยวด้วย ซึ่งบอลก็สนใจและอยากไปเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับโดนลูกตื้อของผม เลยทำให้ตอบตกลงทันที (เพราะรู้มาว่า ทริปอินเดีย คนที่ไปส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีอายุทั้งนั้น หาวัยรุ่นหล่อๆน่ารักๆ ยากมากกกกกก ขืนไปคนเดียวมีหวังหำหดแน่ๆ)

"นายเฝ้ากระเป๋าอยู่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวเรามา" ผมถอดเป้ออกจากหลังและวางกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆลงที่พื้น

"จะไปไหน? ทำไมต้องให้เรายืนรอตรงนี้ด้วย?" บอลถามด้วยความสงสัย

"ปวดเยี่ยว จะไปด้วยไหมละ? ดีเหมือนกัน จะได้ช่วยรูดซิปงัดเจี๊ยวเราออกมาที่โถ ยิ่งขี้เกียจอยู่ด้วย พอเสร็จแล้ว จะได้ช่วยอมให้เรา เพื่อเป็นการทำความสะอาดไปในตัว" ผมทำหน้าทะเล้นใส่บอล

"แหวะ... สกปรก ซกมกจริงๆ ยังมาทำหน้าตายแบบนี้ใส่เราอีก จะไปดื่มน้ำปัสสาวะที่ไหนก็ไป แต่อย่าไปนานและห้ามเถลไถลเด็ดขาด" บอลค้อนใส่ผม

"ครับผม" ผมยิ้มรับคำ

................................................................


ขณะที่ผมกำลังยืนยิงกระต่ายอย่างมีความสุข ทันใดนั้นมีหนุ่มน้อยคนหนึ่งอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับผม หรือไม่งั้นก็มากกว่าผมไม่กี่ปี (สังเกตุจากทรงผมที่ก้ำๆกึ่งๆดูไม่ออกว่าจะเป็นเด็กมัธยมก็ไม่ใช่ เด็กมหาลัยก็ไม่เชิง) หนุ่มน้อยคนดีหน้าตาจัดได้ว่าหล่อโฮกมากๆ (ขอยืมศัพท์สมัยใหม่มาใช้หน่อยนะ เพราะบรรยายได้โดนตรงจุดจริงๆ) หล่อแบบไทยแท้ สูงยาวเข่าดี โดยเฉพาะส่วนสูงน่าจะประมาณ 185 เซนติเมตร (สูงๆแบบนี้ ลำกล้องคงจะยาวใช่น้อย) ผิวสองสีเนียนสวย ดูสะอาดสะอ้าน

ผมมองดูความหล่อของหนุ่มน้อยคนนั้นอย่างลืมตัว จนได้สติกลับคืนมา ผมจึงแกล้งทำเนียนยืนยิงกระต่ายต่อ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสงสัย หนุ่มน้อยคนนั้นจ้องมองผมด้วยสายตาที่ไม่ยินดียินร้ายอะไร จากนั้นก็เดินมายืนที่โถข้างๆผม (ทั้งๆที่ในห้องน้ำมีโถว่างอยู่ตั้งหลายมุม)

ผมรู้สึกตื่นเต้นเหมือนกับกำลังผจญภัยอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่าง ผมค่อยๆชำเลืองตามองต่ำมาที่หนุ่มน้อยคนนั้น

แจ๊คพ็อตแตกจริงๆครับ!!!!! หนุ่มน้อยคนนั้น ค่อยๆยืนห่างโถออกทีละนิดๆ พร้อมกับค่อยๆถอกหนังบริเวณลำกระดอ ผมมองดูแล้วทำให้กระจู๋ของผมแข็งขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ

เวลานี้ผมแน่ใจ 100% แล้วว่า หนุ่มน้อยคนนี้เล่นด้วยจริงๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมเลยโชว์แท่งตอปิโดที่แข็งปึ๋งของผมให้ดูบ้าง ผมค่อยๆรูดมันอย่างช้า พร้อมกับถอกหนังหุ้มที่บริเวณหัวกระดอ

หนุ่มน้อยคนนั้นเอื้อมมือมาจับแท่งตอปิโดของผม และค่อยๆชักเข้าๆออกๆ

ส่วนตัวของผมเองนั้น ก็รีบเอามือมาจับพิสูจน์ความยาวของมังกรฝ่ายตรงข้าม (เพื่อไม่ให้ขาดทุน) ซึ่งลำตัวของมังกรยาวสวยได้รูป หัวมังกรสีชมพูเปิดออกมาทักทายโลกภายนอก ส่วนขนาดนั้นไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปนัก

เราทั้งสองต่างก็สัมผัสอวัยวะเพศของกันและกันอย่างตื่นตาตื่นใจ

เอี๊ยด... !!!!!!!! เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้น

เราทั้งสองต่างก็รีบปล่อยมือออกจากอวัยวะเพศที่แข็งโด่ของกันและกันอย่างอัตโนมัติ พร้อมกับทำท่ายืนฉี่อย่างปรกติ

คนที่เปิดประตูห้องน้ำเข้ามานั้น เป็นผู้ชายวัยกลางคน 3 คน พวกเขาเดินเข้ามายืนฉี่ที่โถอีกมุมหนึ่ง 4 วินาทีถัดมา ก็มีฝรั่งผู้ชาย 2 คนเข้ามา โดยคนหนึ่งจูงมือเด็กผู้ชายราวๆ 3-4 ขวบ เข้ามาด้วย ฝรั่งที่ไม่ได้มากับเด็ก เดินมายืนฉี่ข้างๆกลุ่มผู้ชายวัยกลางคน ส่วนฝรั่งที่มากับเด็ก ยืนแปรงฟันอยู่ตรงอ่างล้างหน้า

สวรรค์ล่มเลยตรู!!!!!!! ผมรีบเดินออกจากห้องน้ำอย่างเซ็งๆ เพราะโอกาสไม่เอื้ออำนวย และที่สำคัญ ลืมไปว่า บอลยืนรออยู่!!!!!!!! ผมเลยรีบวิ่งสู้ฟัดไปหาบอลทันที

"ทำไมฉี่นานจัง? หรือว่าไปเดินเถลไถลที่ไหนมา?" บอลถามขึ้นมา

"ไม่ได้ไปเดินเหลวไหลที่ไหนหรอก เผอิญฉี่เสร็จแล้วปวดอึอย่างกระทันหัน เลยต่ออีกรอบ" ผมป้อนสตอใส่ปากบอล

"มิน่าละ ถึงว่า... ได้กลิ่นอะไรตุๆแถวนี้ ที่แท้ก็จากนายนี่เอง ล้างมือสะอาดแล้วใช่ไหม?" บอลทำหน้าทำตาพร้อมกับใช้มือทำท่าพัดไปมาที่จมูกของตน

" ล้างสะอาดแล้ว จะดมดูไหมว่าหอมแค่ไหน?" ผมทำเนียนโดยการยื่นมือไปที่จมูกของบอล (รอดตัวไปตรู นึกว่าจะสตอไม่ขึ้นซะแล้ว)

.................................................................


เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง อาจารย์ที่เป็นหัวหน้าทัวร์ก็มาถึง หลังจากนั้นบรรดาพวกลูกทัวร์ก็เริ่มทยอยมากัน อาจารย์จะแนะนำให้ลูกทัวร์ทุกคนรู้จักกันและกัน เห็นอาจารย์บอกว่าลูกทัวร์ทั้งหมดในทริปนี้รวมทั้งตัวอาจารย์ด้วย มีด้วยกัน 12 คน ทั้งลูกทัวร์ที่มาโดยตรงจากเชียงใหม่ และลูกทัวร์จากกรุงเทพ ที่ส่งต่อมาจากบริษัททัวร์ในกรุงเทพ

ทันใดนั้น มีลูกทัวร์กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหาอาจารย์ ลูกทัวร์กลุ่มที่ว่านี้เป็นครอบครัวมีทั้งหมด 5 คน พ่อ แม่ ยาย(หรือย่า ไม่แน่ใจ) ลูกชาย และลูกสาว

เมื่อผมได้เห็นหน้าลูกชายของครอบครัวนี้ ผมรู้สึกตกใจปนช็อคนิดๆ เพราะ ลูกชายของครอบครัวนี้เป็นคนๆเดียวกับหนุ่มน้อยคนที่เล่นว่าวกับผมในห้องน้ำ เมื่อครู่ที่ผ่านมา

แรกๆที่เจอหน้ากัน ผมและหนุ่มน้อยคนดังกล่าว ต่างก็รู้สึกตกใจและงงๆ จนทำสีหน้าไม่ถูกที่ได้มาเจอกันอีกรอบ แถมยังบังเอิญร่วมคณะทัวร์เดียวกันด้วย !!!!!!

เมื่อถึงสนามบินนานาชาติเมืองกัลกัตต้า(ปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "โกลกาต้า") และผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองแล้ว หัวหน้าทัวร์ก็เช็คจำนวนลูกทัวร์ ตลอดจนความเรียบร้อยต่างๆภายในคณะ พร้อมทั้งเดินนำไปยังประตูทางออกผู้โดยสารขาเข้า

http://upic.me/show/42587849>


รถบัสได้จอดรอพวกเราอยู่ตรงถนนฝั่งตรงข้ามหน้าอาคารผู้โดยสารขาเข้า
ผมนั่งคู่กับบอล(ซึ่งขอเหมาผูกขาดกับการนั่งที่นั่งติดกับหน้าต่างตลอดทริป) ขณะที่กำลังรอให้ลูกทัวร์ขึ้นรถครบทุกคน หนุ่มน้อยคนนั้นพร้อมน้องสาวก็เดินเข้ามานั่งตรงเบาะฝั่งตรงข้ามกับผม

น้องสาวของเขานั่งติดกับหน้าต่าง ส่วนตัวเขานั่งอยู่ตำแหน่งตรงข้ามกับผมพอดิบพอดี (ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือว่าจงใจกันแน่?)

ระหว่างทางที่รถวิ่งเข้าไปในเมืองโกลก้าต้า บอลก็เข้าฌาณอีกตามเคย (ถ้านั่งรถโดยสารระยะทางไกลเกิน 10 กิโล บอลมักจะหลับเสมอ)

"มาเที่ยวกับเพื่อนหรือครับ? หรือว่ามากับครอบครัวด้วย?" หนุ่มน้อยคนนั้นพูดทักทายผม

"มากับเพื่อนครับ และญาติผู้ใหญ่อีก 1 คน อาจารย์นิตยาที่เป็นหัวหน้าทัวร์ ท่านเป็นน้าของผม" ผมทักทายตอบด้วยอาการเขินๆ

"ผมชื่อภีม( ภี-มะ) หรือเรียกชื่อเล่นว่า ภีม(ภีม) ได้นะครับ สะดวกแบบไหนก็เรียกแบบนั้น นายชื่ออะไร?" หนุ่มน้อยคนนั้นแนะนำตัวเอง

"กันต์ ชื่อนายเพราะและเก๋ไม่เหมือนใครดีนะ ส่วนคนที่กำลังนั่งทำสมาธิอยู่ชื่อบอล" ผมแนะนำตัวเองพร้อมทั้งหันหน้าไปหาบอล (แอบกัดเจ้าบอลทีเผลอ)

"กันต์ช่างเข้าใจแกล้งเพื่อน" ภีมแอบขำอย่างเบาๆ

"ลืมแนะนำไป นี่น้องสาวเราชื่อพริ้มเพรา" ภีมแนะนำเด็กผู้หญิงวัยรุ่นที่กำลังฟังเพลงจากหูฟังของเครื่องเล่นซีดี เด็กผู้หญิงคนนี้อายุไม่น่าเกิน 15 ปี เธอรีบถอดเอาหูฟังออกจากหูทันที

"พี่ชื่อกันต์"

"สวัสดีคะพี่กันต์" พริ้มเพรา ยกมือไหว้ทักทายตามมารยาท หลังจากนั้นก็ใส่หูฟังเพื่อฟังเพลงต่อทันที

"กันต์เรียนอยู่ชั้นไหน? อายุเท่าไหร่? จะได้เรียกถูก" ภีมเอ่ยถามผม

“เราจะย่างเข้า 18 อีก 2 เดือน ตอนนี้เรียนอยู่มหาลัยจะขึ้นปี3 นายละ?" ผมตอบอย่างตรงไปตรงมา

"โอ้โห.. กันต์เรียนเร็วจัง สงสัยสอบเทียบมาแน่นอน เก่งมาก เราอายุ 18 เหมือนกัน เราเพิ่งสอบเอ็นทรานซ์เสร็จ ตอนนี้กำลังรอฟังผลสอบอยู่ ทางบ้านไม่อยากให้เราเครียดมาก เลยมาเที่ยวอินเดียกันทั้งบ้าน" ภีมเล่าเรื่องของตัวเองให้ผมฟังอย่างคร่าวๆ

"ภีมอยากเรียนคณะไหน? เลือกมหาลัยไหนบ้าง?" ผมถามแบบมีลุ้นนิดๆ (เผื่อภีมเลือกอาจเลือกมหาลัยของผม)


"อยากเรียนคณะบัญชีมากที่สุด รองมาก็บริหารธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์ ส่วนมหาลัยนั้น เราเลือกแต่มหาลัยชั้นนำในกรุงเทพทั้งหมด ถ้าเกิดเอ็นฯไม่ติด คงต้องไปเรียนเอกชน" ภีมตอบแบบไม่แน่ใจในอนาคตทางการศึกษาของตัวเอง


"คนนี้เขาเรียนอยู่คณะบริหารฯ" ผมชี้มือมาที่บอล

"อะไรๆ แอบนินทาเราอยู่หรือ? นึกว่าเราหลับละซิ" บอลลืมตาขึ้น พร้อมท่าทางสะลึมสะลือ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
(-_-!)
Guest

90. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #89
 
08-Jan-13, 07:50 AM (SE Asia Standard Time)
 
   เกริ่นเรื่องมาให้น่าติดตามมิใช่น้อย ... สเปคเลย สูง ยาว เข่า ดี แบบนี้
กันต์นี้มี Sex appeal สูงจริง ๆ หัวบันไดไม่เคยแห้งเลย


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

91. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #90
 
08-Jan-13, 08:01 AM (SE Asia Standard Time)
 
   โหย น่าอิจฉากันต์มากๆอ่ะ อยากดป็นกันต์มั่งจัง


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

92. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #90
 
08-Jan-13, 08:03 AM (SE Asia Standard Time)
 
   อิจฉากันต์มากๆ อยากเป็นน้องกันต์มั่งจังเลย


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ชายพเนจร
Guest

93. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #92
 
08-Jan-13, 01:28 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ไม่เคยปราณีใครจริงๆ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

96. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #93
 
10-Jan-13, 00:56 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >ไม่เคยปราณีใครจริงๆ


ขึ้นอยู่กับช่วงกับจังหวะครับผม อย่าติดตามตอนต่อๆไปนะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

95. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #92
 
10-Jan-13, 00:54 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >อิจฉากันต์มากๆ อยากเป็นน้องกันต์มั่งจังเลย


ขอบคุณมากครับ ที่ยังเข้ามาให้กำลังใจกันอยู่เรื่อยๆ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

94. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #90
 
10-Jan-13, 00:50 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >เกริ่นเรื่องมาให้น่าติดตามมิใช่น้อย ... สเปคเลย สูง ยาว เข่า
>ดี แบบนี้
>กันต์นี้มี Sex appeal สูงจริง ๆ หัวบันไดไม่เคยแห้งเลย

ขอบคุณมากครับ คุณก็ชมเกินไป ผมว่าน่าจะมี sex apple มากกว่า sex appeal นะครับ 5555+

เรื่องหัวบันไดนั้น ก็มีทั้งแห้งและไม่แห้งเป็นช่วงๆสลับกันไปครับ (ก็เล่นเขียนแต่ช่วงที่ไม่แห้งเท่านั้น เลยดูเหมือนว่าได้หนุ่มๆตลอดเวลา ส่วนช่วงที่แห้งก็ข้ามผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ได้เล่ารายละเอียดอะไรทั้งนั้น)


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

97. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #94
 
10-Jan-13, 01:26 AM (SE Asia Standard Time)
 
   "เปล่า เราแค่บอกภีมว่า นายเรียนอยู่คณะบริหารฯ ภีมเขาอยากเรียนคณะบัญชีกับบริหารฯมากๆ เออ… เรายังไม่ได้แนะนำให้นายรู้จักภีมเลย ตอนที่แนะนำให้เขารู้จักนายๆก็กำลังนั่งสมาธิอยู่ นี่… ภีม นั่น… น้องสาวภีมชื่อ พริ้มเพรา "

"สวัสดีครับ" บอลทักทาย ภีมและพริ้มเพรา

"กันต์กับบอลเรียนอยู่มหาลัยที่ไหน?" ภีมถามด้วยความอยากรู้

"เชียงใหม่” บอลตอบสั้นๆ

" เชียงใหม่หรือครับ ผมอยากไปเที่ยวเชียงใหม่ เป็นสถานที่ที่อยากไปมากที่สุดในเมืองไทย ภาคเหนือยังไม่เคยไป ส่วนใหญ่ไปแต่ภาคใต้และจังหวัดที่ใกล้กรุงเทพเท่านั้น กันต์กับบอลไม่ได้เรียนอยู่คณะเดียวกัน?" พอพูดจบ ภีมทำหน้าสงสัย

"เรียนอยู่คนละคณะและคนละชั้นปีด้วย เราจะขึ้นปี 3 ส่วนบอลจะขึ้นปี 2 " ผมตอบคำถามอย่างกระจ่างชัด

"ครับ" ภีมทำท่าครุ่นคิด

รถทัวร์ได้พากลุ่มของพวกเรามายังโรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางเมืองกัลกัตต้า หลังจากเช็คอินเสร็จเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าทัวร์บอกให้ลูกทัวร์ทุกคนพักผ่อนตามอัธยาศัยเป็นเวลา 2 ชั่วโมง จากนั้นให้เจอกันที่ล็อบบี้โรงแรม

ผมพักอยู่ห้องเดียวกับบอล ส่วนภีมโชคดีได้พักอยู่คนเดียว เพราะพ่อกับแม่ของภีมพักอยู่ห้องเดียวกัน และยายพักอยู่ห้องเดียวกับพริ้มเพรา

"เราว่านายภีมต้องมีรสนิยมทางเพศแบบเดียวพวกเราแน่ๆ เท่าที่ดูอากัปกริยาท่าทาง มันบ่งบอกว่าใช่ โดยเฉพาะเวลาเขาคุยกับนายนี่ หูตาแพรวพราวเชียว สงสัยแอบชอบนายแน่ๆ" บอลเปิดประเด็นในการสนทนาขึ้นมา

"เหรอ.. " ผมทำเนียนรับฟังความเห็นจากฝ่ายตรงข้าม เนื่องจากเกิดอาการวัวสันหลังหวะนิดๆ

"จริงนะ เรารู้สึกอย่างนั้น ตอนคุยกันบนรถ เขาตั้งหน้าตั้งตาคุยกับนายท่าเดียว ไม่ค่อยสนใจอยากคุยกับเราเท่าไหร่" บอลวิเคราะห์จากสถานการณ์

"คิดมากหรือเปล่า เขาคงเห็นว่าตอนนั้นนายหลับอยู่เลยไม่อยากกวนมั้ง" ผมพยายามชักแม่น้ำทั้งห้า เพื่อให้สถานการณ์เป็นแบบธรรมดามากที่สุดเท่าที่จะมากได้

"จะยังไงก็แล้วแต่ หวังว่าเขาคงพอเดาออกนะว่า นายกับเรามีอะไรที่พิเศษนอกเหนือจากเพื่อน" บอลหันมามองผม

"หึงเราเหรอ?" ผมทำหน้าเป็น พร้อมเอื้อมมือไปลูบเป้ากางเกงบอล

"ใครหึงนาย? หลงตัวเองหรือเปล่า? มีอารมณ์อีกแล้ว เซ็กส์จัดจริงๆนะนาย" บอลหน้าแดง

"แน่ใจนะว่าไม่หึง คราวหน้าถ้าภีมชวนเราคุยอีก เราจะคุยให้นานๆเลยคอยดู" ผมพูดยั่วบอลเล่นๆ พร้อมกับใช้มือเตรียมถลกกางเกงของบอล

"อยากทำอะไรก็ทำตามใจเลยนะ อ้าว… มาถอดกางเกงเราทำไม? ทำไมไม่ไปหานายภีมโน่น?" บอลเริ่มงอนนิดๆ พร้อมยกกางเกงขึ้นมาติดกระดุมอย่างมิดชิด

"พูดเองนะ เดี๋ยวเราไปเคาะห้องภีม ขอนอนกับเขาคืนนี้เลยดีไหม? เห็นว่าพักอยู่คนเดียวด้วยซิ" ผมยังคงยั่วโมโหบอลเล่น

"เชิญตามสบาย แล้วอย่ามาแตะเนื้อต้องตัวเราอีกนะ เราไม่ชอบคนคนสำส่อน" บอลชักจะงอนจริงๆแล้ว

ผมเห็นท่าไม่ได้การ เลยรีบเข้าไปโอบกอดบอล พร้อมกระซิบข้างหู "ล้อเล่นแค่นี้ ทำน้อยใจไปได้ เราเป็นคนชวนนายมาเที่ยว ยังไงเราก็ต้องดูแลและให้ความสำคัญกับนายมากเป็นพิเศษ ต่อไปนี้เราจะไม่ล้อเล่นกับนายเรื่องแบบนี้อีก ขอโทษนะ หายงอนหรือยังเอ่ย?"

รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนใบหน้าของบอล ผมเริ่มใช้ริมฝีปากไซร้ทั่วบริเวณต้นคอของบอล ตัวบอลเริ่มอ่อนไหวตามจังหวะการไซร้ของผม

ผมจัดการถอดเสื้อผ้าของบอลและของผมออกจนหมด เราทั้งสองอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ผมก้มลงดูดเลียหัวนมสีชมพูทั้งสองข้างของบอลและใช้มืออีกข้างสาวว่าวให้บอล กระจู๋ของบอลเริ่มแข็งโด่พร้อมออกศึก ผมค่อยลากจมูกลงมาเล้าโลมขนหะมอยอันพลอมแพลม จากนั้นก็ใช้ลิ้นลากยาวบนท่อนเอ็นอันแสนโอชาของบอล

เสียงครางเบาๆของบอลดังออกมาเป็นระยะๆระยะๆ ผมรีบแยกขาบอลออก พร้อมสอดใส่แท่งตอปิโดของผมตรงกลางขาหนีบใต้ก้นของบอล แล้วกดขาหนีบของบอลให้บีบรัดแท่งตอปิโดของผม (สาเหตุที่ต้องร่วมรักวิธีนี้ เพราะบอลยังไม่พร้อมที่จะให้ผมทะลุทะลวงประตูหลัง เขากลัวเจ็บ)

ผมกระเด้าแท่งตอปิโดเข้าๆออกๆตรงขาหนีบของบอล พร้อมกับสาวว่าวให้บอลอย่างมันส์มือ

อีกไม่กี่อึดใจ กระจู๋ของบอลได้พ่นน้ำกำหนัดออกมาเลอะเต็มมือผม 2-3นาทีต่อมาน้ำอสุจิก็พุ่งออกมาจากปากแท่งตอปิโดของผมเลอะเต็มหว่างขาบอล

เราทั้งสองเข้าไปอาบน้ำด้วยกัน ต่างคนต่างถูเนื้อตัวให้อีกฝ่ายหนึ่ง มันช่างสุขและเสียวไปพร้อมๆกัน

……………………………………………………………………………………………


คณะทัวร์ออกเดินทางจากเมืองกัลกัตต้า มายังเมืองคยา ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง

http://upic.me/show/42643566>

http://upic.me/show/42643589>


ที่พักในเมืองคยา อาจจะพิเศษกว่าที่อื่นๆ เพราะเป็นเขตพุทธสถาน (ในสมัยนั้นยังไม่มีโรงแรมและที่พักในรูปแบบต่างๆให้เลือกเยอะแยะเหมือนในปัจจุบัน) ดังนั้นที่พักที่ดีที่สุดและสะอาดที่สุดคือ วัดไทย โดยจะพักค้างคืนที่เมืองนี้เพียง 1 คืน เท่านั้น

ภายในวัดไทย ที่พักจะแยกชาย-หญิง โดยชาย-หญิงไม่สามารถพักในห้องเดียวกันได้ กลุ่มลูกทัวร์ที่เป็นผู้ชาย นอนศาลาวัด ส่วนกลุ่มลูกทัวร์ที่เป็นผู้หญิง นอนเรือนพัก

หลังจากเมืองคยา ก็เดินทางต่อไปยังเมืองพาราณาสี ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงกว่าๆ พวกเราจะพักอยู่เมืองพาราณาสีนานกว่าที่อื่น โดยจะพักอยู่ 4 วัน 3 คืน

http://upic.me/show/42643608>

http://upic.me/show/42643643>

http://upic.me/show/42643646>


"เมืองนี้ฝุ่นโคตรเยอะ ทั้งเนื้อทั้งตัวชะโลมไปด้วยฝุ่นหมด เราขอตัวไปอาบน้ำก่อน นายลองถามน้านิดว่า มียาแก้ไข้แก้ปวดอะไรบ้าง ตอนที่อยู่ดอนเมืองเราเห็นน้านิดถือกล่องยาสามัญประจำบ้านมาด้วย เรารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างบอกไม่ถูก แถมยังคัดจมูกและจามอีกด้วย สงสัยจะแพ้ฝุ่นหรือไม่ก็แพ้อากาศ" บอลอธิบายถึงอาการไม่สบายตัว

"นายรีบไปอาบน้ำ เดี๋ยวเราจะไปเอายาจากน้านิดมาให้" ผมรีบวิ่งไปยังห้องของหัวหน้าทัวร์



  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
(-_-!)
Guest

98. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #97
 
10-Jan-13, 08:19 AM (SE Asia Standard Time)
 
   ไม่อยากจะชี้นำ แต่ผมเดาว่าตอนต่อไป กันต์กับภีม ... อิ อิ อิ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

99. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #98
 
10-Jan-13, 10:45 PM (SE Asia Standard Time)
 
   หรือภีมกับบอลกันล่ะ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

101. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #99
 
12-Jan-13, 01:35 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >หรือภีมกับบอลกันล่ะ

5555+ อันนี้ต้องลุ้นตอนต่อไปครับผมว่าหวยจะออกแบบนี้หรือเปล่า?


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

100. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #98
 
12-Jan-13, 01:34 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >ไม่อยากจะชี้นำ แต่ผมเดาว่าตอนต่อไป กันต์กับภีม ... อิ อิ อิ

5555+ ต้องติดตามอ่านนะครับ แล้วจะรู้ว่าในยกต่อไป ใครจะฟาดฟันกับใคร


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

102. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #100
 
12-Jan-13, 01:51 AM (SE Asia Standard Time)
 
   http://upic.me/show/42696001>


"ได้ยามาแล้ว น้านิดบอกว่านายต้องแพ้ฝุ่นแน่นอน ก่อนหน้านี้ลูกทัวร์ของน้านิดหลายคนก็มีอาการคล้ายกับนาย น้านิดยังฝากยาดม ยาแก้แพ้ และผ้าสำหรับปิดจมูกมาให้นายด้วย รีบกินยาแล้วนอนพักซะ อาการจะได้ดีขึ้น ถ้านายอยากได้อะไรก็บอกเรา" ผมโอบกอดบอล พร้อมเอามือลูบแผ่นหลังบอลเบาๆ

หลังจากทานยาเรียบร้อย ซักพักบอลก็เผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน


"ยังไม่ถึง 1 ทุ่ม ออกไปเดินเล่นดีกว่า" ผมมองนาฬิกาข้อมือ


"ถ้านายตื่นมาแล้วไม่เจอเรา ไม่ต้องตกใจนะ เราออกไปเดินเล่นข้างนอกและอาจจะแวะไปคุยกับน้านิด" ผมเขียนโน๊ตทิ้งไว้บนโต๊ะที่อยู่ติดหัวเตียงนอน


http://upic.me/show/42643615>

หน้าโรงแรมจะเป็นถนนทางเดินเลียบแม่น้ำคงคา ขนานไปกับตลิ่งคอนกรีตขั้นบันไดลงไปสู่ท่าน้ำแม่น้ำคงคา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาแสวงบุญได้ลงไปอาบน้ำในแม่น้ำอันศักดิ์สิทธิ์
ขณะที่ผมกำลังเดินลงบันไดตรงท่าน้ำ เพื่อชมความงามของทิวทัศน์จากริมฝั่งคงคามหานที ผมได้ยินเสียงผู้ชายวัยกลางคน อายุประมาณ 40 กว่าปี พูดภาษาไทยว่า…
"แม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนที่นี่เชื่อว่าไหลมาจากสรวงสวรรค์ ตามหลักความเชื่อในศาสนาพราหมณ์กล่าวว่า ถ้าได้มาอาบ มาดื่มกินน้ำในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จะเป็นมงคลแก่ชีวิตเป็นอย่างมาก"

"เสียงนี้คุ้นหูจังเลย" ผมพึมพำอยู่ในใจ จากนั้นจึงหันหน้าไปดูหน้าเจ้าของเสียง

"ที่แท้ลุงภูนั่นเอง ผมนึกว่าเสียงใคร" ผมพูดทักทายพ่อของภีม ลุงภูกับภีม นั่งอยู่บนขั้นบันไดท่าน้ำริมตลิ่ง โดยลุง ภูกำลังเล่าความเป็นมาของแม่น้ำคงคาให้ภีมฟัง

"ไปไงมาไงพ่อหนุ่ม? ออกมาคนเดียวหรือ?" ลุงภูเอ่ยถามผม

"ครับ เพื่อนไม่ค่อยสบาย เห็นว่าแพ้ฝุ่น พอกินยาเสร็จก็หลับไป"

"เจ้าพริ้มก็แพ้ฝุ่นเหมือนกัน เพิ่งให้กินยาไป ตอนนี้สงสัยคงหลับปุ๋ย ส่วนแม่เจ้าภีมเห็นบ่นว่าคันไปทั้งตัว เมืองนี้ฝุ่นเยอะจริงๆ ยังไงระวังตัวหน่อยนะพ่อหนุ่ม ไม่ใช่แค่ฝุ่นอย่างเดียว ผู้คนด้วย คนสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ ไม่ใช่แค่ที่นี่เท่านั้น ทุกหนทุกแห่งรวมถึงบ้านเราด้วย ย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไป" ลุงภูพูดให้แง่คิด

"กันต์ เรียนเก่งมากๆนะ พ่อ สอบเทียบได้ตั้งแต่ม.4 แถมยังเอ็นฯติดด้วย" ภีมยอผมให้พ่อของเขาฟัง

"ไม่ถึงกับเก่งหรอกครับ ผมว่าฟลุ๊คมากกว่า หรือไม่ก็จับจังหวะเลือกคณะที่คะแนนไม่เยอะและคนเลือกน้อย" ผมพูดอย่างถ่อมตัว

"ยังไงก็ถือว่าเก่งนะ พ่อหนุ่มเรียนอยู่ปีไหน?" ลุงภูถามผม

"จะขึ้นปี3 ครับ"

"อีกไม่กี่ปีก็ใกล้จบแล้วซิ อายุพอๆกับเจ้าภีม เจ้านี่หัวมันดีนะ แต่ขี้เกียจไปหน่อย หนังสือหนังหาไม่ยอมอ่าน วันๆเอาแต่เล่นวีดีโอเกมส์ อ่านหนังสือการ์ตูน" ลุงภูหันมามองหน้าภีม

"แต่ผมสอบผ่านทุกวิชาและเกรดเฉลี่ยไม่เคยได้ต่ำกว่า 2.8 ทุกเทอมนะจะบอกให้" ภีมพูดอย่างภาคภูมิใจในผลการเรียนของตัวเอง

"เดี๋ยวรอประกาศผลสอบเอ็นฯออกก่อนนะ พ่อคนเก่ง" ลุงภูพูดกับภีม จากนั้นหันหน้ามาพูดกับผมว่า "ลุงขอตัวไปดูเจ้าพริ้มและแม่เจ้าภีมก่อน พ่อหนุ่มคุยกับเจ้าภีมไปพลางๆ ลุงฝากเจ้าภีมด้วย คุยกันอยู่แถวนี้ อย่าออกไปไหนไกล ที่นี่ไม่ใช่บ้านเมืองเรา แปลกที่แปลกทาง เราไม่รู้ว่าอันตรายจะมาเมื่อไหร่ เวลาเกิดอะไรขึ้นมันลำบาก"

"ได้ครับ ลุงไม่ต้องห่วงเลยครับ" ผมรับคำ

"พ่อไปก่อน อย่าอยู่ข้างนอกโรงแรมนาน และห้ามออกไปไหนไกล ทำไมไม่ชวนพ่อหนุ่มขึ้นไปคุยที่ห้องภีม? สะดวกและปลอดภัยกว่า อีกอย่างข้างนอกฝุ่นก็เยอะด้วย" ลุงภูกำชับภีม

พอลุงภูเดินกลับเข้าไปในโรงแรมได้ซักพักใหญ่ๆ ภีมก็ชวนผมขึ้นไปคุยบนห้องของเขา (ซึ่งเขาพักอยู่คนเดียวเช่นเคย)

ผมนั่งคุยกับภีมอยู่ในห้อง โดยภีมนั่งอยู่บนเตียง ส่วนผมนั่งเก้าอี้ที่โต๊ะเครื่องแป้ง ตรงปลายเตียง

เราทั้งสองคุยกันเรื่องสัพเพเหระต่างๆนานา จนกระทั่งภีมเริ่มเปิดประเด็นขึ้นมาว่า…

"กันต์กับบอลเป็นแฟนกันหรือเปล่า?"

"อืม… ยังไงดีละ คือ เรากับบอลเป็นเพื่อนกัน แต่พิเศษกว่านิดหนึ่ง ไม่ถึงขนาดที่ใช้คำว่า แฟน เรียกกันและกัน เข้าใจหรือเปล่าเนี่ย?" ผมพยายามตอบอย่างชัดเจนมากที่สุด

"เข้าใจระดับหนึ่ง กันต์กับบอลมีอะไรกันแล้วใช่ไหม?" ภีมถามอย่างตรงไปตรงมา

ผมพยักหน้าแทนคำตอบ

"อย่างนี้นี่เอง ถึงว่าบอลไม่ค่อยชอบหน้าผมเท่าไหร่ เวลาที่ผมทักทายก็ดูหน้างอ ถามคำตอบคำ ที่แท้หึงกันต์นี่เอง" ภีมใช้มือจับเป้ากางเกงตัวเอง เหมือนกำลังจะขยับขอบกางเกงในหรือไม่ก็เกากระจู๋

"ช่างสังเกตจริง เขาคงไม่หึงเราหรอก เขาก็เป็นของเขาแบบนี้ พูดน้อยถามคำตอบคำ แล้วแต่อารมณ์" เวลานี้สมาธิของผมกระเจิงไปนิดหน่อย เพราะมัวแต่จ้องมองมือของภีมที่กำลังเกาตรงเป้ากางเกงอยู่

"เกาอยู่นั่นแหละ เป็นสังคังหรือเปล่า?" ผมพูดหยอกล้อ

"ดูให้หน่อยว่าใช่หรือเปล่า?" ภีมเปิดโอกาส

"ดูไม่เป็น เราไม่เคยเป็นนิ จะรู้ได้ไงว่าใช่หรือไม่" ผมเล่นเกมส์หมาหยอกไก่

"งั้นช่วยเกาให้ผมหน่อยได้เปล่า? เมื่อยมือ" ภีมถอดกางเกงพร้อมกับกางเกงในออกอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นด้ามปืนยาวหัวเปิดถอกของเต้ย ทำเอาผมขาดสติไปชั่วขณะ ผมไม่รอช้า เขยิบตัวพร้อมยื่นมือเข้าไปจับรูดขึ้นๆลงๆอย่างทันที ส่วนมืออีกข้างก็ลูบไล้ขนหะมอยที่ขึ้นหนาบนหัวหน่าวของภีม

"ขอผมดูกระดอกันต์หน่อยซิ ครั้งก่อนยังเห็นไม่จุใจ" ภีมรีบใช้มือปลดเข็มขัดและตะขอกางเกงยีนส์ของผมออกทันที
จากนั้นใช้มือค่อยๆถอกหนังหุ้มกระดอผมออกจนหัวเปิดออกมาจนหมด

"กระดอกันต์เวลาแข็งตัวขึ้นมา ใหญ่มหึมามากๆ" ภีมทำท่าตกใจ พร้อมทั้งอ้าปากเตรียมจะเขมือบกระดอผมอย่างหิวโหย

"อย่า.. ไม่เอา !! คือ วันนี้เรายังไม่ได้อาบน้ำทำความสะอาดเลย เราแค่ชักว่าวให้กันและกันอย่างเดียวก็พอนะ" ผมพูดอย่างขาดความมั่นใจ

"ฮ่า.. ฮ่า.. ฮ่า.. เข้าใจพูดนะ อย่าว่าแต่กันต์เลยที่ยังไม่ได้อาบน้ำ ผมเองก็ยังไม่ได้อาบเหมือนกัน ซกมกพอกัน กระดอเหม็นด้วยกันทั้งคู่" ภีมหัวเราะชอบใจใหญ่

ผมและภีมต่างสำเร็จความใคร่โดยใช้มือให้แก่กันและกัน จนน้ำอสุจิแตกคามือทั้งคู่

………………………………………………………………………………………………………….

ผมเดินกลับห้องพักอย่างอารมณ์ดี รู้สึกโล่งและเบาสบายตัวมาก (ได้เอาน้ำออกมาแล้วนิ จะไม่สบายตัวได้ไง)

ผมเปิดประตูห้องเข้ามา เห็นบอลนั่งสะลึมสะลืออยู่ที่ปลายเตียง

"ตื่นนานหรือยัง? รู้สึกดีขึ้นมาบ้างไหม?" ผมถามบอลด้วยความห่วงใย

"ก่อนหน้าที่นายจะมาถึง ไม่กี่นาที พอได้นอนซับงีบแล้ว ค่อยยังชั่วขึ้นมาบ้าง แล้วนายออกไปเดินเล่นที่ไหนมา? หรือไปคุยกับน้านิด?" บอลถามขึ้นมา

"ออกไปเดินเล่นที่ท่าน้ำหน้าโรงแรม บังเอิญเจอลุงภูและภีม เลยคุยกันตรงท่าน้ำ จากนั้นขึ้นห้องมาหานายนี่แหละ พริ้มเพราก็แพ้ฝุ่นเหมือนกับนาย อาการแบบเดียวกันเลย เห็นลุงภูให้กินยาและนอนพักผ่อนแล้ว" ผมเล่าให้บอลฟังว่าผมออกไปทำอะไรข้างนอกบ้าง (ซึ่งเล่าความจริง แต่เล่าไม่หมดแค่นั้น)

"เจอใครไม่เจอ เจอแต่นายภีมตลอดนะ" บอลกระแหนะกระแหนผม

"ไม่ได้เจอแค่ภีม เจอพ่อเขาด้วย ถ้าเราเจอแค่ภีมคนเดียว นายจะซักฟอกเรายังไง เรายอมทั้งนั้น นายก็รู้นี่ว่า พวกเรามาเที่ยวเป็นกลุ่ม ถ้าไม่ให้เจอพวกเดียวกันโดยบังเอิญ แล้วจะให้เจอใคร? อีกอย่างกลุ่มของพวกเรามีแต่ผู้สูงวัย รุ่นคุณลุง คุณป้า ไปจนถึงคุณตา คุณยาย ทั้งนั้น พวกนี้พอกลับโรงแรมแล้วมักจะไม่ค่อยออกไปเดินเที่ยวไหนไกลๆ ส่วนที่อายุน้อยก็มีแต่พวกเราและภีมกับพริ้มเพราเท่านั้น ที่พอมีเรี่ยวแรง ตลอดจนความคึกที่จะออกไปเดินเตร็ดเตร่ข้างนอกได้" ผมพยายามหาเหตุผลมาอธิบายเพื่อให้บอลเข้าใจ (เรียกว่า "แถ" จะตรงตัวกว่านะ)

"ไม่ได้ว่าอะไรนี่" บอลพูดอย่างวางมาด


"ครับ ขอหอมหน่อยนะ" ผมหยอกเล่นบอลด้วยการหอมแก้ม


"เล่นอะไรนี่ ยังไม่ได้อาบน้ำใช่ไหม? ไปอาบน้ำเลยนะ ซกมกจริง" บอลพูดด้วยความเขินอาย


"ยังไม่แก่เลย ทำไมขี้บ่นจัง" ผมแอบบ่นพึมพำ


"พูดอะไร เราได้ยินนะ หาว่าเราขี้บ่นหรือ?" บอลทำเริ่มทำท่างอนใส่ผม


"เปล่า" ผมปฏิเสธอย่างหนักแน่น


"อย่ามาโกหก งั้นห้ามแตะต้องตัวเรา 1 อาทิตย์ เป็นการลงโทษ" บอลเตือนผม


" 1 อาทิตย์เองหรือ? น่าจะเป็น 1 เดือน นะ" ผมต่อปากต่อคำ


บอลค้อนใส่ผม พร้อมกับพูดออกมาว่า "ชอบละซิ ที่เราทำโทษไม่ให้แตะต้องตัวเรานานๆแบบนี้ จะได้มีโอกาสไปหานายภีม ให้ช่วยปลดปล่อยอารมณ์เปลี่ยวให้ใช่ไหม?"


"อยากให้นายทำให้มากกว่า ถึงแม้นายจะห้ามเราไม่ให้แตะเนื้อต้องตัวนายเป็นเวลาเท่าไหร่ก็ตาม แต่นายสามารถแตะเนื้อต้องตัวเราได้นิ ไม่ผิดกฏกติกาใดๆทั้งนั้น อย่างอนเลยนะ บอลจ๋า… เราแคร์ความรู้สึกของนายมากนะ" ผมออดอ้อนบอล ก่อนที่เรื่องเล็กๆจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมา

"อย่ามากะล่อนใส่เรา นายนี่มันจริงๆเลย ไปอาบน้ำได้แล้วไป คราบขี้เกลือขึ้นเต็มไปหมด อึ๋ย.. หยะแหยง " หน้าบอลเริ่มจะแดงทีละนิด ด้วยความเขิน

"ไปก็ได้ ช่วยอาบน้ำให้หน่อยดิ ถูเจี๊ยวให้ด้วยนะ บอลจ๋า... " ผมทำท่าออดอ้อน

...........................................................


เมื่อเที่ยวชมเมืองพาราณาสีครบตามกำหนดการแล้ว หัวหน้าทัวร์ก็พาพวกเราออกเดินทางโดยการนั่งรถไฟไปเมืองนิวเดลลีซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศอินเดีย

คณะทัวร์ของพวกเรานั่งรถไฟชั้น 1 ซึ่งแบ่งเป็นห้องๆ มีประตูและลงกลอนเพื่อความปลอดภัย แต่ละห้องสามารถจุผู้โดยสารได้ 4 คน

ผมกับบอล ได้ห้องเดียวกับภีมและลุงภู (เพราะเป็นผู้ชายด้วยกัน) ส่วนแม่ของภีม ยาย และพริ้มเพรา อยู่อีกห้องหนึ่งกับหัวหน้าทัวร์

ผมพยายามสังเกตว่า บนรถไฟ บอลไม่คุยกับภีมเลย แต่กับลุงภูกลับคุยกันค่อนข้างถูกคอ ขนาดภีมพยายามจะคุยด้วย บอลก็คุยแบบสั้นๆห้วนหรือถามคำตอบคำ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไม และไม่อยากเดาด้วย(เดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่า หลงตัวเอง) อีกทั้งไม่อยากจะถามบอล เพราะไม่อยากให้เรื่องราวไปกันใหญ่

หลังจากคืนนั้นที่เมืองพาราณาสี ผมไม่มีโอกาสได้อยู่ตามลำพังหรือคุยกันสองต่อสองกับภีมอีกเลย เพราะบอลตามประกบผมแจ จะแอบชะแว๊บไปไหนไม่ได้เลย

ยังดีที่ขากลับมาถึงสนามบินดอนเมือง ภีมได้แอบจดเบอร์โทรศัพท์และเพจใส่ในมือของผม(แอบเอาให้ผม ตอนที่บอลไปเข้าห้องน้ำ) ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปตามจุดหมายปลายทางของแต่ละคน


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

103. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #102
 
12-Jan-13, 07:04 AM (SE Asia Standard Time)
 
   กันต์นี่ สเน่ห์แรงไม่ตกเลยแฮะ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ชายพเนจร
Guest

104. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #103
 
12-Jan-13, 08:24 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ช่วงนี่กันต์มาแบบเบาๆไม่จัดเต็ม
แต่อยากรู้จังกันต์จะรักบอลกี่%


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

106. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #104
 
13-Jan-13, 05:39 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >ช่วงนี่กันต์มาแบบเบาๆไม่จัดเต็ม
>แต่อยากรู้จังกันต์จะรักบอลกี่%


แล้วแต่เวลาและสถานที่ครับผม ถ้าเวลาจำกัด+สถานที่ไม่เอื้ออำนวย ก็จัดเบาๆพอหอมปากหอมคอ แต่ถ้าเวลาเยอะแยะ+สถานที่เอื้ออำนวย ก็จัดหนักๆชนิดที่อิ่มหมีพีมันกันไปข้างหนึ่ง


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | boysiam.net Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

105. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #103
 
13-Jan-13, 05:35 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >กันต์นี่ สเน่ห์แรงไม่ตกเลยแฮะ


ขอบคุณครับ 555+ แรงเป็นช่วงๆมากกว่าครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

107. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #105
 
13-Jan-13, 05:51 AM (SE Asia Standard Time)
 
   วันแรกของการเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2539


ผมอยู่ปี3 แล้ว เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ยังจำได้ดีถึงวันแรกที่เข้ามาเป็นนักศึกษาใหม่ ความรู้สึกนั้นเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี่เอง

ผมยังคงพักอยู่ที่เดิม ส่วนบอลก็ยังคงพักอยู่ห้องข้างๆผม ในเทอมนี้เอง น้องชายของบอล ซึ่งสอบติดมหาลัยเดียวกัน ได้เข้ามาพักอยู่ห้องเดียวกับบอล

ตอนนี้ความสัมพันธ์ของผมกับบอลเริ่มแน่นแฟ้นมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนนัก (เกือบทุกคืนบอลต้องมาส่งส่วยความเสียวให้ผมเป็นประจำ)

ส่วนป้อง ผมไม่ได้เห็นเขาอีกเลยหลังจากครั้งนั้น(ซึ่งก็นานมาก) ดีเหมือนกันจะได้ลืมหน้าคนใจร้ายใจดำเร็วขึ้น


ช่วง 2-3 อาทิตย์แรกของการเปิดเทอม คงจะไม่มีกิจกรรมไหนที่สำคัญและโดดเด่นมากไปกว่า "การรับน้องใหม่" สำหรับผมแล้ว ไม่ได้มีบทบาทโดดเด่นอะไรมากกับกิจกรรมนี้ เพราะอยู่ชั้นปี3 แล้ว ซึ่งกิจกรรมนี้ผู้ที่มีบทบาทส่วนใหญ่มักจะเป็นนักศึกษาชั้นปี2 มากกว่า

แน่นอนว่าช่วงนี้ ผมกับบอลไม่ค่อยได้มีเวลาเจอกันเท่าไหร่ เพราะบอลมัวแต่ยุ่งอยู่กับการรับน้องใหม่ของคณะ (ได้ข่าวมาว่า บอลเป็นหนึ่งในหัวหน้าว๊ากของคณะ ผมอยากจะขำกลิ้งจริงๆ หน้าอ่อนๆใสๆอย่างบอล เวลาว๊าก ใครเขาจะกลัว ขนาดมาว๊ากมาบ่นใส่ผมๆยังไม่กลัวเลย)

เย็นวันหนึ่ง หลังจากจอดรถที่ลานจอดเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ผมกำลังเดินขึ้นบันไดทางเดิน เพื่อไปยังห้องพัก

"พักอยู่ที่นี่หรือ? ไม่เจอกันนาน จำเราได้ไหม?" ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ระเบียงทางเดินกล่าวทักทายผม ผมเห็นหน้าของเขาไม่ชัด ตรงระเบียงทางเดิน ค่อนข้างมืด เนื่องจากแสงของหลอดไฟสาดส่องไม่ทั่วถึง

ผมเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มเจ้าของเสียง เพื่อที่จะดูหน้าตาให้ชัดว่าเป็นใครกันแน่

"อ๋อ… นายนั่นเอง เดี๋ยว… อย่าเพิ่งบอกชื่อ ขอเวลาเรานึกชื่อนายแป๊บหนึ่ง" ผมจำหน้าชายหนุ่มคนนั้นได้ แต่นึกชื่อไม่ออก มันติดอยู่ตรงมุมปาก

ชายหนุ่มหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

"เสือ ใช่ไหม?" ในที่สุดผมก็จำชื่อของเขาได้ (ยังจำเสือได้ไหมครับคุณผู้อ่าน? จากตอนก่อนหน้านู้น)

"เก่งมาก เก่งแบบนี้น่าจะให้รางวัลซักหน่อย" เสือปรบมือให้ผม

"รางวัลอย่างเช่นพาไปเลี้ยงข้าว เลี้ยงหนัง ใช่ไหม? ยินดีเสมอและว่างทุกเวลา" ผมพูดรับมุข

"เราคงถังแตกแน่ กันต์กินจุไหม?" เสือยังเล่นมุขไม่ยอมเลิก

"กินไม่จุ กลัวอ้วน แต่อย่างอื่นกินจุชนิดที่ไม่มีอิ่ม ว่าแต่นายมาทำอะไรอยู่ที่นี่? พักอยู่ที่นี่หรือ?" ผมถามอย่างสงสัย

"ตอนนี้เราย้ายไปอยู่หอที่ฝั่งสวนดอกแล้ว เรามาหาเพื่อนที่เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน มันพักอยู่ห้องมุมสุดนี่เอง กันต์พักอยู่ที่นี่หรือ?" เสือบอกถึงจุดประสงค์ของการมาที่นี่

"ใช่.. ห้องเราอยู่ฝั่งปีกขวา นายจะกลับแล้วหรือ?" ผมถามฝ่ายตรงข้าม

"คงงั้น เจอนายได้จังหวะพอดี เรามาแต่ตัวไม่ได้หยิบจับอะไรมาเลย ว่าจะลงไปขอยืมปากกากับเศษกระดาษจากลุงยามข้างล่างซะหน่อย นายพอมีปากกากับเศษกระดาษให้เรายืมบ้างไหม? เราจะเขียนโน๊ตทิ้งไว้ให้เพื่อนเรา" เสือยิ้มอย่างมีความหวัง

"ไม่ต้องห่วง เราว่าเข้าไปคุยกันในห้องเราก่อนไหม? รีบไปไหนหรือเปล่า?" ผมเชิญชวนเสือ (เผื่อฟลุ๊ค เข้าใจวางแผนจริงๆ ช่วงนี้บอลไม่ค่อยได้มาส่งส่วย เพราะยุ่งกับการรับน้องใหม่ ผมเลยอดอยากมากกว่าปรกติ ผมยอมรับอย่างเต็มอกว่า ตัวเองเป็นคนที่มีความต้องการสูงมากถึงมากที่สุด เมื่อเงี่ยนเกินพิกัดแบบนี้ ต้องหาทางเอาน้ำกำหนัดออกให้เร็วที่สุดเท่าที่มีโอกาส)

"ไม่รีบ ดีเหมือนกัน ไม่ได้เจอกันนาน อยากจะทำความรู้จักกันต์ให้มากกว่านี้" เสือรับคำเชิญ พร้อมเดินตามผมเข้าไปในห้อง

"กันต์อยู่คนเดียวใช่ไหม?" เสือกวาดสายตาไปรอบห้อง

"ใช่" ผมตอบสั้นๆ

"แล้วน้องรหัสสุดเฮี๊ยบตอนนี้เป็นไงบ้าง เรายังจำได้ ตอนนั้นน้องเขาไม่ค่อยพอใจที่เราเข้ามาคุยกับกันต์ คงกลัวเราจะเข้ามาจีบพี่รหัส" เสือพูดทบทวนความหลัง

"น้องก้องนะเหรอ ตอนนี้คงกำลังว๊ากน้องปี1 อยู่มั้ง เห็นได้รับเลือกเป็นหัวหน้าว๊ากของรุ่นด้วย เสือความจำดีเยี่ยมจริงๆ" ผมชมฝ่ายตรงข้าม

"อะไรที่เกี่ยวกับกันต์ เราจำได้เสมอ" เสือหยอดคำหวาน

"ดูพูดเข้า ปากหวานแบบนี้คงจะมีคนรักคนชอบสนั่นเมืองซินะ เราขอตัวเปลี่ยนเสื้อแป๊บหนึ่ง จะได้สบายตัว" ผมค่อยถอดเสื้อนักศึกษาออกอย่างช้าๆ เพื่อเปลี่ยนเป็นเสื้อยืด (อ่อยแบบมีชั้นเชิงสุดฤทธิ์)

"กันต์ผิวเนียนจัง" เสือมองดูผมเปลี่ยนเสื้อ จากนั้นจึงใช้มือลูบหน้าท้องผมอย่างเบาๆ

เวลานี้ผมรู้สึกเสียววาบๆเล็กน้อย จนเป้ากางเกงค่อยๆพองโตทีละนิด

"เปลี่ยนแต่เสื้ออย่างเดียว ไม่เปลี่ยนกางเกงด้วยหรือ?" เสือเริ่มแซวผม สายตาของเสือจ้องมองที่เป้ากางเกงผมอย่างใจจดใจจ่อ

"ไม่หรอก เรายังไม่ได้กินข้าวเลย เราชอบใส่ยีนส์เวลาออกไปกินข้าวข้างนอก ยุงจะได้ไม่กัด นายกินข้าวหรือยัง? ถ้ายัง เดี๋ยวออกไปกินด้วยกันไหม?"

"ได้เลย แต่ตอนนี้เราอยากกินอย่างอื่นมากกว่า" เสือพูดกำกวม

"นายอยากกินอะไรละ?" ผมเล่นลิ้นยั่วยวนเพื่อเพิ่มความอยากให้ฝ่ายตรงข้าม โดยการใช้มือเกาตรงเป้ากางเกงของตัวเอง เป็นพักๆ (ขอยืมไอเดียของเต้ยมาใช้)

"อยากกินใส้กรอกในกางเกงยีนส์" เสือแสดงความประสงค์ของตน

"ร้านไหนหรือ? เราไม่เคยได้ยินมาก่อน?" ผมแกล้งทำเป็นโง่ ไม่รู้เรื่อง

"ถ้าอยากรู้ หลับตาก่อนซิ เดี๋ยวเราจะพาไป" เสือเริ่มเปิดเกมส์

ผมหลับตาพริ้ม ทันใดนั้นหัวเข็มขัดและหัวกระดุมกางเกงยีนส์ที่ผมสวมใส่อยู่ ก็ถูกปลด พร้อมทั้งซิปถูกรูดออกมา เสือใช้มือทั้งสองจับขอบกางเกงยีนส์และขอบกางเกงในของผม ติดกันแน่น จากนั้นก็ถลกกางเกงยีนส์พร้อมกับกางเกงในของผม ลงไปกองกับพื้น

"โอ้โห… ลำกล้องของกันต์ทั้งสวยทั้งใหญ่ น่าลิ้มลอง ขนยังดกดำอีกต่างหาก" เสือรำพึงรำพันออกมา

"ถึงคราวที่เราจะยลโฉมมังกรของนายบ้างแล้วนะ" ผมจัดการถอดกางเกงและกางเกงในของเสือออกจนหมด

มังกรของเสือขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่และไม่เล็ก หัวปิด ลูกชิ้นเอ็นทั้ง 2 ลูก ห้อยโทงเทงเล็กน้อย และมีขนขึ้นเบาบางที่หัวหน่าว ผมใช้มือเล่นกับอวัยวะเพศของเสืออย่างสนุกสนาน จนแข็งโด่อย่างทันควัน

"ไม่ต้องอมให้เราก็ได้ เรากลัวมีกลิ่น เช้านี้ตื่นสาย กลัวไปเรียนไม่ทันเลยไม่ได้อาบน้ำ" เสือกระซิบข้างหูผมอย่างอายๆ โดยใช้มือจับหน้าผมไว้ ก่อนที่ผมจะจัดการลิ้มรสกระจู๋หวาน

เสือใช้มือถอกหนังหุ้มอวัยวะเพศของผมเล่น จนหัวเปิดออกมาสัมผัสโลกภายนอก ส่วนมืออีกข้างเคล้าคลึงลูกชิ้นเอ็นทั้ง 2 ลูกของผม

"อูยส์... อูยส์... ดีมาก ค่อยๆ" ผมร้องครวญครางด้วยความเสียว

พอเคล้าคลึงลูกชิ้นเอ็นของผมจนหนำใจแล้ว เสือก้มหน้าเข้าหามังกรของผม พร้อมทั้งอ้าปากอมมังกรของผมจนมิดลำ จากนั้นจึงค่อยใช้ริมฝีปากรูดมังกรของผมอย่างเป็นจังหวะ

ผมครางออกมาด้วยความเสียวพร้อมทั้งใช้มือจับขมับทั้งสองข้างของเสือโยกเข้าๆออกๆตามจังหวะ

"เราเอานายได้ไหม?" ผมกระซิบข้างหูเสือ

เสือพยักหน้า ผมเอื้อมมือไปหยิบเจลหล่อลื่น พร้อมทั้งชะโลมไปทั่วแท่งตอปิโดของผม

เมื่อตอปิโดพร้อมรบ ผมก็บีบเจลใส่ปลายนิ้วมือ และทาตรงปากทางเข้าถ้ำทองของเสือ

ผมค่อยๆดันแท่งตอปิโดเข้าปากถ้ำทองของเสืออย่างช้าๆ เพราะกลัวว่าฝ่ายตรงข้ามจะเจ็บ

"ไม่ต้องเกร็ง ค่อยๆหายใจเข้าออกช้าๆ" ผมแนะนำเสือ

เมื่อเสียบแท่งตอปิโดเข้ารูดากของเสือจนมิดด้าม ผมก็ปฏิบัติการโยกเข้าๆออกๆตามสปีด

เวลานี้เสือเริ่มครางอย่างเคลิ้มๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ทำท่าว่าจะร้องจ๊ากด้วยความเจ็บปวด

ฝ่ายตรงข้ามเสียวซะขนาดนี้ ผมคงต้องเร่งเครื่องสมนาคุณแบบจัดเต็ม โดยการกระเด้าซอยอย่างรัวๆถี่ๆ ยิ่งเสือโยกตูดรับกับจังหวะของกระดอผมด้วย ทำให้ผมเสียวตรงบริเวณหัวกระดอเป็นอย่างยิ่ง

ไม่ถึงนาทีผมร้องเสียงหลง พร้อมกับหลั่งน้ำอสุจิออกมาในรูดากของฝ่ายตรงข้าม

ผมใช้มือชักว่าวและเคล้าคลึงลูกชิ้นเอ็นของเสือ จนน้ำอสุจิของเสือพุ่งออกจากกระบอกปืน

ตั้งแต่วันนั้น ผมได้มีโอกาสเจอเสืออีกประมาณ 2-3 ครั้ง คณะที่เสือเรียนอยู่นั้น ค่อนข้างจะเรียนหนัก และหอพักของเสืออยู่ห่างจากผมพอสมควร (ผมอยู่หลังมอ ฝั่งสวนสัตว์ ส่วนเสืออยู่ฝั่งสวนดอก) ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้โอกาส+เวลาที่เราจะได้เจอกันไม่ลงตัว + ต่างฝ่ายมัวแต่ยุ่งกับภาระกิจของตนเอง เลยต้องห่างเหินกันโดยปริยาย

……………………………………………………………………………………………………………

หลังจากเสร็จสิ้นเทศกาลรับน้องใหม่แล้ว ผมมีโอกาสได้เจอบอลบ่อยขึ้น แต่ก็ยังไม่บ่อยเท่ากับปีที่แล้ว เพราะบอลต้องดูแลและเป็นธุระต่างๆให้กับน้องชายที่เพิ่งเข้ามาเป็นนักศึกษาใหม่ อีกทั้งช่วงที่เราทั้งสองว่างพร้อมๆกัน ดันมาเป็นช่วงเทศกาลสอบกลางภาคอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าต่างฝ่ายต่างก็ต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบ(เซ็งเป็ดจริงๆตรู)

พอสอบกลางภาคเรียบร้อยแล้ว บอลยังต้องเตรียมตัวสอบข้อเขียนในโครงการนักศึกษาแลกเปลี่ยนไทย-จีน รอบ 2 ตามด้วยสอบสัมภาษณ์อีก (ซึ่งบอลสามารถสอบผ่านรอบแรกได้)

ดังนั้นผมเลยต้องใช้วิธีโลกสวยด้วยมือเราแก้ขัดไปก่อน

----- เย็นวันหนึ่ง บริเวณหน้าโรงภาพยนต์ ณ ห้างสรรพสินค้ากาดสวนแก้ว -----

ผมกำลังดูโปสเตอร์หนังที่กำลังเข้าฉายในแต่ละโรงอย่างเพลิดเพลิน

"มาคนเดียวหรือ?" เสียงทักทายดังขึ้นมา (เจ้าของเสียงเป็นผู้หญิงซะด้วย)

ผมหันไปมองด้วยความอยากรู้ พอหันไปสบตาเท่านั้น ผมรู้สึกเซ็งปนรำคาญ(แต่รู้สึกรำคาญมากกว่า)อยากจะวิ่งหนีไปให้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

"นึกว่าใคร ที่แท้ยัยหมีเล่นหวย(ห้ามผวนนะครับ ไม่สุภาพเป็นอย่างยิ่ง) นี่เอง " ผมแอบบ่นอยู่ในใจคนเดียว

"ตอนนี้มาคนเดียว แต่อีกประเดี๋ยว ก็จะมากันหลายคน เรานัดญาติไว้ พวกเขาเพิ่งมาถึงเชียงใหม่ พักอยู่ที่ปางสวนแก้ว หมวยมาคนเดียวหรือว่ามากับใคร?" ผมทักทายตามมารยาท แถมแจกสตอเบอรี่ให้ยัยหมวยไปหลายกิโล

"มากับยุ้ย น่าเสียดายเนอะ ถ้ากันต์มาคนเดียว จะได้ชวนไปดูหนังด้วยกัน หมวยอยากดูหนังกับกันต์มาก เมื่อไหร่จะได้มีโอกาสมาเที่ยวและมาดูหนังกับกันต์บางนะ" ยัยหมวยเริ่มออดอ้อน โดยพยายามเก๊กหน้าโชว์ความเซ็กส์ซี่(เสื่อม)

"ยุ้ยอยู่ไหน?" ผมหันซ้ายหันขวามองหา

"ยุ้ยไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวมา ตอนนี้กันต์อยู่หอไหน? ในหรือนอก?" ยัยหมวยเริ่มถามผม

"เราต้องรีบไปก่อนนะ เรามาช้าไปเกือบครึ่งชั่วโมง มีหวังโดนพวกญาติๆบ่นแน่ๆ" ผมแกล้งมองนาฬิกา เพื่อหาโอกาสชิ่งหนีอย่างโดยเร็ว (แอ็คติ้งเนียนจริงๆตรู)

ผมรีบเดินหนีออกมาอย่างเร็ว อารมณ์อยากดูหนังหดหายไปหมดสิ้น ผมไม่ชอบชะนีเอามากๆ(หมายถึงชอบในทางชู้สาว) สำหรับผมถือว่าเป็นของแสลง

ผมเดินหนีอย่างรีบเร่ง จนทำให้ไม่ได้ดูทิศทางและผู้คน ผมรู้สึกว่าตัวเองเดินไปชนกับผู้หญิงคนหนึ่งเข้า (จากแรงปะทะ ทำให้สัมผัสได้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีหน้าอก)

"ขอโทษครับ ผมรีบเลยเดินไม่ได้ดู อย่าโกรธและอย่าถือสาผมเลยนะครับ ผมยอมรับผิดที่ทำอะไรประมาท ไม่รู้จักระวัง" " ผมรีบขอโทษขอโพย โดยไม่ทันมองหน้าฝ่ายตรงข้าม

พอผมเงยหน้าขึ้นมามองคู่กรณี ผมแทบหงายเงิบ+ลมจับทันที เพราะคู่กรณีไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือ นังกองฟาง เมียของป้อง นั่นเอง (สองเด้งจริงๆตรู)


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

108. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #107
 
13-Jan-13, 08:35 AM (SE Asia Standard Time)
 
   สองเด้งจิงด้วยนิ ซวยแต่เช่า


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ชายพเนจร
Guest

109. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #108
 
13-Jan-13, 06:53 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ไอ๋หย๋า!!!! ป้องจะวนกลับมาอีกหรือเปล่าน้าาาา?


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
(-_-!)
Guest

110. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #109
 
14-Jan-13, 08:16 AM (SE Asia Standard Time)
 
   ผมไม่อยากให้ป้องกลับมาตอนนี้เลย...อยากให้กันต์ เข้มแข็งและไม่มีความรู้สึกเสน่หาใด ๆ ในตัวป้องก่อน แล้วป้องค่อยกลับมา...กันต์จะได้เป็นฝ่ายปฏิเสธป้องแบบไร้เยื่อใยบ้าง


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

113. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #110
 
15-Jan-13, 04:28 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >ผมไม่อยากให้ป้องกลับมาตอนนี้เลย...อยากให้กันต์
>เข้มแข็งและไม่มีความรู้สึกเสน่หาใด ๆ ในตัวป้องก่อน
>แล้วป้องค่อยกลับมา...กันต์จะได้เป็นฝ่ายปฏิเสธป้องแบบไร้เยื่อใยบ้าง


อยากให้เป็นแบบนั้นครับ จะได้เป็นฝ่ายเลือกและเชิ่ดใส่อย่างสะใจ 55555+


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

112. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #109
 
15-Jan-13, 04:26 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >ไอ๋หย๋า!!!! ป้องจะวนกลับมาอีกหรือเปล่าน้าาาา?

ต้องอดทนติดตามต่อไปนะครับ อุ๊ปส์....... เกือบสปอยล์แล้วซิ 5555+


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

111. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #108
 
15-Jan-13, 04:23 AM (SE Asia Standard Time)
 
   >สองเด้งจิงด้วยนิ ซวยแต่เช่า


5555+ รสชาติของชีวิตครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

114. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #111
 
15-Jan-13, 05:02 AM (SE Asia Standard Time)
 
   นังกองฟางมากับป้อง โดยมีป้องทำหน้าที่เป็นขี้ข้าถือกระเป๋า+ถุงช็อปปิ้งเดินตามก้นอยู่ต้อยๆ ส่วนนังกองฟางเดินเชิ่ดนำหน้า ท่าเดินของนางเหมือนกับนางแบบเดินบนแคทวอล์คยังไงยังงั้น

"ไม่เป็นไรคะ ฟางเองเดินดูของจนลืมดูคนเหมือนกัน จะว่าไปตัวฟางก็มีส่วนผิดอยู่ ถือว่าหายกันนะคะ" นังกองฟางยิ้มให้ผม (คำตอบของนางช่างโลกสวยมากๆ ถ้าไปตอบคำถามบนเวทีประกวดนางงาม รับรองมงกุฏหล่นใส่หัวนางแน่ๆ)

ผมยืนเอ๋อรับประทานไปชั่วขณะ (จะไม่ให้เอ๋อรับประทานได้ไง หนีเสือปะจระเข้ แท้ๆเลยตรู)

ครั้นเรียกสติกลับคืนมาได้ ผมรีบกล่าวคำขอบใจคู่กรณี

ก่อนที่จะเดินแยกย้ายไปนั้น ผมแอบชำเลืองมองดูป้องที่ยืนอยู่ข้างๆ สายตาของป้องที่มีให้ผมนั้น มันช่างดูเย็นชาไร้อารมณ์ ปราศจากอากัปกริยายินดียินร้ายใดๆทั้งสิ้น

ผมเดินลงบันไดเลื่อนอย่างเหม่อๆ การเจอป้องในครั้งนี้ ผมรู้สึกว่าอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองเข้มแข็งและหนักแน่นมากกว่าเมื่อก่อน

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมแทบจะเจ็บปวดรวดร้าว กระวนกระวายกินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวันหลายคืน

แต่ในเวลานี้ วินาทีแรกที่ผ่านมาซักครู่ ผมยอมรับว่ารู้สึกจี๊ดๆร้อนๆหนาวๆไปชั่วขณะ แต่พอไม่กี่นาทีผ่านไป อารมณ์+ความรู้สึกของตัวเองก็สามารถปรับเข้าสู่โหมดปรกติได้โดยอัตโนมัติ ผมเห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า "กาลเวลาเป็นยารักษาใจชั้นยอด"


ผมเดินมายังแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นใต้ดิน เพื่อซื้อขนมและของขบเคี้ยวต่างๆ


"หน้าตาคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน?" ผมพูดกับตัวเอง พร้อมกับชะเง้อมองดูหนุ่มน้อยที่กำลังยืนเลือกซื้อสบู่ แชมพู

หนุ่มน้อยคนนี้ใส่ชุดนักศึกษาผูกไทด์ เท่าที่ดูจากเครื่องแบบน่าจะเป็นมหาลัยเดียวกับผม

"น่าจะใช่นะ เข้าไปทักก็ไม่เห็นเป็นไร ถ้าผิดคน อย่างมากก็แค่กล่าวคำ ขอโทษ" ผมบอกตัวเอง

"ใช่… ทอย หรือเปล่า?" ผมทักหนุ่มน้อยอย่างไม่ค่อยแน่ใจ เนื่องจากทรงผมที่เปลี่ยนไป เลยอาจทำให้หน้าตาเปลี่ยนตามไปด้วย (หนุ่มคนนั้นไว้ผมสั้นรองทรง ส่วนหนุ่มคนที่ผมเห็นในตอนนี้ ไว้ผมยาวเลยติ่งหูพอสมควร)

"ครับ… เดี๋ยว!!! กันต์ ใช่ไหม?" หนุ่มน้อยรูปหล่อมาดเซอร์คนนั้น พยายามนึกชื่อผม

"ใช่ ทอยจริงๆด้วย ไปยังไงมายังไง? ไม่ได้เจอกันจะเกือบปีแล้วนะ" ผมถามสารทุกข์สุกดิบของอีกฝ่าย (คุณผู้อ่านคงจะจำทอย น้องชายของพี่ทีสุดหล่อได้นะครับ)

"เราสอบได้คณะวิจิตรฯ พักอยู่หอ3 นายละอยู่หอไหน?" ทอยถามไถ่ผม ด้วยอาการตื่นเต้นดีใจ

"เราอยู่หอนอก หลังมอ นี่มาคนเดียวหรือว่ามากับใคร? " ผมหันหน้ามองไปรอบๆ

"มาคนเดียว เรื่องมันยาว เดี๋ยวเราให้ฟัง กันต์มากับใครแล้วมายังไง?" ทอยถามกลับ

"เรามาคนเดียว นายว่างไหม? จะได้ไปกินข้าวเย็นด้วยกัน" ผมกล่าวเชิญชวน

"ตกลง ดีเหมือนกันกำลังหิวอยู่พอดี" ทอยรับคำเชิญ

ผมพาทอยไปกินข้าวที่ศูนย์อาหารบนชั้น3 ตอนแรกกะว่าจะพาไปร้านอาหารตามสั่งแถวช้างเผือก แต่ข้างนอกฝนตกหนัก เลยถือเอาความสะดวกสบายเป็นหลัก


เราทั้งสองได้พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบต่างๆนานา..

ทอยเล่าให้ผมฟังว่า ก่อนจะเจอผมที่กาดสวนแก้ว เขาได้ขี่มอเตอร์ไซด์เที่ยวรอบตัวเมือง แต่มอเตอร์ไซด์เสียข้างทาง เลยต้องจูงเดินไปหาร้านซ่อมละแวกนั้น โชคดีที่เจอร้านซ่อมรถใกล้กับกาดสวนแก้ว พอส่งมอเตอร์ไซด์เข้าอู่เสร็จ ฝนเริ่มตก เลยเข้ามาหลบฝนที่กาดสวนแก้ว

อีกเรื่องที่ทอยเล่าอย่างเซ็งๆคือ มาเรียนที่เชียงใหม่ ทอยรู้สึกเหงาและเบื่อ เนื่องจากเขาไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่(เห็นบอกว่า ไม่ค่อยสนิทกับเพื่อนๆในคณะ ตามภาษาชาวบ้านคือ ยังหากลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมไม่ได้) และที่สำคัญคือ ทอยไม่ค่อยกินเส้นกับรูมเมทของเขาเท่าไหร่ เลยทำให้ไม่อยากอยู่หอ (ตามประสาคนมีอารมณ์ศิลปิน+ติสแตกชนิดที่มากถึงมากที่สุด)


เรื่องที่ผมรอฟังจากปากของทอยอย่างใจจดจ่อคือเรื่อง พี่ทีสุดหล่อ โดยทอยเล่าให้ฟังว่า พอเรียนจบ พี่ทีก็บินไปอยู่กับพ่อแม่ที่อเมริกาทันที ตอนนี้กำลังสมัครเรียนต่อปริญญาโท (ผมลืมบอกไปตั้งแต่ต้นว่า พี่ทีเป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกับพี่ต่อ แต่พี่ทีสอบเทียบได้ตอนม.5 และยังสอบเอ็นฯติดอีกด้วย ดังนั้นพี่ทีจึงเข้าเรียนมหาลัยเร็วกว่าพี่ต่อ 1 ปี)

"คืนนี้ว่างไหม? วันเสาร์กับอาทิตย์ว่างหรือเปล่า?" ผมถามทอย

"ว่าง ทำไมหรือ?" ทอยทำหน้าสงสัย

"ไปเล่นวีดีโอเกมส์ที่หอเราไหม? ส่วนวันพรุ่งนี้เรากะไปเที่ยวลำพูนกับลำปางอยู่พอดี เราจะได้มีนายไปเป็นเพื่อน งั้นคืนนี้นายมาค้างที่หอเรานะ?" ผมยื่นข้อเสนอพร้อมกับเชิญชวนทอย

"อยากจะตอบตกลง แต่เราเกรงใจนายมาก" ทอยตอบอย่างตรงไปตรงมา

"เกรงใจอะไรกัน เรายินดีอย่างเต็มที่ ถ้านายไม่สะดวกใจ ให้คิดซะว่า นายเป็นตัวแทนของพี่ที เรายังไม่มีโอกาสได้ตอบแทนความมีน้ำใจของพี่ทีเลย ยิ่งตอนนี้พี่ทีอยู่ไกลมาก เราไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ตอบแทนพี่ทีเมื่อไหร่ ตอนเราไปกรุงเทพคราวก่อนโน้น พี่ทีเทคแคร์เราเป็นอย่างดี ขับรถพาเราไปโน่นไปนี่ แต่ยังดีที่เราเจอนาย ณ เวลานี้ ถือซะว่าการที่เราเทคแคร์นาย ก็เหมือนกับว่าเราได้เทคแคร์พี่ทีไปในตัวนะ " ผมอธิบายเหตุผลเพื่อให้อีกฝ่ายเกิดความสบายใจ


"โอเค" ทอยตอบตกลง


ในเวลาเดียวกัน ทอยทำท่ากวักมือเหมือนจะเรียกใคร


"พี่ป้อง ไม่นึกจะเจอกันที่นี่ มาซื้อของหรือว่ามาทำอะไรครับ?" ทอยทักทายฝ่ายตรงข้าม

ผมนั่งอยู่ตำแหน่งตรงข้ามกับทอย (นั่งหันหลังให้คนที่ทอยกำลังทักทาย) พอได้ยินชื่อของคนที่ทอยกำลังทัก ผมถึงกับสะดุ้งโหยง (ก็ชื่อดันเป็นชื่อเดียวกับใครคนนั้น จะไม่สะดุ้งได้ยังไง)

"หวังว่าคงไม่ใช่เขาคนนั้นนะ" ผมได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ โดยไม่กล้าหันไปดู

"อ้าว… ทอย มาดูหนังหรือเปล่า?" เจ้าของเสียงพูดกับทอย พร้อมกันนั่งลงที่โต๊ะติดกัน

"เปล่า ฝนตกเลยเข้ามาหลบฝนที่นี่ แล้วพี่ละครับ?" ทอยพูดอย่างเป็นมิตร

“พี่มาดูหนัง กว่าหนังจะฉายตั้งชั่วโมงกว่า เลยมาหาอะไรกินก่อน" ชายหนุ่มเจ้าเสียงตอบ

ผมได้หันหน้าไปดูหน้าคู่สนทนาของทอย โอ้… คุณพระช่วย ใช่เขาจริงๆด้วย ทำไมโลกมันช่างกลมขนาดนี้หนอ ผู้คนมีเป็นร้อยล้านคนไม่ยักเจอ ดันมาเจอคนที่ตรูไม่อยากจะเจอ(หรือเปล่าน๊า??)

"ฟาง… นี่… ทอย หลานรหัสเรา และเป็นน้องโรงเรียนเราด้วย จบมาจากโรงเรียนเดียวกัน นี่.. พี่ฟาง อยู่คณะบริหารฯ" ป้องแนะนำทอยและกองฟางให้รู้จักกัน


"ยินดีค่ะ น้องทอย ทั้งลุงรหัสหลานรหัส หล่อเท่ห์สุดๆ โรงเรียนนี้คงมีแต่คนหล่อๆทั้งนั้นเลย" กองฟางเยินยอสองหนุ่ม (อ้อล้อตัวแม่จริงๆ นังคนนี้)

"พี่ป้อง… พี่ฟาง… นี่… กันต์ เรียนปีเดียวกับพวกพี่ แต่อายุรุ่นเดียวกับผม รู้จักกันที่กรุงเทพเมื่อปีที่แล้ว ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอกันอีกครั้งที่นี่" ทอยแนะนำให้ผมรู้จักกับป้องและกองฟาง

"เหรอ.. " ป้องยังคงทำสีหน้าเฉยๆ ส่วนผมก็ตีสีหน้าเฉยๆเข้าสู้ฝ่ายตรงข้าม

"เมื่อกี้เพิ่งจะเดินชนกัน ไม่นึกว่าจะได้เจอกันอีก โลกกลมจริงๆ กันต์เรียนอยู่เมเจอร์ไหน?" กองฟางส่งยิ้มทักทายผม (ทำตัวเหมือนนางงามมิตรภาพเลยนะยะหล่อน)

"เมเจอร์…. " ผมตอบอย่างสั้นๆ

"ที่แท้ก็เมเจอร์เดียวกับมิ้นต์ ตอนปี1 เราเคยอยู่หอเดียวห้องเดียวกับมิ้นต์ พอขึ้นปี2 ย้ายออกมาอยู่หอนอก เลยไม่ได้เจอมิ้นต์อีกเลย มิ้นต์เป็นอย่างไรบ้าง? เรียนเมเจอร์เดียวคงได้เจอกันบ่อย" กองฟางคุยกับผมอย่างเป็นมิตร (แต่ในใจตรูหาเป็นมิตรด้วยไม่ ถ้าไม่มีเรื่องป้องมาเกี่ยวข้อง ตรูคงจะเป็นมิตรกับนาง เพราะเท่าที่ดู นางก็เป็นคนดี+มีมิตรไมตรีมากคนหนึ่ง)

"มันก็สบายดีนะ พูดมากเป็นโทรโข่งเหมือนเดิม" ผมแอบเม้าท์เพื่อนร่วมสาขาเดียวกัน

"อย่างมิ้นต์ เขาต้องเรียกว่าเป็นคนใช้วาทะศิลป์เก่ง ปากเป็นเอกเลขเป็นโท เห็นเขาเคยบอกว่า การพูดเป็นการออกกำลังทางปากอย่างหนึ่ง" กองฟางพูดสนับสนุนอย่างอารมณ์ดี

ผมคุยกับกองฟาง ส่วนป้องคุยกับทอยเรื่องสัพเพเหระต่างๆอย่างออกรส

"พรุ่งนี้ว่างหรือเปล่า? จะได้ชวนไปก๊งเหล้า" ป้องเอ่ยถามทอย

"ไม่ว่าง พรุ่งนี้ผมจะไปลำพูนกับกันต์แต่เช้า" ทอยตอบไปตามตรง

"พอได้มีโอกาสเจอกัน คราวนี้ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋เชียวนะ แต่ไม่เป็นไร เอาไว้คราวหน้าก็ได้ ยังมีเวลาชนแก้วกันอีกเยอะ" ป้องมองผมและทอย ด้วยสายตาที่รู้เท่าทัน

"ดีแล้วที่ไม่ว่าง ป้องนี่.. ชอบชวนน้องทอยไปเสียคนอยู่เรื่อย จะกินเหล้าไปทำไมเยอะแยะ มันไม่เกิดประโยชน์เลย" กองฟางต่อว่าป้อง

เมื่อกินอาหารเสร็จเรียบร้อย พวกเรานั่งคุยกันได้ซักพักหนึ่ง ป้องและกองฟางขอตัวแยกออกไปก่อน เพราะหนังใกล้จะฉาย

การได้เจอป้องในครั้งนี้ ผมรู้สึกดีขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน ดีขึ้นในด้านของการวางตัวและการควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง ไม่ให้พริ้วไหวแตกกระเจิงไปกับภาพองค์ประกอบที่เห็น
วินาทีแรกที่ป้องเดินเข้ามาคุยกับทอย ผมอาจจะรู้สึกสั่นๆตื่นเต้นปนจี๊ดขึ้นมาเล็กน้อย แต่พอผ่านไปไม่กี่นาที ก็สามารถปรับอารมณ์ตัวเองเข้าสู่สภาวะปรกติได้ไม่ยาก

………………………………………………………………………………………………………………………………

ทอยนั่งเล่นวีดีโอเกมส์อย่างอารมณ์ดี ดูเหมือนภาพทอยคนเดิมที่ผมเห็นในครั้งก่อน กลับมาปรากฏให้เห็นอีกรอบ แทบไม่เหลือเค้าภาพของทอยที่ผมเจอในกาดสวนแก้วอีกต่อไป(ภาพของทอยที่ผมเจอในกาดสวนแก้ว หน้าตาเหมือนคนเบื่อโลกยังไงไม่รู้)

ทอยยังคงเล่นวีโอเกมส์อย่างสนุกสนานจนดึกดื่น ส่วนผมเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ จนเผลอตื่นโดยบังเอิญ ผมค่อยๆลืมตา เพื่อมองดูนาฬิกาแขวนบนฝาผนังที่แขวนอยู่เหนือทีวี ว่ากี่โมงแล้ว

เมื่อเห็นภาพในทีวี ผมตาสว่างทันทีจนไม่ต้องพึ่งกาแฟแต่อย่างใด ภาพในทีวีเป็นภาพหนังโป๊ชายกับชาย จากหนึ่งในม้วนวีดีโอหนังโป๊เกย์ของผม ที่วางในลิ้นชักตรงชั้นวางทีวี (ตอนแรกนึกว่าทอยคงสนใจแต่ม้วนวีดีโอเกมส์ซึ่งอยู่ลิ้นชักข้างบนอย่างเดียว ผมเลยไม่ได้ใส่ใจม้วนวีดีโอที่เป็นหนังเท่าไหร่ งานเข้าอีกแล้วตรู!!!)

ทอยนั่งดูพร้อมกับใช้มือลูบเป้ากางเกงของตัวเอง

"ฮัดเช้ย…. " ผมเผลอจามออกมาอย่างลืมตัว และแกล้งทำเป็นหลับต่อไป เพื่อไม่ให้ไก่ตื่น

เมื่อได้ยินเสียงจามของผม ทอยรีบปิดทีวีทันที พร้อมกับเอาม้วนวีดีโอออกจากเครื่องเล่นอย่างรวดเร็ว จากนั้นปิดไฟเพื่อเข้านอน

ทอยล้มตัวลงนอนใกล้กับผม ภาพของทอยลูบเป้ากางเกงเมื่อซักครู่ ช่างทำให้ผมเกิดอารมณ์ทางเพศยิ่งนัก ผมพยายามควบคุมสติของตนเองไม่ให้เตลิดไปไกลกว่านี้ สำหรับทอยแล้ว ผมไม่เคยคิดเรื่องใต้สะดือกับทอยเลย อาจเพราะ ทอยเป็นน้องของพี่ที ซึ่งผมกับพี่ทีเคยมีอะไรต่อมิอะไรกันมาก่อน อีกอย่างผมยังไม่แน่ใจนักว่า ทอยรู้เรื่องระหว่างผมกับพี่ทีหรือไม่? (ไม่รู้สิ มันเป็นความรู้สึกที่ผมอธิบายไม่ออก ยังไงคุณผู้อ่านช่วยกันเดาและวิเคราะห์ความรู้สึกแทนผมด้วยนะครับ)

ในที่สุดผมก็พ่ายแพ้ต่อไฟตัณหาราคะของตัวเอง ผมแกล้งนอนพลิกตัวแล้วเอาแขนไปกอดทอย (ลองหยั่งเชิงดูก่อนว่า ทอยเล่นด้วยหรือเปล่า? ถ้าเกิดไม่เล่นด้วย ผมก็ไม่ดันทุรังบังคับฝ่าฝืน คงต้องแอบไปชักว่าวเอาเองในห้องน้ำ

ซักพักทอยใช้มือลูบตรงแขนผมอย่างเบาๆ (ได้ไปต่อแล้วตรู 555+ ) เมื่อฝ่ายตรงข้ามให้สัญญาณแบบนั้น ผมก็ใส่เกียร์เดินหน้าต่อไป

ผมใช้มือลูบผ่านบริเวณหน้าท้องของทอย ลงไปสู่หัวหน่าว ตรงนี้นิ้วของผมสามารถสัมผัสกับหัวด้ามปืนที่แข็งโด่ของทอย อย่างจังๆ

ผมสอดมือผ่านกางเกงเข้าไปยังกางเกงในของทอย เคของทอยแข็งโด่รอการนวดคลึงจากมือของผม

ผมใช้นิ้วมื้อเขี่ยขนหะมอยของทอย ที่ขึ้นประปราย เล่นอย่างค่อยๆ ทอยพลิกตัวจากท่านอนตะแคงหันหลังให้ผม มาเป็นท่านอนหงาย ผมได้จังหวะ เลยใช้มือถอดเสื้อพร้อมกางเกงของทอยออกจนหมด รวมทั้งของผมเองอีกด้วย

เราทั้งสองอยู่ในสภาพล่อนจ้อนด้วยกันทั้งคู่ ทอยยังคงนอนนิ่งเฉย ส่วนผมนั้นเริ่มขึ้นไปนอนทับบนตัวทอย ผมค่อยๆใช้จมูกไซร้ตามซอกหู ต้นคอของทอยอย่างทะนุถนอม

เสียงครางอย่างเบาๆของทอย ดังออกมาเกือบทุกวินาที ผมลากลิ้นยาวลงมาเลียรอบๆหัวนมทั้งสองข้างของทอย ส่วนมือก็ลูบคลำไข่นกกระทา 2 ฟองของทอยเล่นอย่างเมามันส์

เมื่อเลียหัวนมจนหนำใจแล้ว ผมก้มลงไปที่ลูกกระโปกของทอย พร้อมใช้ลิ้นเลียวนไปวนมา เสียงครางของทอยเริ่มดังขึ้นและลากยาวมากขึ้น

ผมใช้ปลายจมูกสูดดมจากลูกกระโปกขึ้นไปสู่ลำแท่งทวนอันแข็งโด่ของทอย แท่งทวนของทอย ตั้งตรงมีขนาดใหญ่และยาวมาก เมื่อเทียบกับของพี่ที (แต่ยังไม่ถึงขนาดของแซยิด) หัวเปิดบาน แถมมีกลิ่นสาบเพิ่มอารมณ์ทางเพศนิดๆ

ก่อนจะถึงบริเวณรอยหนักตรงส่วนหัวกระดอ ผมใช้ลิ้นเลียนรอบๆเส้นแบ่งบนหัวรอยหยัก ทอยเริ่มแกว่งตัวอย่างพริ้วไป และใช้มือทั้งทั้งสองข้างจิกเส้นผมบนศรีษะของผม

ผมอ้าปากครอบแท่งทวนของทอย จนมิดลำ ผมรู้สึกจุกบริเวณลำคออย่างบอกไม่ถูก แท่งทวนของทอยช่างใหญ่คับปากผมจริงๆ ผมใช้ริมฝีปากหนีบลำแท่งทวนอย่างแน่น จากนั้นก็ชักขึ้นๆลงๆ

เสียงร้องครางของทอยดังออกมาไม่ขาดปาก ซักพักทอยพยายามใช้มือทั้งสองข้างดึงหัวผมออกห่างจากแท่งทวนของตัวเอง

"เราเอาตูดนายได้ไหม?" ทอยถามผม

ผมพยักหน้า พร้อมลุกไปหยิบเจลหล่อลื่น มาชะโลมทั่วลำทวนของทอย และทั่วผนังทางเข้าถ้ำทองของผม

"โอ๊ย… เบาๆหน่อยซิ ค่อยๆเสียบช้าๆ อย่าเร่งรีบ" ผมร้องเสียงหลง (เท่าที่ดูวิธีการเสียบ สงสัยทอยคงยังไม่เคยเอาทั้งประตูหน้าและหลังมาก่อน ถึงได้เสียบพรวดพราดขาดจังหวะผ่อนหนักผ่อนเบาอย่างนี้)

ทอยค่อยๆจับแท่งทวนอันแข็งปั๋ง จ่อปากถ้ำทองของผม โดยดันเข้าไปทีละนิดละหน่อย ซักพักพอแท่งทวนเข้าไปในถ้ำทองใกล้จะมิดลำแล้ว ทอยก็เริ่มกระเด้าเข้าๆออกๆอย่างเป็นจังหวะ

ผมรู้สึกจุกไปทั่วท้องน้อย เนื่องจากขนาดเคของทอย ใหญ่จริงๆ เมื่อผนังถ้ำทองของผมเริ่มปรับตัวต่อขนาดเคของทอยๆได้แล้ว ความจุก ความเจ็บก็เริ่มกลับกลายมาเป็นความเสียวแทน

ทอยกระเด้ากระดอเข้าๆออกๆในรูดากของผมอย่างติดลมบน เสียงที่ครางออกมาบ่งบอกได้ถึงความเสียว ไม่เกิน 15 นาที น้ำกำหนัดอุ่นๆหนืดๆเหนียวๆของทอยก็แตกในรูดากของผม

หลังจากทอยถอดแท่งทวนออกจากรูดากของผมๆรู้สึกเจ็บแปล็บขึ้นมา เพราะขนาดที่ใหญ่ของแท่งทวน

ซักพักผมขอร้องให้ทอยช่วยผมให้ถึงจุดสุดยอด โดยทอยเลียหัวนมของผม ส่วนผมใช้มือข้างขวาสาวว่าวให้ตัวเอง ส่วนมือข้างซ้ายก็จับแท่งทวนของทอยเล่น ไม่นาน น้ำอสุจิของผมก็พุ่งกระจายออกมา
ทอยเล่าให้ผมฟัง ทอยรู้มาตั้งนานแล้วว่า พี่ทีเป็นเกย์ โดยเฉพาะตอนที่ผมมีอะไรกับพี่ทีในเรือนแพคืนนั้น ทอยเห็นโดยบังเอิญ ทอยตื่นกลางดึกมาเข้าห้องน้ำ แล้วประตูห้องนอนของผมกับพี่ทีปิดไม่สนิท เปิดแง้มบานไว้ ประกอบกับเสียงร้องครวญครางของผมค่อนข้างดัง เลยดึงดูดความอยากรู้อยากเห็นของทอย ทำให้ทอยแอบย่องไปแอบดูตามรอยแง้มของบานประตู

การมีเพศสัมพันธ์กับทอย ช่างเสียวและจุกปนเจ็บ ครบเครื่องจริงๆ นับจากคืนนั้น ผมกับทอยก็เล่นเสียวกันเป็นประจำ

ส่วนบอล หลังจากสอบได้ทุนนักศึกษาแลกเปลี่ยนไทย-จีน ก็ยุ่งกับการเตรียมตัวต่างๆไม่ว่าจะเป็นเอกสารและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ผมเองได้เจอกับเขาแค่ 2-3 ครั้ง ก่อนเขาจะไปจีน (บอลไปจีนก่อนสอบปลายภาคประมาณ 2 อาทิตย์ โดยเขาขออนุญาตกับทางมหาลัย สอบปลายภาคล่วงหน้าก่อนกำหนด)

บอลต้องไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่จีน ระยะเวลา 1 ปี (เขาไปตอนผมอยู่ปี 3 จะขึ้นเทอม 2 ตอนเขากลับมาผมก็อยู่ปี 4 จะขึ้นเทอม 2)

………………………………………………………………………….............................


ปี3 เทอม2 ผมยังคงผูกปิ่นโตเป็นขาประจำของทอย เพราะเทอมนี้ ผมต้องเรียนหนักมากกว่าปรกติ ชนิดลงทะเบียนเรียนเต็มวัน (จันทร์-ศุกร์)ตั้งแต่ 8 โมงเช้ายัน 5 โมงเย็น เพื่อชดเชยช่วงปี2 เทอม1 ที่ผมได้ไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนข้ามมหาลัย (ถ้าขืนไม่กระหน่ำลงทะเบียนแบบนี้ มีหวังไม่ได้จบ 4 ปี แน่ๆ) เลยทำให้ไม่มีเวลาว่างออกไปไหนมาไหนหรือหมกมุ่นแต่เรื่องใต้สะดือเหมือนเมื่อก่อน


……………………………………………………………………............................


ปีการศึกษา 2540

ปีนี้เป็นปีการศึกษาสุดท้ายของการเป็นนักศึกษาปริญญาตรี ในรั้วมหาลัยแห่งนี้

4 ปี ช่างผ่านไปไวจริงๆ ตอนเข้ามาเป็นนักศึกษาปี1 ผมเคยถอนหายใจว่า จะเรียนไหวไหมนี่? อีกตั้ง 4 ปี นะ หนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรหนอ.. ?

แต่ในที่สุด ผมก็ฝ่าฟันมาจนถึงจุดนี้ ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถ ถ้าเรามีความพยายามตั้งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคข้อผิดพลาดทั้งหลายทั้งปวง ความสำเร็จจะเข้ามาหาเราได้ไม่ยาก


สำหรับเรื่องประสบกามของผมในชั้นปี4 นั้น ไม่ค่อยมีอะไรโลดโผนตื่นเต้นหรือน่าสนใจเหมือนแต่ละชั้นปีที่ผ่านมา ออกจะน่าเบื่อ เนือยๆด้วยซ้ำ


เริ่มจากเทอม1 ช่วงต้น-กลางเทอม ผมยังคงผูกปิ่นโตเจ้าประจำกับทอยอยู่เหมือนเดิม แต่พอมาถึงช่วงกลางเทอม ต่างฝ่ายต่างมีภาระกิจจะต้องรับผิดชอบสะสาง เลยไม่มีเวลาว่างทั้งคู่ หลังจากนั้น ทอยเริ่มหายหน้าหายตาไป มาทราบภายหลังได้ข่าวว่า ทอยมีแฟน(ผู้หญิง)เป็นนักศึกษาชั้นปีเดียวกัน แถมยังเป็นดาวคณะผมอีกด้วย ซึ่งผมรู้สึกยินดีกับทอยอย่างยิ่งที่เห็นทอยมีความสุข มีคนรู้ใจเคียงข้าง

เทอม2 ต้นเทอม-กลางเทอม ไม่มีอะไรหวือหวา แต่ก็ไม่ถึงกับน่าเบื่อ เพราะตอนนั้นมีซาวน่าเกย์เพิ่งเปิดใหม่แห่งแรกในเชียงใหม่ คือ "เฮ้าส์ออฟเมล" ทุกครั้งที่ผมได้เข้าไปใช้บริการ ก็ได้ประลองวิทยายุทธกำลังภายในใต้สะดือกับบรรดาหนุ่มหล่อที่ไปใช้บริการที่นั่น (ไม่ได้มีอะไรหวือหวาน่าตื่นเต้นเร้าใจชวนให้กระเจี๊ยวโด่เท่าไหร่ เลยไม่ขอเล่า แบบถือคติที่ว่าเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ)

ช่วงปลายเทอม ยิ่งไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย ผมมัวแต่ยุ่งเรื่องเรียน เพราะเป็นเทอมสุดท้ายด้วย บรรดาเพื่อนๆในสาขาวิชาเดียวกับผม ต่างมัวแต่ยุ่งกับการสมัครเรียนต่อปริญญาโท หรือไม่ก็สมัครงานตามบริษัทและหน่วยงานต่างๆ ส่วนตัวผมนั้น ชิวส์ๆ สบายๆ ไม่ได้ส่งใบสมัครไปยังที่ไหนทั้งนั้น

ทำไม? เพราะอะไร? ถ้าอยากรู้คำตอบ ต้องติดตามภาค2 นะครับ (แอบโฆษณาอย่างเนียนๆ)


......................................................


ของแถมเล็กๆน้อยๆ

-ป้อง = ตั้งแต่เจอกันโดยบังเอิญที่กาดสวนแก้วคราวนั้น ผมก็ไม่ได้เจอกับป้องอีกเลย

-บอล = หลังจากกลับมาจากจีน ผมไม่ติดต่อกับบอล เพราะน้องชายของบอลได้ย้ายไปอยู่หอพักอีกแห่งหนึ่ง พอบอลกลับมาเลยต้องย้ายตาม ยังดีที่ผมพอมีโอกาสได้เจอบอล ถึงแม้จะแค่ครั้งเดียวก็ตาม(เจอกันโดยบังเอิญที่หอสมุด ก่อนวันสอบปลายภาควันสุดท้าย)

-ภีม = ผมมีโอกาสได้สาน(เพศ)สัมพันธ์กับภีมอีกรอบ ตอนภีมขึ้นมาเที่ยวเชียงใหม่กับครอบครัวช่วงฤดูหนาว (เวลานั้นบอลยังอยู่ที่จีน) และนัดเจอกับผม

-พี่ต่อ = ตั้งแต่เหตุการณ์ในโรงอาหารครั้งนั้น ผมกับพี่ต่อก็ไม่มองหน้ากันเลยจนกระทั่งพี่ต่อเรียนจบ

-พี่ที = หลังจากพี่ทีไปอยู่อเมริกากับพ่อแม่แล้ว ผมขาดการติดต่อกับพี่ทีไปช่วงหนึ่ง จนกระทั่งได้อีเมลของพี่ทีจากทอย(สมัยนั้นอีเมลกำลังเป็นของใหม่ และได้รับความนิยมอย่างมาก) ผมเลยได้มีโอกาสติดต่อกับพี่ทีอีกครั้งทางอีเมล

-ไอ้พัฒน์ = นับตั้งแต่ที่มันมาเยี่ยมผมที่เชียงใหม่คราวนั้น ผมยังติดต่อกับมันทางโทรศัพท์ 3-4 ครั้ง หลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อกัน อาจเป็นเพราะต่างคนต่างมีภาระหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งนั้น


.............................................................


ขอขอบพระคุณ คุณผู้อ่านทุกท่านที่คอยติดตามและให้กำลังกันมาตั้งแต่ต้นเรื่อง อย่าลืมติดตามภาค2 นะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
ชายพเนจร
Guest

115. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #114
 
15-Jan-13, 06:39 AM (SE Asia Standard Time)
 
   จบซะแหละไม่ให้ลุ้นเลย55555.
ยังไงก็สนุกมากครับ แล้วจะรอภาค2นะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

116. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #115
 
15-Jan-13, 07:50 AM (SE Asia Standard Time)
 
   ภาคสองนี่ วัยทำงานช่ายป่ัคับ กันต์จะไปทำงานที่ไหนน้ออออ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
(-_-!)
Guest

117. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #116
 
15-Jan-13, 08:15 AM (SE Asia Standard Time)
 
   รู้สึกดีจังเลยครับ...ได้เห็นมุมมองการใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองใฝ่ฝัน แต่มันเลยเวลาและโอกาสแบบนี้ไปแล้ว
จะคอยติดตามภาคสองนะครับ คง Hardcore มากขึ้นตามประสพการณ์ที่เข้าสู่วัยทำงาน
ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าดี ๆ ครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
tee
Guest

118. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #117
 
15-Jan-13, 05:51 PM (SE Asia Standard Time)
 
  
เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ ชอบจังเลย อ่านแล้วสนุกดี เขียนได้น่าติดตามมาก

รออ่านภาค สองนะครับ ชอบจริงๆๆ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

122. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #118
 
15-Jan-13, 11:33 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >
>เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ ชอบจังเลย อ่านแล้วสนุกดี
>เขียนได้น่าติดตามมาก
>
>รออ่านภาค สองนะครับ ชอบจริงๆๆ
>
>


ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจ อย่าลืมติดตามภาค2 นะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

121. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #117
 
15-Jan-13, 11:29 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >รู้สึกดีจังเลยครับ...ได้เห็นมุมมองการใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองใฝ่ฝัน
>แต่มันเลยเวลาและโอกาสแบบนี้ไปแล้ว
>จะคอยติดตามภาคสองนะครับ คง Hardcore
>มากขึ้นตามประสพการณ์ที่เข้าสู่วัยทำงาน
>ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าดี ๆ ครับ

ถูกต้องครับ 5555+

ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจที่ติดตามกันมาตั้งแต่ต้นเรื่อง อย่าลืมติดตามภาค2 นะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

120. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #116
 
15-Jan-13, 11:26 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >ภาคสองนี่ วัยทำงานช่ายป่ัคับ กันต์จะไปทำงานที่ไหนน้ออออ


น่าจะลองซื้อหวยดูนะครับ ต้องถูกรางวัลแน่ๆ 5555+

ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจที่ติดตามกันมาตั้งแต่ต้นเรื่อง อย่าลืมติดตามภาค2 นะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
romanrome
Guest

119. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #115
 
15-Jan-13, 11:23 PM (SE Asia Standard Time)
 
   >จบซะแหละไม่ให้ลุ้นเลย55555.
>ยังไงก็สนุกมากครับ แล้วจะรอภาค2นะครับ

555+ ชีวิตจริงไม่ใช่ละครแอ็กแซ็คนะครับ จะได้มีลุ้นทุกตอน

ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจที่ให้กันมาตลอด อย่าลืมติดตามภาค2 นะครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
สวยเนอะ
Guest

123. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #119
 
17-Jan-13, 11:22 PM (SE Asia Standard Time)
 
   จบซะแล้วหรอนี่ .... แ่านแล้วเรารู้สึกว่าความจริงแล้ว ป้อง นี้เป็นรักแท้ยังไงไม่รู้ เพียงแต่มันคงมีอะไรบ้างอย่างทำให้ไม่ได้คู่กัน

ปล.แต่ก็เกลียดป้องที่สุดเหมือนกัน


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
BaronB
Guest

124. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #123
 
24-Jan-13, 07:27 AM (SE Asia Standard Time)
 
   คิดถึงน้องกันต์


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
markcols
Guest

125. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #124
 
28-Jan-13, 08:44 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ครับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
markcols
Guest

126. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #125
 
28-Jan-13, 08:55 PM (SE Asia Standard Time)
 
   กันต์ครับ ผมติดตามเรื่องราวกันต์มาตั้งแต่บรรทัดแรกจนถึงบรรทัดสุดท้ายที่เขียนผมได้อ่านเรื่องราวตั้งแต่แรกมามันเหมือนละครที่น่าค้นหาน่าติดตามอย่างมากครับ แอบเศร้า แอบยิ้ม แอบมีความสุข และทั้งอยากรุ้จักกันต์มากเลย เรื่องราวน่าติดตาม ผมอ่านประมาณ สี่ทุ่มและสิ้นสุดถึงตีสาม จะนอนไม่ได้เลยจริง ๆครับ ถ้ายังอ่านเรื่องราวไม่จบ มันเป็นเรื่องที่อาจมีหลายคนอิจฉา แต่อีกหลาย ๆคนที่ชอบในตัวเรื่องราวที่ยากที่อาจจะเกิดขึ้นจริงได้ ผมดีใจเหลือเกินที่ไม่ต้องซื้อหนังสือมาอ่าน แต่หนังสือที่เมื่อคืนผมอ่านจนจบสร้างความประทับใจกับผมหลายอย่างเหลือเกิน ทำให้ผมอยากรู้จักกันต์มากว่าชีวิตตอนนี้เค้าเป็นอย่างไร ถ้ากันต์ได้อ่านสิ่งที่ผมเขียนมา ผมอยากบอกกันต์ว่า ผมมีความสุขมากที่ได้อ่านเรื่องราวนี้ ประทับใจจากใจจริง ผมมารอ ภาค2 ครับ และรอกันต์มาตอบผม
ยอดเยี่ยมมากครับ และคิดถึงครับ
ผมไม่ใช่คนชื่อ....ป้อง แต่ขอเป็นนาย..ปกป้อง..ดีกว่าครับ....


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Baron
Guest

127. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #126
 
16-Feb-13, 07:30 AM (SE Asia Standard Time)
 
   คิดถึงน้องกันต์จังเลยคับ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
Mate_utt
Guest

128. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #127
 
26-Feb-13, 07:06 AM (SE Asia Standard Time)
 
   มายั่วให้อยากแล้วทิ้งไว้ จากไปนานแล้วน่ะครับ

อยากบอกว่า คิดถึง

อยากบอกว่า รัก


อยากบอกว่า มาไวๆเน้อ มาอู้ให้วอก

คิดถึงเวียงพิงค์ จัง กันต์ว่างไปแอ่วจะได อย่าลืมนัดโตยเน้อ

อ้ายรอผู้บ่าวอยู่

ส่วนบารอนจะไปแอ่วอีกเมื่อได อย่าลืมข้าเจ้า เพราะเดือนหน้าจะขึ้นไปแอ่วประมาณต้นเดือนน่ะครับ


เมท

ปล อู้บ่จ้างเน้อโตยเน้อ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
JJ
Guest

129. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #128
 
09-Mar-13, 01:06 PM (SE Asia Standard Time)
 
   สวัสดี..คุณ.romanrome
เพิ่งเข้ามาอ่านเรื่องนี้เมื่อคืน และมาจบเอาตอนสายวันนี้
อยากบอกว่า เป็นเรื่องที่เยี่ยมเรื่องหนึ่งที่ได้อ่านเลยล่ะ
ชอบสำนวนภาษาที่ใช้จังเลย เมื่อคุณบรรยายถึงฉาก"อารมณ์"
คุณสามารถใช้การผสมผสานกันระหว่างภาษาปากและภาษาทางการได้อย่าง
ลงตัวว่ะครับ อ่านแล้วได้ทั้งภาพทั้ง"อารมณ์"แบบสุดๆตามไปด้วย
สรุปว่า ชอบบบบบ...รออ่านภาค2ต่ออยู่นะ มาไวๆเน้อ


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
NNP
Guest

130. "RE: เรื่องเล่าคาวน้ำกาม"
In response to message #129
 
12-Apr-14, 09:02 PM (SE Asia Standard Time)
 
   ภาคสอง มารึยังเนี่ย จะมาเมื่อไหร่น้อ ไม่รู้เป็นไงแอบเชียร์ป้องรีเทิร์น เพราะรู้สึกว่าเขายังรักกันต์และกันต์เองก็โลกกลมกับป้องบ่อยๆ แต่ระหว่างกันต์กับทอยกับพี่ที นี่ก็ฟินนะ เลือกไม่ถูกจริงๆ อินตาม ว่าแต่บาสนี่หายไปจากสาระบบเลยนะ
ภาคต่อ อยู่ตรงไหน วานบอกด้วย pleaseeeeee


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
เจ้หมอลำ Rose Paper
Guest

131. "RE%3A %E0%C3%D7%E8%CD%A7%E0%C5%E8%D2%A4%D2%C7%B9%E9%D3%A1%D2%C1"
In response to message #0
 
09-Dec-14, 05:45 AM (SE Asia Standard Time)
 
   นานหลายสิบปีแล้ว ยังมีคนรู้จัก Rose Paper อีกหรือนี่ ยินดีมากจ้า พี่เป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มที่ว่านี้ เกือบจะเป็นรุ่นสุดท้ายแล้วมั้ง รุ่นที่ยังมีการประกวดนางฟ้าลำแลงที่ จ.ลำพูน และการโชว์คาบาเร่ต์ยังได้รับความนิยมแพร่หลายอย่างมาก ยินดีจ้ายินดี


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top
MIMI I Am Mariah click here to view user rating
Member since 13-Jun-16
482 posts, 11 feedbacks, 22 points

132. "RE: RE%3A %E0%C3%D7%E8%CD%A7%E0%C5%E8%D2%A4%D2%C7%B9%E9%D3%A1%D2%C1"
In response to message #131
 
21-Jul-16, 04:43 PM (SE Asia Standard Time)
Click to send private message to MIMI%20I%20Am%20Mariah Click to add this user to your buddy list  
ดั๊นมาไม่ทันเหรอคร่ะ ดั๊นอยากตามภาคสองมากๆ จขกทหายไปไหนคร่ะ เรื่องพี่ป้องหล่อนทำให้ดั๊นนึกถึงผัวเก่ามากคร่ะโดนหักดิบ ตอนนี้ดั๊นเจอหน้ายังทำใจไม่ได้แต่ก็อดใจได้เวลามันอ่อย


_________________________________________

I don't know her


  Alert แจ้งลบข้อความนี้ | IP | 1069plaza.com Gay Movies หนังใหม่อัพเดททุกวัน เริ่มต้น 50 บาทเท่านั้น โหลดได้ไม่จำกัด 3 วัน Printer-friendly page | Edit | Reply | Reply With Quote | Top

Conferences | Topics | Previous Topic | Next Topic

*** ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง
ห้ามโพสข้อความ รูปภาพ ไฟล์ที่มีลิขสิทธิ์ ที่สร้างความเสียหายให้แก่บุคคลอื่น
ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link "แจ้งลบข้อความ" ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือแจ้งมาได้ที่ ryubedroom@yahoo.com

Our Sponsor


Copyright Palm-Plaza,Inc. All Rights Reserved.


 free counters